ข่าวหุ้นล่าสุด

PTT มองดีมานด์พลังงานยังโตต่อเนื่อง-คาดน้ำมันปีหน้าเฉลี่ย 67-75 เหรียญ

 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -25 พ.ย. 64 15:52 น.

   PTT มองความต้องการใช้น้ำมันเพิ่ม แต่ยังมีความเสี่ยงด้านควบคุมการระบาดโควิด ขณะที่การตั้งเป้าเป็นกลางทางคาร์บอน ลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก อาจส่งผลต่อการใช้พลังงานทั่วโลก ด้าน PTT PRISM มองปี 65 ราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยอยู่ที่ 67-75 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

 

   นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT เปิดเผยในการเปิดประธานเปิดงานสัมมนาออนไลน์ 2021 The Annual Petroleum Outlook Forum ภายใต้หัวข้อ “Global Climate Action for A Better World – ประสานพลัง สร้างโลกที่ดีกว่า” ว่า ปีนี้ ถือเป็นปีที่อุตสาหกรรมพลังงานยังคงต้องเผชิญกับความท้าทาย จากผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ความต้องการการใช้น้ำมันที่เริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัว แต่ก็ยังคงมีปัจจัยเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของการควบคุมการระบาดของโควิด-19

   รวมถึงนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมที่ทั่วโลกร่วมตั้งเป้าหมายการเป็นกลางทางคาร์บอนและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ที่อาจส่งผลต่อรูปแบบการใช้พลังงานทั่วโลก และความต้องการการใช้น้ำมันที่ไม่แน่นอนนี้ ทำให้ผู้ผลิตฯ บางส่วนยังคงชะลอการผลิตและการลงทุน ส่งผลให้อุปทานไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้พลังงานที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ด้วยสภาพอากาศร้อนจัดและหนาวจัดที่เกิดในหลายประเทศ เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ก่อให้เกิดความผันผวนของราคาพลังงาน ทั้งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในช่วงที่ผ่านมา

   ในขณะที่ การประชุม COP26 ของสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ผ่านมา ปรากฏให้เห็นถึงเจตนารมณ์ที่ชัดเจนของนานาชาติในการร่วมกันกำหนดทิศทางประเทศ เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายให้การเพิ่มอุณหภูมิของโลกไม่เกิน 1.5 องศาเซลเซียสในปี ค.ศ. 2050 กลุ่ม ปตท. พร้อมเป็นส่วนสนับสนุนนโยบายด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมของภาครัฐ พร้อมจัดหาพลังงานทางเลือกที่หลากหลาย เพื่อรักษาสมดุลและความมั่นคงทางด้านพลังงาน ให้ไทยบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอนภายใน ค.ศ. 2050 และปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ภายใน ค.ศ. 2065 ภายใต้วิสัยทัศน์ “Powering Life with Future Energy and Beyond” ขับเคลื่อนทุกชีวิตด้วยพลังแห่งอนาคต”

   นางสาวชณัฐฐา ฤกษ์ชัยรัศมี นักวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน กลุ่ม ปตท. (PRISM) บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) จำกัด (มหาชน) หรือ IRPC กล่าวว่า ในปี 65 คาดราคาน้ำมันดิบดูไบจะเฉลี่ยอยู่ที่ 67-75 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยมองวาสถานการณ์โควิด ยังสามารถควบคุมได้ และกลุ่มโอเปกพลัสยังให้ความร่วมมือในการผลิตเป็นอย่างดี ภายใต้สหรัฐยังถูกจำกัดในการผลิต

   สำหรับในปี 64 ดีมานที่ปรับสูงขึ้นจากเศรษฐกิจที่ฟื้นตัว ขณะที่ซัพพลายผู้ผลิตมีความล่าช้าในการกลับมา เนื่องจากความกังวลต่างๆ ทำให้ฝั่งซัพพลายมีความตึงตัวมาตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน แต่จากการทยอยเพิ่มกำลังการผลิตของกลุ่มโอเปกพลัสและสหรัฐ คาดว่าในไตรมาส 1/65 ซัพพลายที่มีความตึงตัวจะเริ่มคลายได้ และในช่วงของปลายไตรมาส 2/65-ไตรมาส 3/65 ดีมานและซัพพลายจะปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นเท่ากับก่อนเกิดการระบาดโควิด-19 ได้

   อย่างไรก็ตาม ผลของวิกฤติราคาพลังงานที่ปรับลดลงอย่างรุนแรง ส่งผลให้ผู้ผลิตหลายรายไม่สามารถเอาตัวรอดจากวิกฤติได้ เนื่องจากหนี้สินมหาศาล ท้ายที่สุดก็เกิดปัญหาการล้มละลายของผู้ผลิต แต่ทั้งนี้ก็ยังมีผู้ผลิตหลายรายที่เอาตัวรอดได้ แต่ต้องใช้กลยุทธ์ทั้งการลดต้นทุนโดยการใช้เทคโนโลยีเข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพ การเพิ่มความเชื่อมั่นให้นักลงทุน รวมถึงการรัดเข็มขัดเพื่อรักษากระแสเงินสด นอกจากนั้นกลุ่มโอเปกพลัสก็หันมาจับมือร่วมกันอีกครั้ง เพื่อผ่านพ้นวิกฤติในครั้งนี้ โดยได้สร้างข้อตกลงกัน โดยร่วมกันลดกำลังการผลิตที่สูงถึง 9.7 ล้านบาร์เรลต่อวันและเป็นการสิ้นสุด Price War

   "โดยปกติเมื่อดีมานและซัพพลายไม่สมดุลกัน ผู้ผลิตจะเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ตลาดน้ำมันกลับมาสมดุุลอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มกำลังการผลิต หรือลดปริมาณการผลิต แต่วันนี้ไม่เป็นเช่นนั้น เมื่อดีมานปรับตัวสูงขึ้น แต่ผลของวิกฤติทำให้ผู้ผลิตบางส่วนหายไป ผู้ผลิตที่เหลือก็ยังรักษาวินัยเป็นอย่างดี และการผลิตยังถูกจำกัด นอกจากนั้นการลงทุนในอุตสาหกรรมมีการหยุดชะงัก รวมถึงการเปลี่ยนถ่ายไปสู่พลังงานสะอาด สร้างความลังเลในการลงทุนเป็นอย่างมาก ดังนั้นผลจากวิกฤติราคาน้ำมันที่ปรับลดลงอย่างรุนแรงที่ผ่านมา ส่งผลให้ผู้ผลิตต้องเอาตัวรอดต่างๆ และทำให้ฝั่งซัพพลายตึงตัว นอกจากดีมานที่เป็นตัวแปรสำคัญของราคาแล้ว วันนี้ซัพพลายที่ตึงตัวก็เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ราคาน้ำมันอยู่ในระดับที่สูง"นางสาวชณัฐฐา กล่าว

    สำหรับการเพิ่มปริมาณการผลิตของกลุ่มโอเปกพลัส กลุ่มมีแผนเพิ่มปริมาณการผลิตที่ 400,000 บาร์เรลต่อวันในทุกเดือนจนถึง เม.ย. 65 หลังจากนั้นจะมีการปรับเพิ่ม baseline อีก 1.64 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งหลังจากใช้ baseline ใหม่จะเพิ่มปริมาณการผลิตเป็น 430,000 บาร์เรลต่อวันในทุกเดือนจนถึงก.ย. 65 ท้ายที่สุดโอเปกก็จะผลิตเต็มกำลังการผลิตอีกครั้ง เพื่อตอบสนองความต้องการใช้น้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้น

   อย่างไรก็ตามแม้กลุ่มโอเปกมีแผนเพิ่มกำลังการผลิตยาวถึงปลายปีหน้า แต่ก็ยังเชื่อว่ากลุ่มโอเปกพลัสนั้นยังคงมีการประชุมในทุกเดือนเหมือนปีที่ผ่านมา เพื่อติดตามสถานการณ์ในตลาดโลกอย่างใกล้ชิด เนื่องจากกลุ่มเองยังเชื่อว่าสถานการณ์ยังมีความไม่แน่นอนสูง ด้านอิหร่านที่เป็นหนึ่งในสมาชิกของโอเปกพลัส ที่เคยมีปริมาณการผลิตถึง 3.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน แต่ช่วงปลายปี 61 อิหร่านถูกคว่ำบาตรจากสหรัฐ ทำให้ปริมาณการผลิตส่วนใหญ่เป็นการผลิตเพื่อใช้ในประเทศเป็นหลัก และจะได้เห็นข่าวว่าทั้ง 2 ประเทศพยายามเจรจากันเพื่อยกเลิกมาตรการการคว่ำบาตร แต่จนถึงวันนี้ยังไม่มีบทสรุปที่ชัดเจน

   ทั้งนี้ อิหร่านพยายามที่จะเจรจาเพื่อรื้อฟื้นข้อตกลงทางนิวเคลียร์ เพื่อแลกกับการยกเลิกมาตรการการคว่้ำบาตร โดยอิหร่านมีแผนที่จะเจรจากับ 6 ชาติมหาอำนาจ ในวันที่ 29 พ.ย. นี้ ซึ่งจะต้องติดตามตลาดอย่างใกล้ชิด เนื่องจากว่าหากอิหร่านสามารถกลับมาผลิตเพื่อการส่งออกได้จะทำให้มีซัพพลายเพิ่มขึ้นมาในตลาดอีก 1.4 ล้านบาร์เรลต่อวัน

   "แม้การเพิ่มกำลังการผลิตทั้งกลุ่มโอเปกพลัส หรือ สหรัฐ แม้จะมีการเพิ่มกำลังการผลิต แต่การเพิ่มก็เป็นการเพิ่มอย่างช้าๆ ในขณะที่ดีมานเติบโตจากเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัว ส่งผลให้ซัพพลายมีความตึงตัว และน้ำมันส่วนที่ขาดหายไปจึงได้มาจาก INVENTORY"นางสาวชณัฐฐา กล่าว

   นางสาวดาวรุ่ง ติรวงศ์กุศล นักวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน กลุ่ม ปตท. (PRISM) และนักวิเคราะห์ตลาด บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC เปิดเผยว่า ปัจจุบัน พบว่า ความต้องการใช้น้ำมันมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่อง ความต้องการใช้น้ำมันเริ่มกลับมา แต่ยังไม่เท่ากับ 100 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือเท่ากับก่อนเกิดสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19

   สำหรับราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับลดลงในช่วงที่ผ่านมาและเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวของราคา โดยราคาน้ำมันดิบวันนี้อยู่ที่ 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ความน่าสนใจคือ ราคาสูงกว่าก่อนเกิดโรคระบาดโควิด-19 ที่ 64 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยปัจจัยที่ทำให้ความต้องการและราคาน้ำมันปรับสูงขึ้น ประกอบด้วย สถานการณ์โควิด-19 เริ่มคลี่คลาย ส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวได้ รวมถึงปัญหาสิ่งแวดล้อม หรือ Climate Change

   การเปลี่ยนแปลงของราคาน้ำมัน นอกจากเป็นผลจากความต้องการใช้น้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้น สถานการณ์โควิดที่คลี่คลายทำให้การทำกิจกรรมทางเศรษฐกิจเริ่มมีมากขึ้น แต่ปัญหา Climate Change ก็เป็นส่วนหนึ่งเช่นเดียวกันที่ทำให้ราคาน้ำมันปรับสูงขึ้น โดยเรื่อง Climate Change เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และประมาทไม่ได้ โดยเมื่อต้นปีที่ผ่านมา พบว่าเกิดสภาวะอากาศเลวร้าย โดยหนาวจัดในจีน ยุโรป เกาหลี และต่อเนื่องมาที่สหรัฐ นอกจากภาวะหนาวจัด ยังเจอภาวะแล้งจัดในบราซิล ในรอบ 90 ปีอีกด้วย จากสภาวะClimate Change ทำให้ความต้องการใช้พลังงานเพิ่มสูงขึ้น นอกจากนี้ ในยุโรปซึ่งมีนโยบาย Go Green เริ่มพึ่งพลังงานทางเลือกอื่นๆ

   ขณะที่จีน ได้ประกาศก้าวปี 2060 จะเป็นกลางทางคาร์บอน เห็นว่า จีนพยายามที่จะลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ แต่ว่าจีนพลังงานส่วนใหญ่ผลิตจากถ่านหินถึง 60% เมื่อความต้องการในจีนเพิ่มมากขึ้น จีนก็ต้องหาพลังงานอย่างอื่นเพื่อทดแทน จากทั้งหมด ไม่ว่าความต้องการใช้พลังงานที่สูงขึ้นจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจหลังโควิด และปัญหาClimate Change ส่งผลทำให้ราคาของพลังงานทั้งหมดปรับเพิ่มขึ้นยกแผงในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา

   นางสาวดาวรุ่ง กล่าวว่า ความต้องการใช้น้ำมันมีแนวโน้มฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง โดยยังอยู่บนพื้นฐานของการฉีดวัคซีนอย่างต่อเนื่อง การเดินทางที่เพิ่มขึ้นโดยเฉพาะการเดินทางระหว่างประเทศ รวมถึงปัญหาสิ่งแวดล้อม แต่ทั้งหมดยังอยู่ภายใต้การระบาดของโควิด-19

   อย่างไรก็ตาม PRISM ยังมองว่า มีโอกาสที่จะอัพไซด์ได้อีก หากการเดินทางมากกว่าที่คาดการณ์ หรือ ยารักษาโควิดมีประสิทธิภาพสูงในการต่อต้านการเสียชีวิต และการติดเชื้อที่รุนแรง แต่อย่างไรก็ตาม ยังประมาทไม่ได้ เพราะอาจจะมีดาวน์โซด์ได้ จากปัจจัยเสี่ยงด้านโควิด-19 รวมถึงการล็อกดาวน์อีกครั้ง รวมถึงอัตราเงินเฟ้อ หากไม่ทำให้ดีจะเห็นได้ว่าอัตราเงินเฟ้อจะทำให้เศรษฐกิจฟื้นตัวอย่างไม่ยั่งยืน

ลักษณะธุรกิจของ PTT
ธุรกิจปิโตรเลียมและปิโตรเคมีครบวงจร โดยผ่านธุรกิจที่ดำเนินงานเองและธุรกิจที่ลงทุนผ่านบริษัทในกลุ่ม ได้แก่ การสำรวจและผลิต จัดหาและจัดจำหน่าย ขนส่ง และแยกก๊าซธรรมชาติ ดำเนินกิจการค้าระหว่างประเทศสำหรับผลิตภัณฑ์น้ำมันและปิโตรเคมี และมีการลงทุนในธุรกิจการกลั่นและปิโตรเคมีในประเทศ และดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ทั้งในและต่างประเทศ



รายงาน    ภัทราภรณ์ เกียรตินันท์ 
เรียบเรียง  สุรเมธี มณีสุโข 
                อีเมล์. suramatee@efnancethai.com

อนุมัติ     อนุรักษ์ ลีประเสริฐสุนทร 









ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด