ข่าวหุ้นล่าสุด

ครม.ไฟเขียวแผนฟื้นศก. 1.9 ล้านลบ.-ขยายเวลาแจกเงิน 5 พันบ.เป็น 6 เดือน

 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -7 เม.ย. 63 15:44 น.

   ครม.ไฟเขียวมาตรการกระตุ้นศก.-เยียวยาผลกระทบโควิด-19 เฟส 3 วงเงิน 1.9 ล้านลบ. - ผ่านกู้เงิน 1 ล้านลบ. - โอนงบปี 63 อีก 1 ลบ. เพิ่มเวลาแจกเงิน 5 พันเป็น 6 เดือน ยันจะใช้แหล่งเงินในปท.เป็นหลัก  คาดดันหนี้สาธารณะต่อจีดีพีปี 64 แตะ 57%
 
   พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันนี้ (7 เม.ย.) ว่า ที่ประชุม ครม.มีมติเห็นชอบ การจัดทำพ.ร.บ.การโอนงบประมาณประจำปี 2563 วงเงินประมาณ 80,000-100,000 ล้านบาท เพื่อโอนมาสู่งบกลางมากขึ้น รวมถึงครม.มีมติเห็นชอบ พ.ร.ก.ธนาคารแห่งประเทศไทย

   นอกจากนี้ ที่ประชุม ครม.ยังเห็นชอบ พ.ร.ก.กู้เงิน ของกระทรวงการคลัง วงเงิน 1 ล้านล้านบาท โดยแบ่งเป็น 600,000 ล้านบาท สำหรับการเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 และอีก 400,000 ล้านบาท สำหรับการฟื้นฟูเศรษฐกิจ

   “ เราจะกวดขันการเบิกจ่ายงบประมาณให้มีประสิทธิภาพ และสำหรับวันนี้รัฐบาลได้ให้ความสำคัญการแพร่ระบาดไวรัสโควิดเป็นวาระแห่งชาติ ที่จะต้องเร่งได้รับการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน สำหรับการโอนงบประมาณที่เข้าครม.แล้วนั้น หลังจากนั้นจะต้องผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎร ผ่านวุฒิสภา โดยคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ต้นมิถุนายนนี้”พลเอกประยุทธ์ กล่าว

   ขณะที่นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวเพิ่มเติมว่า ในวันนี้ ที่ประชุมครม.มีมติเห็นชอบมาตรการดูแลและเยียวยาโควิด-19 ระยะที่ 3 วงเงินรวม 1.9 ล้านล้านบาท ผ่านการออก พ.ร.ก. 3 ฉบับ ประกอบด้วย 1.พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน ฃไม่เกิน วงเงิน 1 ล้านล้านบาท แหล่งที่มาเป็นเงินสกุลเงินบาททั้งหมด หรือเป็นการกู้ภายในประเทศ กำหนดเวลาการกู้ต้องให้เสร็จภายใน 30 กันยายน 2564 หรือ 1 ปี 6 เดือน

   สำหรับการกู้นั้น จะเป็นการทยอยกู้ตามวัตถุประสงค์ และการใช้งบประมาณ โดยจะแบ่งเป็น 2 แผนงานที่จะดำเนินการ คือ แผนงานด้านสาธารณสุขและแผนงานเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ 600,000 ล้านบาท ผ่านการดำเนินโครงการเยียวยาประชาชน ด้วยการให้เงิน 5,000 บาท/เดือน ซึ่งจะขยายเวลาจากเดิม 3 เดือน เป็น 6 เดือน    

   " จะขยายเวลาการแจกเงิน 5,000 บาท เพื่อช่วยเหลือแรงงานนอกระบบ อาชีพอิสระ จาก 3 เดือน เป็น 6 เดือน หรือจากวงเงิน 15,000 บาท เป็น 30,000 บาท หรือสิ้นสุดในเดือนกันยายนนี้ และการเยียวยาเกษตรกร การดูแลสาธารณสุข " นายอุตตมกล่าว

   ส่วนงานที่ 2 คือ แผนงานฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม วงเงิน 400,000 ล้านบาท โดยครอบคลุมโครงการดูแลสนับสนุนเศรษฐกิจในพื้นที่ เช่น การสนับสนุนและสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจชุมชน การสนับสนุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในระดับพื้นที่

   สำหรับขั้นตอนต่อไป จะส่งให้กฤษฎีกาพิจารณาอนุมัติ และจัดทำร่างระเบียบการใช้งบประมาณในทางปฏิบัติ ของสำนักนายกฯ เพื่อให้หน่วยงานเข้าใจว่า กรณีที่จะดำเนินการใช้วงเงิน 1 ล้านล้านบาทนั้นจะต้องทำอย่างไร รวมถึงยังต้องทูลเกล้าด้วย โดยคาดว่า พ.ร.ก.ดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ในเดือนเมษายนนี้ และสามารถกู้เงินในก้อนแรกได้ในช่วงต้นพฤษภาคม 2563

   ขณะเดียวกัน ครม.ยังได้เห็นชอบ ตั้งคณะกลั่นกรองโครงการ ซึ่งจะทำหน้าที่ กลั่นกรองข้อเสนอ แผนงานของกระทรวงต่างงๆที่เสนอเข้ามา เพื่อพิจารณาใช้วงเงินตามวัตถุประสงค์ โดยคณะนี้เมื่อกลั่นกรองแล้วต้องเสนอให้ครม.เห็นชอบ ก่อนที่โครงการจะได้รับอนุมัติเพื่อใช้เงินตามเสนอต่อไป

   ทั้งนี้ คาดว่า จากการออกพ.ร.ก.กู้เงินดังกล่าว จะส่งผลให้ หนี้สาธาณะต่อจีดีพีในปี 2564 จะเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่มากกว่า 57% ซึ่งยืนยันว่ายังไม่เกินกรอบวินัยการเงินการคลังที่ระบุไว้

   ส่วนพ.ร.ก.ฉบับที่ 2 คือ ร่าง พ.ร.ก. ให้อำนาจธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออกซอฟต์โลน วงเงิน 500,000 ล้านบาท เพื่อดูแลธุรกิจโดยเฉพาะเอสเอ็มอี โดยให้สินเชื่อใหม่ 500,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 2% สำหรับเอสเอ็มอีที่มีวงเงินสินเชื่อไม่เกิน 500 ล้านบาท และให้ธนาคารพาณิชย์ และสถาบันการเงินของรัฐ พักชำระหนี้ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย 6 เดือน ให้เอสเอ็มอีที่มีวงเงินสินเชื่อไม่เกิน 100 ล้านบาท

   สำหรับฉบับที่ 3 ร่าง พ.ร.ก. ดูแลเสถียรภาพภาคการเงินวงเงิน 400,000 ล้านบาท โดยจัดตั้งกองทุนรวม Corporate Bond Liquidity Stabilization Fund (BSF) และให้ธปท. ซื้อขายหน่วยลงทุนในกองทุนดังกล่าว

   ส่วนฉบับที่ 4 ร่าง พ.ร.บ. โอนงบประมาณปี 63 วงเงิน 80,000 – 100,000 ล้านบาท ไว้ที่งบกลาง โดยจะนำร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของ ครม. โดยเร็วต่อไป โดยทุกกระทรวงต้องกันงบที่ไม่จำเป็นมาไว้สำหรับแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19

   “พ.ร.บ.โอนงบประมาณรายจ่ายประจำปี 253 ด้วยเหตุผลเรามีความจำเป็นเร่งด่วน ที่จะต้องใช้เงินงบประมาณในการดูแลจากสถานการณ์โควิด สำนักงบได้จึงได้รายงานต่อ ครม.และขอจัดทำเป็นพ.ร.บ.โอนงบ จากกระทรวงเป็นหลัก ให้เข้ามารวมกันไว้ที่งบกลาง เพื่อดำเนินการเกี่ยวกับโควิด โดยวันนี้เห็นชอบหลักการและให้สำนักงบประมาณไปดำเนินการในรายละเอียด และนำร่างพ.ร.บ.เข้าสู่ ครม.เห็นชอบอีกครั้ง”นายอุตตม กล่าว

   อย่างไรก็ตาม สำหรับการออกพ.ร.ก.กู้เงินนั้น จะมีการติดตามความคืบหน้าของโครงการ วัตถุประสงค์ในการนำเงินไปใช้ว่าตรงตามวัตถุประสงค์หรือไม่รวมถึงมีการรายงานให้ครม.รับทราบอย่างต่อเนื่องด้วย
 
   นายอุตตม กล่าวว่า ขณะเดียวกัน ได้มอบหมายให้ธนาคารออมสินให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำอัตราดอกเบี้ย 2% ให้กลุ่มธุรกิจนอนแบงก์ วงเงินสินเชื่อ 80,000 ล้านบาท เพื่อให้ผู้ประกอบการกลุ่มดังกล่าวไปช่วยเหลือลูกหนี้ต่อไป โดยวงเงิน 80,000 ล้านบาท จะมาจากวงเงินสินเชื่อซอฟต์โลนเดิม 150,000 ล้านบาทที่ออกไปก่อนหน้านี้

   ส่วนแผนการจัดเก็บรายได้ เพื่อนำเงินมาชำระเงินกู้นั้น ยอมรับว่า ภาวะที่เกิดขึ้นในปัจจุบันเป็นเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นจึงต้องดูแลทุกภาคส่วนให้ดีที่สุด ขณะเดียวกันมองว่า เมื่อเหตุการณ์ผ่านพ้น เศรษฐกิจเริ่มมีสัญญาณดีขึ้น และกลับมาขยายตัวได้ เชื่อว่าการจัดเก็บรายได้จะเข้าสู่ภาวะปกติได้อีกครั้ง

 

 




รายงาน    ภัทราภรณ์ เกียรตินันท์ 
เรียบเรียง  สุรเมธี มณีสุโข 
                อีเมล์. suramatee@efnancethai.com

อนุมัติ     พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน 






ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด