ข่าวหุ้นล่าสุด

เปิดโผ หุ้นรับประโยชน์ราคาน้ำมันขาลง ฉุดต้นทุน-หนุนกำไรกลับมาโดดเด่น

 

 

  โบรกฯ เปิดหุ้นรับประโยชน์จากราคาน้ำมันปรับลดลง นำโดยกลุ่มค้าปลีก-โรงไฟฟ้า-รับเหมาก่อสร้าง ช่วยหนุนผลงานกลับมาโดดเด่น

  บล.กสิรไทย (KS) ระบุว่า ประเมินโอกาสที่ SET Index จะปรับลงเนื่องจากแรงกดดันยังมาจากราคาน้ำมันดิบโลกที่ปรับฐานแรงอิง ราคาน้ำมันดิบ WTI -2.3%DoD ปิดที่ 88.5 ดอลลาร์/บาร์เรล, BRENT -2.8%DoD ปิดที่ 96.78 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งตลาดหุ้นไทย Market Cap ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มพลังงานราว 1 ใน 3 จะทำให้หุ้นพลังงานกดดัน SET Index โดยราคาน้ำมันที่ปรับลงหุ้นที่ได้ Sentiment บวก อาทิ กลุ่มสายการบิน BA, AAV, กลุ่ม Anti Commodity อาทิ PTG,OR กลุ่มรับเหมา อาทิ CK, กลุ่มวัสดุก่อสร้าง อาทิ TASCO ฯลฯ แต่ Sentiment จะลบต่อหุ้นน้ำมัน PTT, PTTEP

  บล.ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี เผยผ่านบทวิเคราะห์ แนะนำ ซื้อเก็งกำไร กลุ่มค้าปลีกอย่าง CPALL CRC HMPRO GLOBAL โดยกลุ่มค้าปลีกก็เป็นอีกกลุ่มที่ปรับตัวแย่กว่าตลาดมากในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา (underperformmarket) โดยปรับลดลง -9.3% เทียบกับตลาดที่ปรับลดลง -3.5% โดยหุ้นที่ปรับลดลงนำโดย GLOBAL -14.7% HMPRO -11.3% CPALL -7.7% CRC -5.1%

  คาดว่าราคาหุ้นกลุ่มค้าปลีกที่ปรับลดลงมาเริ่มกลับมาน่าสนใจลงทุนอีกครั้งจาก

  1) ราคาน้ำมันที่ปรับลดลงมาต่อเนื่องอยู่ในระดับต่ำสุดในรอบ 6 เดือน น่าจะช่วยคลายแรงกดดันด้านเงินเฟ้อและการเร่งขึ้นอัตราดอกเบี้ยไปได้ทำให้กำลังซื้อยังไม่หดตัว

  2) Valuation กลับมาน่าสนใจมี upside สูงอีกครั้ง

  3) คาดผลการดำเนินงานในครึ่งปีหลังจะกลับมาเติบโตโดดเด่นตามการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวมากขึ้นและการกลับมาใช้ชีวิตตามปกติของคนในประเทศหลังการระบาดไม่รุนแรง และ

  4) ผลการดำเนินงานไตรมาส 2/22 คาดว่าจะฟื้นตัวโดดเด่นจากปีก่อน อ้างอิง Bloomberg consensus คาด CRC คาดกำไร 1,361 ล้าน บาท (+388% yoy, +13% qoq) ราคาเป้าหมาย 43.23 บาท, CPALL คาดกำไรที่ 3,324 ล้านบาท (+51% yoy, -4% qoq) ราคาเป้าหมาย 75.00 บาท, ส่วน HMPRO กับ GLOBAL ประกาศผลการ ดำเนินงานไตรมาส 2/22 ออกมาแล้วดีกว่าที่ตลาดคาด 1% และ 5% ตามลำดับ โดย Bloombergconsensus ให้ราคาเป้าหมายที่ 16.77 บาท และ 24.06 บาท

  ด้าน บล.พาย แนะนำการลงทุนช่วงนี้จะเน้นไปที่กลุ่มได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันปรับลดลง อาทิ โรงไฟฟ้า (BGRIM GPSC GULF) ปั๊มน้ำมัน (PTG OR) และ (SCC SCGP TOA) รวมไปถึงกลุ่มค้าปลีก (BJC CRC CPALL HMPRO GLOBAL) ธนาคารพาณิชย์ (BBL KBANK SCB TTB TISCO)

  บล.เคทีบีเอสที (KTBST) ระบุ หุ้นในสายน้ำมัน (ผลิต+โรงกลั่นฯ) อาจต้องระวังแรงขายหลัง demand ชะลอตัว และปัญหา supply ตึงตัวกำลังถูกแก้ไข (OPEC+ เพิ่มกำลังการผลิต และอิหร่านกำลังเจรจานิวเคลียร์)

  ขณะที่มีมุมมองเป็นบวกกับกลุ่มโรงไฟฟ้า โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่มีโครงการโรงไฟฟ้า SPP ซึ่งขายไฟฟ้าให้ลูกค้าอุตสาหกรรมเป็นหลัก การปรับขึ้นค่า Ft จะช่วยให้ margin ของโรงไฟฟ้าดังกล่าวกลับมาขยายตัวได้ โดยเราประเมินค่า Ft มีโอกาสปรับขึ้นต่อเนื่องในปี 2023E อีกราว 1-2 บาท/หน่วย เพื่อสะท้อนต้นทุนก๊าซธรรมชาติที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงที่ผ่านมา (2Q22E +78% YoY)

  ในขณะที่แนวโน้มต้นทุนพลังงานที่ลดลงจะสร้าง positive sentiment ต่อภาระต้นทุนก๊าซธรรมชาติของกลุ่มโรงไฟฟ้าผ่อนคลายลง โดยประเมินภาระต้นทุนไม่ปรับตัวขึ้นสูงจากระดับปัจจุบันอย่างมีนัยสำคัญ คาดค่าก๊าซธรรมชาติทรงตัวในระดับสูงตลอดปี 2022E ที่ 450 บาท/mmBTU และมีโอกาสปรับลงในปี 2023E

  คงน้ำหนักการลงทุนกลุ่มโรงไฟฟ้า “มากกว่าตลาด” เลือก BGRIM เป็น top pickแนวโน้มผลประกอบการโรงไฟฟ้า SPP ฟื้นตัวต่อเนื่อง เรียงลำดับ positiveimpact จากมากไปน้อยจากการปรับขึ้น ค่า Ft และต้นทุนพลังงานลงคือ GPSC (ซื้อ/เป้า 72.00 บาท), BGRIM (ซื้อ/45.00 บาท), GULF (ถือ/ 47.00 บาท) โดย เลือก BGRIM เป็น top pick นอกจากรับ sentiment เชิงบวกกับราคาพลังงานที่ลดลงและการปรับขึ้นค่า Ftยังมีโครงการใหม่ที่อยู่ระหว่างการศึกษาอีกกว่า 0.5-1.0GW คาดมีความคืบหน้าอย่างมีนัยส าคัญใน 2H22E เป็นอีก catalyst

 

 

 

 


เรียบเรียง  จารุวรรณ เอี่ยมยิ่งพานิช 
                อีเมล์. charuwan@efinancethai.com

อนุมัติ     พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน 









ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

LATEST NEWS

ข่าวที่เกี่ยวข้องล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh