ข่าวหุ้นล่าสุด

ข่าวด่วน


 
ข่าวนี้ที่ 1 : กูรูประสานเสียงแนะเลี่ยง`กลุ่มยานยนต์` ยอดผลิต-ส่งออกทรุด 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -19 ก.ย. 62 7:59: น.

 

   โบรกฯ แนะให้เลี่ยงการลงทุนหุ้นกลุ่มยานยนต์ไปจนกว่าจะมีสัญญาณฟื้นตัว คาดกำไรงวด Q3/62 มีโอกาสชะลอตัวรุนแรง หลังสัญญาณเดือน ก.ค.-ส.ค. อาการน่าหวง คงน้ำหนักอุตสาหกรรม "น้อยกว่าตลาด" แต่ยกหุ้น SAT-STANLY ดีเด่นสวนเทรนด์ ด้านบล.หยวนต้า หั่นเป้าผลิตรถยนต์ทั้งปีนี้เหลือ 2.05 ล้านคัน หรือลดลง 5.4%  

     สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) แถลงข่าวเมื่อวันที่ 17 กันยายนที่ผ่านมา เผยยอดผลิตรถยนต์เดือน ส.ค.62 อยู่ที่ 1.66 แสนคัน ลดลง 8.21% จากช่วงเดียวกันปีก่อน  ส่วนยอดส่งออก อยู่ที่ 81,549 คัน ลดลง 20.45% เหตุเศรษฐกิจโลกทรุดตามสงครามการค้า ด้านยอดขายในประเทศวูบ 6.9% หลังสถาบันการเงินคุมเข้มสินเชื่อ  
     ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ส.อ.ท.เผย ส.ค.62 ส่งออกรถยนต์อยู่ที่ 81,549 คัน ดิ่งหนัก 20.45%

     ล่าสุด นักวิเคราะห์ได้ออกบทวิเคราะห์กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ ส่วนใหญ่มองตรงกัน  ให้เลี่ยงกลุ่มยานยนต์ไปก่อน ส่วนหุ้นเด่นที่ชอบคือ SAT-STANLY เพราะมีภูมิต้านทานดีสุด 

*** ทรีนีตี้ คงน้ำหนัก"น้อยกว่าตลาด" แนะนำหลีกเลี่ยงการลงทุน 
    บล.ทรีนีตี้ ได้ปรับประมาณการณ์เป้าหมายอุตสาหกรรมยานยนต์ปี 2019 ใหม่ เหตุผลหลักมาจากปัญหาสงครามการค้าที่ยังคงไม่ได้ข้อสรุป และมีความยืดเยื้อมาตั้งแต่ต้นปี ซึ่งส่งผลไปถึงสภาวะเศษรฐกิจโลกที่มีสัญญาณชะลอตัวชัดเจน ทำให้ความต้องการรถใหม่จากประเทศคู่ค้าลดลงอย่างมาก ดังนี้
             1. ยอดขายในประเทศเดิมคาดที่ 1.02 ล้านคัน (-2.1%) เป็น 1.03 ล้านคัน (-1.1%)
             2. ยอดส่งออกเดิมคาดที่ 1.11 ล้านคัน (-2.7%) เป็น 1.07 ล้านคัน (-6.2%)
             3. ยอดขายรถยนต์รวมเดิมคาดที่ 2.13 ล้านคัน (-2.4%) เป็น 2.1 ล้านคัน (-3.8%)
      ทั้งนี้ คาดว่าผลการดำเนินงานของอุตสาหกรรมใน Q3/62 มีโอกาสชะลอตัวรุนแรง เนื่องด้วยปัญหายอดผลิตและยอดขายรถยนต์ในช่วง 2 เดือนของ Q3/62 นั้นมีสัญญาณชะลอตัวรุนแรง ซึ่งคาดว่ามีความเป็นไปได้สูงมากที่จะชะลอตัวต่อเนื่องในเดือน ก.ย. รวมไปถึงช่วง Q4/62 จึงคาดว่ารายได้และกำไรของบริษัทในอุตสาหกรรมยานยนต์มีโอกาสชะลอตัวรุนแรงและต่อเนื่องจาก Q2/62 
     อุตสาหกรรมยานยนต์เข้าสู่ช่วงชะลอตัวอย่างเต็มรูปแบบ  มองว่าบนสถานการณ์ปัจจุบันอยู่ในช่วงที่ค่อนข้างอ่อนแอ จึงยังคงน้ำหนักไว้ที่ "น้อยกว่าตลาด" แนะนำให้ชะลอการลงทุนในบริษัทกลุ่มนี้ ไปจนกว่าจะมีสัญญาณฟื้นตัวของอุตสาหกรรมที่ชัดเจนกว่านี้ โดยบริษัทที่มีความน่าสนใจและยังคงยกให้เป็นหุ้นเด่นของอุตสาหกรรม ได้แก่ SAT เนื่องจากเป็นบริษัทที่มีฐานะทางการเงินมั่นคง ไม่มีหนี้ และยังคงคาดว่าบริษัทจะมีกำไรที่ดีกว่าอุตสาหกรรมได้จากคำสั่งซื้อใหม่ๆ ที่เข้ามาและมีการจ่ายเงินปันผลในระดับที่สูงถึง 4%

*** หยวนต้า หั่นเป้าผลิตรถยนต์ทั้งปีนี้เหลือ 2.05 ล้านคัน  
    บล.หยวนต้า ให้น้ำหนักการลงทุนกลุ่มยานยนต์เป็น Underweight ด้วยเหตุผล (1) ยอดผลิตรถยนต์ ส.ค. 62 ที่ 166,361 คัน -2.6% MoM และ -8.2% YoY(2)แนวโน้มยอดผลิตรถยนต์ครึ่งหลังปี62 มีโอกาสทรุดตัวต่อเนื่อง YoY เพราะฐานปีก่อนสูงและยอดส่งออกจะถูกกระทบจากความผันผวนของค่าเงิน  (3) Valuation ของกลุ่มถูกกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต แต่ไม่จูงใจให้ต้องรีบซื้อ โดย Current PER ของ AUTO Index อยู่ที่ 12.3 เท่า คิดเป็น -0.5 S.D.ของค่าเฉลี่ย Historical PER10 ปีย้อนหลังที่ 14.6 เท่า และเนื่องจาก Outlook ของกลุ่มทั้งระยะสั้นและระยะยาวยังไม่ชัดในหลายประเด็น จึงแนะนำให้หลีกเลี่ยงหุ้นทั้งกลุ่ม จนกว่าจะเห็นสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจน
    หากจะให้ยอดผลิตรถยนต์ทั้งปีนี้ทำได้ 2.15 ล้านคัน ตามที่ สอท. และผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์คาดการณ์ ช่วงที่เหลือของปีต้องผลิตอีก 746,847 คัน หรือเฉลี่ยเดือนละ 186,712 คัน ซึ่งมากกว่าค่าเฉลี่ย 8 เดือนแรก ที่ผลิตได้เพียงเดือนละ 175,394 คัน โอกาสที่จะทำได้ตามเป้าหรือดีกว่าเป้าจึงเป็นเรื่องยาก โดยการส่งออกยังเป็นปัญหาหลัก ส่วนยอดขายในประเทศคาดว่าจะฟื้นอีกครั้งใน Q4/62 จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ เราจึงปรับเป้ายอดผลิตรถยนต์ทั้งปีนี้ลงเหลือ 2.05 ล้านคัน ลดลง 5.4% YoY

*** ปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 62-63 ของหุ้นยานยนต์ 
       บล.หยวนต้า  กล่าวต่อว่า กำไรสุทธิ 2/Q62 ของบริษัทในกลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์ที่จัดทำบทวิเคราะห์ 4 บริษัท (AH,SAT, STANLY,PCSGH) ทำได้เพียง 564 ล้านบาท ลดลง -51% QoQ และ -47% YoY จากปัจจัยฤดูกาลที่เป็นโลว์ซีซันและการตั้งสำรองผลประโยชน์พนักงาน ขณะที่ AH และ PCSGH ถูกกดดันจากปัจจัยเฉพาะตัว โดย AH หยุดรับรู้รายได้ดอกเบี้ยจาก SGAH ส่วน PCSGH ยังเผชิญกับภาวะขาดทุนจากการตั้งสำรองหนี้สูญเงินให้กู้ยืมแก่โรงงานในต่างประเทศ 
        แนวโน้มกำไรสุทธิครึ่งหลังปี 62 คาดว่าจะชะลอตัว YoYจากยอดผลิตรถยนต์ที่มีแนวโน้มชะลอต่อเนื่องและฐานที่สูงในปีก่อน โดยมีปัจจัยกดดันเพิ่มเติมคือภัยน้ำท่วม ที่อาจฉุดให้ยอดขายรถยนต์ในประเทศอ่อนแอลง ขณะที่ความผันผวนของค่าเงิน จะทำให้ยอดส่งออกรถยนต์ยังทรุดตัวต่อไป ปัจจุบันจึงกำลังอยู่ในช่วงปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2562-2563 ของหุ้นกลุ่มยานยนต์ 
   
***โนมูระ พัฒนสิน-เมย์แบงก์กิมเอ็ง ชอบ STANLY 
         บล.โนมูระ พัฒนสิน ยังคงเป้ายอดผลิตรถยนต์ที่ 2.15 ล้านคัน (ทรงตัว YoY)แบ่งเป็นยอดขายในประเทศ 1.05 ล้านคัน (ทรงตัว YoY) และยอดส่งออก 1.10 ล้านคัน (-4% YoY)มองยอดผลิตรถยังโตต่ำ ทำให้กลุ่มยานยนต์จึงยังไม่น่าสนใจ แต่ยังชอบ STANLY (TP19/20F 300 บาท/หุ้น) เพราะ (1) กำไรปกติในปี FY19/20-21/22F โตเฉลี่ยที่  8% ต่อปี สูงกว่ากลุ่มยานยนต์ที่โตเฉลี่ย  6% ต่อปี (2) มีคำสั่งซื้อใหม่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง (3)) เป็นเพียงบริษัทเดียวในกลุ่มที่มีแผนเพิ่มกำลังการผลิต และ (4) GPM มีแนวโน้มปรับระดับขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีหลอดไฟ
         ด้าน บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง ประมาณการยอดผลิตรถยนต์ 2.1 ล้านคัน  ลดลง 3.1%  ให้น้ำหนักการลงทุนกลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์เท่าตลาด (Neutral) หุ้นที่แนะนำซื้อลงทุนในกลุ่มคือ STANLY (เป้าหมาย 270 บาท) และ SAT (เป้าหมาย 25 บาท) จากหุ้นซื้อขาย P/E ต่ำ กำไรไม่ได้ทรุดลงมากนัก 


เรียบเรียง  ประน้อม บุญร่วม 
                อีเมล์. reporter@efinancethai.com






ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด