ข่าวหุ้นล่าสุด

นายกฯ กังวล เทรดวอร์- การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี กดดันศก.ไทย - CLMV

 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -24 มิ.ย. 62 10:45 น.

   นายกฯ ย้ำ ปัญหาสงครามการค้าสหรัฐ-จีน การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี ยังเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อเศรษฐกิจและการค้าของไทย และกลุ่ม CLMV พร้อมแนะเร่งค้าขายกันเองทดแทนผลกระทบที่เกิดขึ้นทั้งด้านส่งออก-ตลาดเงินตลาดทุน ด้านเจรจาอาร์เซ็ปหวังแล้วเสร็จภายในปีนี้

   พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เปิดเผยในโอกาสเป็นประธานในพิธีเปิดงาน CLMVT Forum 2019 และปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “การผลักดันให้ CLMVT เป็นศูนย์กลางห่วงโซ่คุณค่ายุคใหม่แห่งเอเชีย” ว่า ปัจจุบันพบว่ากลุ่ม CLMVT ซึ่งประกอบด้วย กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม และไทย เริ่มมีบทบาทและมีความสำคัญมากขึ้นและแข็งแกร่งเพิ่มมากขึ้น แต่ยังมีปัจจัยเสี่ยงและท้าทายที่ต้องติดตาม คือ สงครามการค้าระหว่างสหรัฐ และจีน ที่ยังมีความไม่แน่นอน และยังต้องติดตามท่าทีของการเจรจา รวมถึงการเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยีที่เริ่มมีบทบาทมากขึ้น
   ในด้านของสงครามการค้าระหว่างสหรัฐ และจีนนั้น กลุ่ม CLMVT สามารถร่วมมือกันหามาตรการแก้ไขร่วมกันได้ เช่น การค้าขายระหว่างกันในกลุ่ม เพื่อลดผลกระทบที่เกิดขึ้นไม่ว่าทั้งด้านการส่งออก หรือ ตลาดทุนที่บางวันก็แดง บางวันก็เขียว เพราะมันมีผลต่อการลบงทุน นอกจากนี้ การค้าขายจะต้องเริ่มมองหาหรือขยายตลาดใหม่ๆ มากกว่าการพึ่งพาประเทศใหญ่เช่นในปัจจุบัน รวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การค้าขายออนไลน์ การมองหาเทคโนโลยีใหม่ๆเพื่อลดต้นทุนด้านต่างๆ”พลเอกประยุทธ์ กล่าว
   ด้านเทคโนโลยีนั้นเป็นอีกปัจจัยที่ท้าทาย โดยเฉพาะการอยู่ร่วมกับระบบ AI ให้ได้ โดยต้องผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีดิจิทัล กายภาพ และชีวภาพ ซึ่งถือเป็นนโยบายรัฐบาลที่ต้องพัฒนาปรับปรุงทางกายภาพ เทคโนโลยี นวัตกรรม เพราะสิ่งเหล่านี้มีบบทบาททำให้การดำเนินชีวิตและดำเนินธุรกิจเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เช่น การค้าขายปลีกในปัจจุบัน พบว่า ค่อนข้างมีปัญหา เพราะมีค้าขายออนไลน์เข้ามาแข่งขัน บางประเภทไปขายออนไลน์ไม่ได้ก็ต้องพัฒนาคุณภาพของตัวเอง วันนี้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปหมด ไม่มีใครอยากรถติด เดินตลาดสด ก็โทรศัพท์สั่งอาหารกันหมด มีอย่างเดียวคือเสียค่าส่งหน่อย คนมีอาชีพใหม่คือ delivery คนซื้อก็เพลิน ค่าส่งก็ต่างหาก  นี่คือพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงคนรักความสะดวกสบายมากขึ้น
   สำหรับในการประชุม CLMV ในครั้งนี้นั้น ในนามของรัฐบาลขอต้อนรับทุกคนที่มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภูมิภาค รัฐบาลไทยเล็งเห็นศักยภาพของภูมิภาคที่จะผลักดันให้เกิดห่วงโซ่คุณค่าจากภายในและภายนอกมีความเชื่อมโยงแน่นแฟ้นมากขึ้น อยากให้เป็นศูนย์กลางสร้างผู้ประกอบการคนรุ่นใหม่ ร่วมกันส่งเสริมต่อยอดเจริญก้าวหน้าภูมิภาครองรับการปรับตัวในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามาเปลี่ยนโลก ซึ่งการเสริมสร้างภูมิภาคต้องอาศัยภาคเอกชนเป็นหลัก โดยภาครัฐมีหน้าที่อำนวยความสะดวกให้เกิดประสิทธิภาพ
   สำหรับการหารือครั้งนี้ นอกจากจะรับทราบมุมมองจากภาคเอกชน เรายังจะได้รับเกียรติจากรัฐมนตรีแต่ละประเทศที่จะมาบอกเล่าแนวทางภาครัฐในการพัฒนาภูมิภาค ซึ่งการเชื่อมโยงในทุกมิติ จะเป็นกลไกหลักสำคัญในการขับเคลื่อนภูมิภาค
   พลเอกประยุทธ์​ กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมากลุ่ม CLMVT มีความโดดเด่นในฐาะนศูนย์กลางการค้าการลงทุน ภาคอุตสาหกรรม และภาคการเกษตร มูลค่าทางเศรษฐกิจแต่ละประชาคมก็สูงอยู่แล้ว ฉะนั้นหากรวมกันได้วันหน้าไปเชื่อมต่อกับที่อื่นศักยภาพจะมีมากขึ้น แต่คงไม่ใช่แค่ธุรกิจขนาดใหญ่ แต่ต้องเริ่มจากธุรกิจขนาดเล็กด้วย
   “การปรับตัวที่ดีคือการก้าวหน้าไปด้วยกัน ไม่แข่งขันกันอย่างเดียว ปรับเปลี่ยนวิธีการปลูกพืช สอดล้องกับแผนบริหารจัดการน้ำ ดิน ที่ผ่านมารัฐบาลไทยทำแบบนี้ เราพยายามทำ agree map เพื่อดูว่าพื้นที่ไหนควรปลูกอะไร เราทำมาได้ระดับหนึ่ง เพราะเขาคุ้นเคยกับวิถีชีวิตแบบเดียว วันนี้พยายามส่งเสริมสมาร์ทฟาร์มเมอร์ ลูกหลานออกไปเรียนกลับมาเป็นเกษตรกร มีรายได้สูงขึ้น ต้องเรียนรู้ให้เท่าทัน เพิ่มมูลค่าทางธุรกิจในทุกมิติ การบริหารราชการในลักษณะ e goverment จำเป็นต้องใช้ big data รัฐบาลจะดันโครงการออกมาเขาคิดเยอะ แต่คนยุคนี้คิดเร็วอยากได้เร็ว จะเห็นว่ามันค้านกันในตัว ก็เกิดการร้องเรียนทุกที่ ดังนั้นต้องทำให้เกิดการหารือกันทั้งสองฝ่าย โครงการขนาดใหญ่ต้องเกิด แต่ต้องทยอยทำ ทำให้ประชาชนเห็นว่ามันเกิดประโยชน์ นี่คือสิ่งที่ต้องสร้างความเข้าใจเป็นขั้นเป็นตอน”พลเอกประยุทธ์ กล่าว 
   พลเอกประยุทธ์ กล่าวว่า ปัจจุบัน รัฐบาลไทยมียุทธศาสตร์ไทยที่วางแผนเอาไว้ทั้งหมดว่าจะเดินหน้าอย่างไร ทั้งด้านการพัฒนา การลงทุน มีการวางงบประมาณจะดำเนินการอย่างไร จะใช้อย่างไรตาม ซึ่งมี พ.ร.บ.การเงินการคลังฉบับใหม่ ที่ช่วยเข้ามาบริหารจัดการเรื่องเหล่านี้ แม้ว่าหนี้สาธารณะจะอยู่ในระดับต่ำ และมีกองทุนสำรองระหว่างประเทศสูงในระดับต้นๆ แต่นั่นคือฐานะการเงินของประเทศ ที่ต้องทำอย่างระมัดระวัง
   อีกเรื่องที่ตั้งใจจะเร่งผลักดัน คือ การเจรจาความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (อาร์เซ็ป) ที่ตั้งใจจะพยายามให้แล้วเสร็จภายในปีนี้ ซึ่งหากเจรจาได้สำเร็จจะกลายเป็นความตกลงการค้าเสรีที่ใหญ่ที่สุดในโลก

 

 




รายงาน    ภัทราภรณ์ เกียรตินันท์ 
เรียบเรียง  สุรเมธี มณีสุโข 
                อีเมล์. suramatee@efnancethai.com

อนุมัติ     พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน 






ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด