ข่าวหุ้นล่าสุด

โบรกฯจับตากลุ่มอสังหาฯส่อแววสดใส รัฐจ่อปลดล็อคต่างชาติซื้อบ้าน-คอนโดฯ

 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -12 เม.ย. 64 10:13 น.

  โบรกฯ จับตากลุ่มอสังหาฯส่อแววสดใส หลังรัฐเตรียมปลดล็อคกฎหมาย เปิดทางต่างชาติเข้ามาลงทุนในไทยมากขึ้น โดยอนุญาตให้ซื้อบ้านจัดสรรในราคา 10-15 ล้านบาทขึ้นไป และขยายสิทธิซื้อคอนโดมิเนียมให้ถือครองกรรมสิทธิในโครงการเป็น 78-80%

  ฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซียพลัส (ASPS) เผยผ่านบทวิเคราะห์ว่า ตามที่มีกระแสข่าวว่ารัฐบาลอยู่ระหว่างดำเนินการแก้กฎหมายดึงดูดให้คนต่างชาติเข้ามาลงทุนในประเทศไทยได้มากขึ้น เพื่อขยายสิทธิการซื้อคอนโดมิเนียม จากเดิมกำหนดให้ต่างชาติซื้อและถือครองกรรมสิทธได้สูงสุด 49%ของพื้นที่ขายโครงการ (ส่วนอีก 51% เป็นของคนไทยถือครอง) เพิ่มเป็น 78-80%

  รวมถึงให้ต่างชาติซื้อบ้านแนวราบในโครงการบ้านจัดสรรในราคา 10-15 ล้านบาทขึ้นไป และจะกำหนดให้สามารถซื้อบ้านเดี่ยวได้ไม่เกิน 49% ของพื้นที่ขาย นอกจากนี้ให้นักลงทุนต่างชาติทำสัญญาเช่าจากเดิมสูงสุด 30 ปี จะขยายเพิ่มเป็น 50 ปี + 40 ปี โดยการปรับแก้ไขกฎหมายเรื่องการถือครองกรรมสิทธิที่ดินของคนต่างชาติเป็นการชั่วคราวประมาณ 3-5 ปีเท่านั้น ทั้งนี้ประเด็นดังกล่าวคาดนำเสนอที่ประชุม ศบค.ในช่วงปลายเดือน เม.ย.นี้ ก่อนนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีต่อไป

  แนวทางดังกล่าวถือเป็น Sentiment เชิงบวกต่อกลุ่มพัฒนาที่อยู่อาศัย เนื่องจากหากเกิดขึ้นจริงย่อมดึงดูดเม็ดเงินลงทุนของต่างชาติเข้ามาซื้อที่อยู่อาศัยในไทยมากขึ้น

  ประเด็นที่น่าสนใจคือการให้ต่างชาติซื้อบ้านจัดสรร ในราคา 10-15 ล้านบาทขึ้นไป ซึ่งถือเป็นเรื่องให่ที่ไม่เกิดขึ้นขึ้นมาก่อน น่าจะได้รับการตอบรับที่ดีหากสามารถปฎิบัติได้จริง ส่วนนี้ย่อมส่งผลบวกต่อกลุ่มผู้ประกอบการที่มีพอร์ตแนวราบเป็นหลัก และเน้นตลาดกลาง-บน ได้แแก่ LH , SC

  ขณะที่การขยายเพดานซื้อคอนโดมิเนียมของต่างชาติ จาก 49% เป็น 78-80% ถือเป็นการเปิดช่องทางการขาย หรือระบายสต็อกในโครงการที่มีอยู่ของผู้ประกอบการได้มาก เป็นผลบวกต่อผู้ประกอบการที่มีพอร์ตคอนโดฯ เช่น RML , NOBLE , ANAN , ORI , AP , SPALI , SENA

  อย่างไรก็ตามในทางปฎิบัติ คงต้องติดตามต่อไป เนื่องจากข้อเสนอดังกล่าวต้องนำไปสู่การแก้ไขกฎหมาย ซึ่งอาจต้องใช้เวลาพิจารณากว่าจะสามารถนำมาบังคับใช้ได้จริง รวมถึงบางประเด็นคงต้องมีการกำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติม เช่น การให้สัดส่วนต่างชาติซื้อคอนโดฯ เกิน 49% อาจต้องมีการจำกัดให้สัดส่วนการถือกรรมสิทธิส่วนที่เกิน 49%จะไม่มีสิทธิโหวตในการประชุมนิติบุคคลอาหารชุด เพื่อไม่ให้ต่างชาติเข้ามาครอบครอง และกำหนดระเบียบที่จำกัดสิทธิของคนไทย

  สรุปชื่อว่าความน่าสนใจของประเด็นดังกล่าว จะช่วยขับเคลื่อต่อราคาหุ้นกลุ่มพัฒนาที่อยู่อาศัย เลือกหุ้นได้ประโยชน์และพื้นฐานแข็งแกร่ง พร้อมปันผลสูง ได้แก่ LH (FV@B9.65) , SPALI (FV@B25.50) และเก็งกำไร ORI (FV@B8.35)

  ด้าน บล. หยวนต้า (ประเทศไทย) เผยผ่านบทวิเคราะห์ว่า หากรัฐอนุมัติการให้สิทธิชาวต่างชาติซื้ออสังหาริมทรัพย์แนวราบในช่วงระดับ 10-15 ลบ. ขึ้นไป แม้ Segment ดังกล่าวคิดเป็นเพียงราว 20-25% ของตลาดรวม แต่จะเป็นการกระตุ้นกำลังซื้อที่ไม่ก่อให้เกิดภาระหนี้ครัวเรือนในประเทศให้ปรับตัวเพิ่มขึ้น

  ขณะที่อสังหาริมทรัพย์แนวราบในปี 63 ได้รับผลตอบรับที่ดีจากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคเนื่องจากมี Social Distancing ที่มากกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับคอนโดมิเนียม - คาดเป็นปัจจัยหลักที่จะดึงดูดกำลังซื้อต่างชาติในช่วง 2H64

  อิงข้อมูลสินค้าคงคลังของผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์จดทะเบียนจำนวน 9 ที่อยู่ภายใต้ Coverage เราพบว่า จากมูลค่าสินค้าแนวราบพร้อมขายทั้งสิ้น 2.9 แสนลบ. มีอสังหาริมทรัพย์ราคาซื้อ-ขายมากกว่า 10 ลบ. ทั้งสิ้น 6.7 หมื่นลบ. จาก 4 ผู้ประกอบการหลักคือ AP, LH, QH และ SC (Figure 2)

  คาดผู้ประกอบการที่ได้รับผลประโยชน์และมี Upside risk ต่อประมาณการปี 2564/65 มากที่สุดคือ SC (TP: THB3.36) , LH (TP: THB9.45) และ QH (TP: THB2.52) ตามลำดับ จากการมีสัดส่วนสินค้าในช่วงระดับราคา 10 ลบ. ขึ้นไป มากที่สุดในอุตสาหกรรมเมื่อเทียบกับรายได้ในปี 63 (Figure 3) และเป็น Segment หลักในการประกอบธุรกิจ นอกจากนี้ Segment แนวราบที่ระดับราคาขาย 10 ลบ. ขึ้นไป คาดมี Barrier of Entry ที่สูงจาก Brand Royalty และ Brand Image รวมถึงประสบการณ์การพัฒนาสินค้าของผู้เล่นหลัก เป็นปัจจัยบวกในเชิงการแข่งขันและการคง Market Share ในช่วง 3-5 ปีข้างหน้า

  ส่วนการขยายเพดานการถือครองกรรมสิทธิ์ของชาวต่างชาติในโครงการแนวสูงจากเดิม 49% เป็น 70-80% (เพดานที่เกิน 49% ไม่มีสิทธิในการโหวตออกเสียงในการประชุมนิติบุคคล) คาดเป็นบวกอย่างมีนัยสำคัญต่อผู้ประกอบการที่เน้นพัฒนาโครงการแนวสูงตามแนวรถไฟฟ้า อาทิ NOBLE, ORI, SA, ANAN และ SIRI เนื่องจากเป็นทำเลที่มีอุปสงค์ต่างชาติสูง ข้อมูลสินค้าแนวสูงพร้อมโอนและโครงการที่คาดแล้วเสร็จในปี 2564 (Figure 4) แม้คาดเป็นหนึ่งปัจจัยหลักที่จะเป็น Upside risk ต่อประมาณการปี 2564/65 แต่ การเข้าลงทุนของลูกค้าชาวต่างชาติในช่วงปี 2560-2562 (ก่อนเกิดสถานการณ์ COVID-19) มีความสัมพันธ์โดยตรงกับหลายปัจจัย อาทิ ช่วงระดับราคาขายที่ระดับ 3-10 ลบ. ระยะทางจากสถานีรถไฟฟ้า และ Brand Image ของผู้ประกอบการ เป็นต้น

  เลือก NOBLE (TP: THB10.40) เป็น Top pick สำหรับผู้ประกอบการแนวสูงที่คาดได้รับผลประโยชน์ต่อการขยาย Foreign Quota เนื่องจาก 90% ของโครงการทั้งหมดเป็นโครงการแนวสูงตามแนวรถไฟฟ้าและมียอดขายลูกค้าชาวต่างชาติในปี 63 ที่สูงที่สุดในกลุ่ม ขณะที่ผู้ประกอบการที่เน้นพัฒนาโครงการแนวสูงที่คาดได้รับผลประโยชน์สูง แต่ไม่ได้อยู่ใน Coverage ของเราได้แก่ ORI, SA, ANAN และ SIRI

  ด้าน บล.กสิกรไทย ระบุว่า กลุ่มอสังหาฯ ต้องติดตามการผลักดันแก้ไขกฎหมายการอสังหาฯ เพื่อให้ต่างชาติถือครองกรรมสิทธิบ้านและคอนโดฯ ได้ง่ายขึ้น โดยมองว่า ข้อเสนอในการเพิ่มโควต้ายูนิตคอนโดฯ และแนวราบ สำหรับกลุ่มต่างชาติจะเป็นปัจจัยบวกต่อตลาดที่อยู่อาศัย หากเดินหน้าแผนการดังกล่าวได้จริง

 

 


เรียบเรียง  จารุวรรณ เอี่ยมยิ่งพานิช 
                อีเมล์. charuwan@efinancethai.com

อนุมัติ     พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน 






ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด