ข่าวหุ้นล่าสุด

TOP เผยปี 62 มีกำไร 6.27 พันลบ. ลดลง 38% -ปันผล 0.50 บ./หุ้น

 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -17 ก.พ. 63 8:24: น.

  TOP เผยกำไรปี 62 ลดลง 38% อยู่ที่ 6,276.68 ลบ. หลังปริมาณการขายลดลงตามการหยุดซ่อมบำรุงใหญ่ - ราคาน้ำมันดิบลดลง พร้อมปันผล 0.50 บ./หุ้น XD 27 ก.พ. 2563

  บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP เผยผลประกอบการปี 2562 ว่ามีกำไร 6,276.68 ล้านบาท หรือ 3.08 บาท/หุ้น ลดลง 38% จากปี 2561 ที่กำไร 10,149.03 ล้านบาท หรือ 4.97 บาท/หุ้น

  ปี 2562 มีรายได้จากการขาย 362,179 ล้านบาท ลดลง 26,863 ล้านบาท สาเหตุหลักจากปริมาณการขายผลิตภัณฑ์ลดลงจากการหยุดซ่อมบำรุงใหญ่ และราคาขายผลิตภัณฑ์เฉลี่ยปรับลดลงตามราคาน้ำมันดิบ

  ขณะที่ส่วนต่างราคาน้ำมันสำเร็จรูปที่ปรับตัวลดลง อีกทั้งส่วนต่างราคาสารอะโรเมติกส์ ทั้งสารพาราไซลีนและสารเบนซีนกับน้ำมันเบนซิน 95 รวมถึงส่วนต่างราคาน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐานกับน้ำมันเตาที่ปรับลดลงจากอุปทานล้นตลาด ทำให้กำไรขั้นต้นจากการผลิตของกลุ่มไม่รวมผลกระทบจากสต๊อกน้ำมันลดลง 2.2 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรลมาอยู่ที่ 4.7 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

  อย่างไรก็ดี มีกำไรจากสต๊อกน้ำมัน 1,581 ล้านบาท ส่งผลให้กลุ่มไทยออยล์มี EBITDA 13,833 ล้านบาท ลดลง 6,406 ล้านบาท ซึ่งรวมค่าใช้จ่ายจากการซ่อมบำรุงใหญ่ตามแผนทั้งสิ้น จำนวน 1,066 ล้านบาท และกำไรจากอนุพันธ์เพื่อป้องกันความเสี่ยงสุทธิ 359 ล้านบาท นอกจากนี้มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนสุทธิ 1,775 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,148 ล้านบาท จากค่าเงินบาทที่แข็งค่า และมีต้นทุนทางการเงิน 3,307 ล้านบาท ลดลง 635 ล้านบาท

  ไตรมาส 4/62 เมื่อเทียบ ไตรมาส 4/61 มีกำไร 1,984 ลบ. จากขาดทุนใน Q4/61 ที่ 4,812 ล้านบาท แม้รายได้จากการขายลดลง 3,887 ล้านบาท สาเหตุหลักจากราคาขายผลิตภัณฑ์ที่ปรับลดลง และมีกำไรขั้นต้นจากการผลิตของกลุ่มไม่รวมผลกระทบจากสต๊อกน้ำมันลดลง 2.1 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล เหตุผลหลักมาจากกำไรขั้นต้นจากกลุ่มอะโรเมติกส์ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญเนื่องจากแรงกดดันจากภาวะอุปทานล้นตลาดที่เกิดจากการเปิดดำเนินการของโรงผลิตสารอะโรเมติกส์ในประเทศจีน

  ประกอบกับค่าการกลั่นที่ลดลงจากส่วนต่างราคาน้ำมันเตาที่ลดลง และ Crude Premium ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามเมื่อรวมผลกำไรจากสต๊อกน้ำมันซึ่งเป็นผลจากระดับราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นใน Q4/62 ทำให้มีกำไรขั้นต้นจากการผลิตของกลุ่มรวมผลกระทบจากสต๊อกน้ำมันเพิ่มขึ้น 6.0 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล เมื่อรวมกำไรจากอนุพันธ์เพื่อป้องกันความเสี่ยงสุทธิ ดังนั้น ใน Q4/62 กลุ่มไทยออยล์มี EBITDA และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 7,509 ล้านบาท และ 6,796 ล้านบาท ตามลำดับ

  คณะกรรมการมีมติจ่ายปันผลเป็นเงินสด 0.50 บ./หุ้น วันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล(XD) 27 ก.พ. 2563 วันที่จ่ายปันผล 21 เม.ย. 2563

  สำหรับปี 63 ประเมินว่า ตลาดน้ำมันดิบในช่วง Q1/63 และครึ่งปีแรก คาดว่าจะปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับ Q4/62 หลังตลาดยังคงกังวลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและความต้องการใช้น้ำมัน รวมถึงทำให้ธุรกิจการกลั่นในช่วง Q1/63 มีแนวโน้มทรงตัว

รายละเอียด คลิกที่นี่ 

ลักษณะธุรกิจของ TOP
ไทยออยล์เป็นผู้ประกอบธุรกิจการกลั่น และจำหน่ายนํ้ามันปิโตรเลียมที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และเป็นโรงกลั่นที่มีประสิทธิภาพสูงสุดแห่งหนึ่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2504 โดยมีธุรกิจหลักคือ การกลั่นนํ้ามันปิโตรเลียม ปัจจุบันมีกำลังการผลิต 275,000 บาร์เรลต่อวัน นอกจากนี้ ไทยออยล์มีระบบการบริหารจัดการที่มุ่งมั่นสู่ความเป็นเลิศ โดยบริหารงานเป็นกลุ่มที่มีการเชื่อมโยงธุรกิจ ทั้งธุรกิจการกลั่นน้ำมัน ธุรกิจปิโตรเคมีและธุรกิจน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐาน เพื่อร่วมวางแผนการผลิตให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดและสามารถผลิตผลิตภัณฑ์ที่มีต้นทุนต่ำ ขณะเดียวกัน มีคุณภาพสูงในระดับโรงกลั่นชั้นนำในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ทำให้ได้เปรียบเชิงต้นทุนการผลิต เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน นอกจากนั้น ยังมีธุรกิจที่เกี่ยวข้องหลากหลาย เช่น ธุรกิจไฟฟ้า ธุรกิจสารทำละลาย ธุรกิจบริการการขนส่งทางเรือและทางท่อ ธุรกิจพลังงานทดแทน ธุรกิจผลิตสารตั้งต้นสำหรับการผลิตผลิตภัณฑ์สารทำความสะอาด เป็นต้น รวมถึงมีศูนย์บริหารการเงิน เพื่อช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการบริหารจัดการทางการเงินของกลุ่มไทยออยล์

เรียบเรียง  สุรเมธี มณีสุโข 
                อีเมล์. suramatee@efnancethai.com






ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด