ข่าวหุ้นล่าสุด

KBANK คาดศก.จีนปีนี้โตต่ำกว่า 4% ล็อกดาวน์-อสังหาฯพ่นพิษ หวังปี66 ฟื้น

 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -23 ก.ย. 65 12:33 น.

 

  KBANK คาดศก.จีนปีนี้โตต่ำกว่า 4% หลังโดนพิษมาตรการควบคุมโควิด-ปัญหาของภาคอสังหาฯในประเทศ หวังฟื้นกลับมารีบาวน์ได้ภายในปีหน้า พร้อมชี้ท่าเรือชินโจว หนุนโอกาสการส่งออกสินค้าของผู้ประกอบการไทยไปยังภาคตะวันตกของจีนมากขึ้น

 

  นางสาวณัฐพร ตรีรัตน์ศิริกุล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด เปิดเผยภายในงานสัมมนาออนไลน์ในหัวข้อ “ท่าเรือชินโจว กว่างซี ประตูเชื่อมสินค้าไทยสู่จีนตะวันตก" ว่าสำหรับแนวโน้มภาวะเศรษฐกิจประเทศจีนในปีนี้คาดว่าจะเติบโตได้ต่ำกว่าระดับ 4% เนื่องจากได้รับผลกระทบจากมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยเฉพาะในช่วงไตรมาส 2/65 ที่ทำให้เศรษฐกิจจีนเกือบจะไม่เติบโต รวมถึงประเด็นปัญหาของภาคอสังหาริมทรัพย์ในจีนที่ยังต้องติดตามต่อไปว่าทางการจีนจะมีมาตรการอะไรออกมาเพิ่มเติม

  อย่างไรก็ตามในส่วนของปีหน้าเชื่อว่าหากมาตรการควบคุมโควิด-19 มีการผ่อนปรนลงก็คาดว่าน่าจะเห็นเศรษฐกิจจีนกลับมารีบาวน์หรือโตมากกว่าระดับ 4% นิดๆได้ แต่มองไปข้างหน้าเศรษฐกิจจีนคงไม่ได้เติบโตใกล้ๆ 10% เหมือนในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ซึ่งคงอยู่ระดับ 5-6% เพราะสอดคล้องกับแนวนโยบายของจีนที่จะมีการปรับสมดุลของอุตสาหกรรมธุรกิจในประเทศให้ก้าวไปสู่การเติบโตในรูปแบบใหม่ๆ

  "ปีหน้าคงจะเห็นการรีบาวน์ของเศรษฐกิจจีนได้ แต่คงไม่เติบโตในระดับสูงอย่างน้อยๆในช่วง 3-5 ปีข้างหน้า" นางสาวณัฐพร กล่าว

  นางสาวณัฐพร กล่าวต่อว่าขณะที่มองว่าเปิดท่าเรือชินโจวในเขตมณฑลกว่างซีของประเทศจีนนั้น จะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการขนส่งสินค้าระหว่างผู้ประกอบการจีนและไทย เนื่องจากปัจจุบันไทยมีการส่งออกสินค้าไปจีนมากเป็นอันดับ 1 และการขนส่งทางเรือมีสัดส่วนกว่า 90% ซึ่งท่าเรือชินโจวจะเชื่อมการส่งออกสินค้าของไทยไปทางภาคตะวันตกของจีนมากขึ้น โดยเฉพาะสินค้าที่ภาคตะวันตกของจีนมีความต้องการสูงอย่าง มันสำปะหลัง,ผลไม้,เม็ดพลาสติกส์ และยางพารา เป็นต้น รวมถึงอาหารและของบำรุงร่างกาย เช่น ขนมขบเคี้ยว,สกินแคร์ และผลิตภัณฑ์ฮาลาล ที่มีโอกาสสำคัญในการเข้าไปเจาะตลาดในภาคตะวันตกของจีนได้เพิ่มมากขึ้น

   นายปรัตกร แท่นมณี กงสุล (ฝ่ายเกษตร) ประจำสถานกงสุลใหญ่ ณ นครกว่างโจว กล่าวว่าสำหรับท่าเรือชินโจวมีจุดเด่นคือ การมีทำเลที่ตั้งใกล้กับประเทศไทย ซึ่งทำให้เส้นทางขนส่งทางเรือจากท่าเรือแหลมฉบังมาจีนสั้นที่สุด ซึ่งมีความสะดวกรวดเร็ว ประหยัดเวลา และมีต้นทุนค่าใช้จ่ายที่แข่งขันได้ รวมถึงสามารถรองรับการเชื่อมต่อไปยังมณฑลภาคตะวันตกของจีนและการขนส่งสินค้าไปยังเอเซียกลางและยุโรปได้ ซึ่งอยู่ในกรอบยุทธศาสตร์ "ระเบียงการค้าเชื่อมทางบกกับทางทะเลสายใหม่" ของจีน

  โดยปัจจุบันมีเที่ยวเรือให้บริการสัปดาห์ละ 7 เที่ยว ซึ่งเป็นเที่ยวเรือที่สั้นที่สุด เพราะใช้เวลาเดินทางเพียง 3-4 วัน ซึ่งเหมาะแก่การขนส่งสินค้าประเภทอาหาร เช่น ผักและผลไม้ที่มีอายุค่อนข้างจำกัด

 

 

 




รายงาน    ปริวัฒน์ หินพลอย 
เรียบเรียง  สุรเมธี มณีสุโข 
                อีเมล์. suramatee@efnancethai.com

อนุมัติ     อนุรักษ์ ลีประเสริฐสุนทร 









ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

LATEST NEWS

ข่าวที่เกี่ยวข้องล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh