ข่าวหุ้นล่าสุด

สรุปแนวโน้ม SET เช้านี้คาดแกว่งกรอบแคบ กังวลราคาน้ำมันดิบกระทบเศรษฐกิจ

 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -17 ก.ย. 62 9:35: น.

  สรุปแนวโน้ม SET เช้านี้นักวิเคราะห์คาดดัชนีแกว่งตัวในกรอบ 1,655 - 1,670 จุด แม้ราคาหุ้นกลุ่มน้ำมันอาจจะยังได้ผลดีจากราคาน้ำมันดิบ แต่มีผลกระทบทางลบกับหุ้นตัวอื่นในตลาดมากกว่า และสถานการณ์ความตึงเครียดยังเพิ่มขึ้น และนักลงทุนส่วนใหญ่จะชะลอลงทุนเพื่อติดตามการประชุมเฟดรอบ 17 - 18 ก.ย.นี้

*ตลาดหุ้นไทย

  ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(SET Index)วานนี้(16ก.ย.)เปิดตลาดกระโดดในแดนบวก ก่อนปรับตัวลดลงต่อเนื่องระหว่างวันดัชนีปรับตัวลงแดนลบในบางช่วง ก่อนมาปิดตลาดที่ 1,662.93 จุด เพิ่มขึ้น 0.97 จุด หรือ 0.06% มูลค่าการซื้อขาย 61,474.55 ล้านบาท
  ดัชนี SET100 ปิดที่ 2,439.94 จุด เพิ่มขึ้น 2.54 จุด หรือ 0.10%
  ดัชนี SET50 ปิดที่ 1,106.03 จุด เพิ่มขึ้น 2.36 จุด หรือ 0.21%
  ดัชนีตลาด mai ปิดที่ 353.27 จุด ลดลง -1.13 จุด หรือ -0.32%

*ตลาดหุ้นต่างประเทศ-น้ำมันดิบ

  ดัชนี DOW30 ปิดตลาดวันนี้ที่ระดับ 27,076.82 จุด ลดลง 142.70 จุด หรือ -0.52%
  ดัชนี NASDAQ ปิดตลาดที่ระดับ 8,153.54 จุด ลดลง 23.17 จุด หรือ -0.28%
  ดัชนี S&P 500 ปิดตลาดที่ระดับ 2,997.96 จุด ลดลง 9.43 จุด หรือ -0.31%
  ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ ดาวโจนส์ ปิดลบในวันนี้มาจากการที่นักลงทุนแสดงความกังวลให้ราคาน้ำมันดิบโลก หลังราคาน้ำมันปรับราคาสูงขึ้น ซึ่งกระทบกับเศรษฐกิจโลกอย่างมากเมื่อวานนี้

  ราคาน้ำมันดิบไลท์ล่วงหน้าสัญญาส่งมอบเดือนตุลาคมที่ตลาดนิวยอร์ค ปิดตลาดที่ระดับ 62.90 ดอลลาร์/บาร์เรล เพิ่มขึ้น 8.05 ดอลลาร์ หรือ 14.68%

*มุมมองนักวิเคราะห์

  บล.ฟินันเซีย ไซรัส คาดดัชนีวันนี้แกว่งตัวลงในกรอบ 1,655-1,665 จุด โดยกลุ่มพลังงานต้นน้ำคาดว่ายังประคองตลาดได้บ้างจากราคาน้ำมันดิบที่ยังปรับขึ้นจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางและกบฏฮูตีขู่โจมตีเพิ่มอย่างไรก็ตามประเด็น ดังกล่าวถือเป็นลบต่อบรรยากาศการลงทุนและภาพรวมเศรษฐกิจโลก ขณะที่สัปดาห์นี้ต้องติดตามการประชุม FED (ตลาดคาดลด ดอกเบี้ย 0.25%) และการวินิจฉัยนายกฯของศาลรัฐธรรมนูญในประเด็นการเป็น เจ้าหน้าที่รัฐ ระยะสั้นสามารถเก็งกำไรกลุ่มน้ำมันตามทิศทางราคาน้ำมัน แต่พอร์ตหลักยังเน้นพักเงินในหุ้น Defensive และ Dividend Play เพื่อลดความเสี่ยง

  บล.กรุงศรี คาดดัชนีแกว่งตัว 1,660 - 1,670 จุด แม้ว่าภาวะตลาดจะยังได้แรงหนุนจากราคาน้ำมันดิบที่พุ่งขึ้นจากเหตุโจมตีโรงกลั่นน้ำมัน 2 แห่งของซาอุฯซึ่งเป็นบวกต่อกลุ่มพลังงาน อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้เกิดความกังวลว่าสถานการณ์ตะวันออกกลางอาจตึงเครียดขึ้น รวมถึงส่งผลกระทบต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจทั่วโลก นอกจากนี้คาดว่านักลงทุนจะชะลอการซื้อขายเพื่อรอผลการประชุม Fed ในวันที่ 17 – 18 ก.ย.ที่คาดว่าจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% เป็น 2% รวมถึงรอผลคำวินิจฉัยคุณสมบัตินายกฯของพลเอกฯประยุทธ์ของศาลรธน.ในวันที่ 18 ก.ย.นี้ ซึ่งจะกดดันให้ดัชนีมีความผันผวน

  บล.เคทีบี คาดดัชนีฯ แกว่งกรอบแคบ ตลาดหุ้นทั่วโลกจะชะลอลง เพื่อรอผลการประชุม FOMC ที่จะเริ่มขึ้นในวันนี้ เนื่องจากจะมีผลต่อ เศรษฐกิจ-ค่าเงิน และ Fund Flow โดยตลาดประเมินว่า Fed จะลดดอกเบี้ย 0.25% ซึ่งหากเป็นจริงจะบวกต่อตลาดวานนี้ เห็นได้ชัดว่าตลาดหุ้นตอบรับในทางลบจากราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้นจากแหล่งผลิตน้ำมันของซาอุฯ ถูกโจมตีเมื่อวันเสาร์(14) ที่ผ่านมา เนื่องจากผลกระทบต่อเศรษฐกิจจะสูงกว่าหุ้นที่ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตามการที่ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลงเช้าวันนี้ (Brent $68) อาจฉุดราคาหุ้นกลุ่มน้ำมัน-ปิโตรเคมีให้อ่อนตัวลงได้ และยังคงต้อติดตามต่อไปว่าซาอุฯจะมีการตอบโต้ในเรื่องนี้อย่างไร

 

 




รายงาน    วรวิทย์ จิตรพัฒนากุล 
เรียบเรียง  วรวิทย์ จิตรพัฒนากุล 
                อีเมล์. worrawitc@efinancethai.com

อนุมัติ     พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน 






ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด