ข่าวหุ้นล่าสุด

กนง.มีมติคงดบ.ที่ 0.5% คาดศก.กลับสู่ปกติใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 2 ปี

 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -5 ส.ค. 63 15:21 น.

   กนง. มีมติเอกฉันท์คงดบ.นโยบาย 0.5% ต่อปี คาดศก.จะกลับมาเป็นปกติใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 2 ปี ชี้จากนี้ดอกเบี้ยไม่ใช่พระเอกต่อภาคศก. ฝากรัฐเน้นจ้างงาน ปรับโครงสร้าง-ฟื้นฟูศก.ต่อเนื่อง เฝ้าระวังเงินบาทแข็งค่ากระทบศก. 

   นายทิตนันทิ์ มัลลิกะมาส ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงินธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และในฐานะเลขานุการ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการมีมติเอกฉันท์ ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 0.5% ต่อปี

   โดยคณะกรรมการจะติดตามพัฒนาการของการขยายตัวทางเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อ เสถียรภาพระบบการเงิน และปัจจัยเสี่ยงต่างๆทั้งจากเศรษฐกิจต่างประเทศ และผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 รวมถึงติดตามประสิทธิผลของมาตรการการคลังและมาตรการด้านการเงินและสินเชื่อ เพื่อประกอบการดำเนินนโยบายการเงินในระยะต่อไป โดยพร้อมใช้เครื่องมือนโยบายการเงินที่เหมาะสมเพิ่มเติมหากจำเป็น

   ขณะเดียวกัน ยังติดตามสถานการณ์อัตราแลกเปลี่ยน จากสภาพคล่องในตลาดการเงินโลกที่ยังอยู่ในระดับสูง ซึ่งอาจเข้ามากดดันค่าเงินบาทให้ปรับแข็งค่าขึ้น ซึ่ง คณะกรรมการจะติดตามดูแลตลาดอัตราแลกเปลี่ยนใกล้ชิด เนื่องจากไม่ต้องการให้เงินบาทแข็งค่าเร็วจนกระทบกับเศรษฐกิจ

   สำหรับการประชุมในครั้งนี้ คณะกรรมการประเมินว่า เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มทยอยฟื้นตัวตามการผ่อนคลายมาตรการควบคุมการระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศและการทยอยฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจทั่วโลก แต่ยังต้องระวังความเสี่ยงจากโอกาสเกิดการระบาดระลอกที่ 2 โดยคาดว่าจะใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 2 ปี ที่กิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยรวมจะกลับสู่ระดับก่อนการแพร่ระบาด

   อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวจะแตกต่างกันมากระหว่างภาคเศรษฐกิจ ด้านการส่งออกสินค้าเริ่มฟื้นตัวแต่ยังอยู่ในระดับต่ำ การส่งออกบริการ นักท่องเที่ยวต่างชาติมีแนวโน้มฟื้นตัวช้ากว่าที่ประเมินไว้ ขณะที่นักท่องเที่ยวในประเทศฟื้นตัวดีขึ้น ส่วนหนึ่งจากมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศ

   ทั้งนี้ คณะกรรมการจึงเห็นว่า มาตรการภาครัฐในระยะข้างหน้าจำเป็นต้องสนับสนุนการจ้างงาน ส่งเสริมการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ทั้งมาตรการด้านการคลังที่ตรงจุดและทันการณ์ นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายต่อเนื่อง มาตรการด้านการเงินและสินเชื่อที่ช่วยเสริมสภาพคล่อง

   “โควิดครั้งนี้ กระทบการจ้างงานแรงมาก แม้จะเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างแต่ต้องเร่งแก้ไขโดยเร็ว ขณะที่มาตรการที่ควรเน้นในการแก้ไขปัญหา มองว่า อัตราดอกเบี้ยคงไม่ใช่พระเอก เพราะดอกเบี้ยลดลงต่ำมากเป็นประวัติการณ์เมื่อเทียบกับอดีต ปัจจัยที่ควรเน้น คือ การจ้างงาน การดูแลเศรษฐกิจให้ฟื้นตัว ดังนั้นจะต้องประสานนโยบายต่างๆ รวมถึงการให้ความสำคัญกับการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ ให้ปรับตัวสอดคล้องกับบริบทของโลกหลังโควิด-19 ได้”นายทิตนันทิ์ กล่าว

   นายทิตนันทิ์ กล่าวว่า สำหรับอัตราเงินเฟ้อทั่วไป ปรับสูงขึ้นบ้างตามราคาน้ำมันดิบที่เพิ่มขึ้น แต่ยังมีแนวโน้มติดลบในปีนี้ ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานมีแนวโน้มอยู่ในระดับต่ำ ทั้งนี้ ประเมินว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะกลับเข้าสู่กรอบเป้าหมายในปี 64 ตามราคาน้ำมันที่จะทยอยปรับสูงขึ้นและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ

   ด้านภาวะการเงิน อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของธนาคารพาณิชย์และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลทรงตัวในระดับต่ำ ขณะที่ส่วนต่างของอัตราผลตอบแทนตราสารหนี้ภาคเอกชน และพันธบัตรรัฐบาลยังคงอยู่ในระดับสูง ด้านสินเชื่อระบบธนาคารพาณิชย์ขยายตัวจากสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่เพื่อทดแทนการออกตราสารหนี้

   ขณะที่สินเชื่อธุรกิจเอสเอ็มอี และสินเชื่ออุปโภคบริโภคชะลอลง แม้ว่าส่วนหนึ่งจะได้รับอานิสงส์จากมาตรการเลื่อนการชำระหนี้ คณะกรรมการเห็นว่า สภาพคล่องโดยรวมในระบบการเงินยังอยู่ในระดับสูง ซึ่งต้องเร่งดำเนินการให้กระจายตัวไปสู่ภาคธุรกิจและครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบมากขึ้น

   สำหรับอัตราแลกเปลี่ยน ค่าเงินบาทผันผวนสูงขึ้นจากการประชุมครั้งก่อน ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาค่าเงินบาทกลับมาแข็งค่าตามการอ่อนค่าของสหรัฐ โดยคณะกรรมการเห็นว่า หากเงินบาทกลับมาแข็งค่าขึ้นเร็วอาจส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจได้ จึงเห็นควรให้ติดตามสถานการณ์ตลาดอัตราแลกเปลี่ยนอย่างใกล้ชิด รวมทั้งประเมินความจำเป็นของการดำเนินมาตรการที่เหมาะสมเพิ่มเติม

   ด้านระบบการเงินมีเสถียรภาพ แม้ว่าจะเปราะบางมากขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจ ธนาคารพาณิชย์มีระดับเงินกองทุนและสำรองที่เข้มแข็ง แต่ในระยะข้างหน้าต้องเตรียมพร้อมรับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ยังไม่แน่นอน และความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจากความสามารถในการชำระหนี้ของธุรกิจและครัวเรือนที่ลดลง

   ทั้งนี้ คณะกรรมการเห็นว่า ควรผลักดันให้สถาบันการเงินเร่งปรับปรุงโครงสร้างหนี้ของลูกหนี้รายย่อย และธุรกิจให้สอดคล้องกับกระแสรายได้ และความสามารถในการชำระหนี้ในบริบทใหม่หลังการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 คลี่คลายลง รวมถึงเร่งรัดการให้สินเชื่อผ่านโครงการต่างๆ เช่น โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ การค้ำประกันสินเชื่อโดยบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) การสนับสนุนสินเชื่อโดยสถาบันการเงินเฉพาะของรัฐ เป็นต้น

    " เศรษฐกิจยังมีความไม่แน่นอน ซึ่ง คณะกรรมการจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมเตรียมมาตรการที่เหมาะสมและจำเป็นสำหรับพร้อมใช้ "  นายทิตนันทิ์ กล่าวปิดท้าย

 

 




รายงาน    ภัทราภรณ์ เกียรตินันท์ 
เรียบเรียง  สุรเมธี มณีสุโข 
                อีเมล์. suramatee@efnancethai.com






ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด