ข่าวหุ้นล่าสุด

EXIM BANK รับ NPL เพิ่ม หลังภาคเกษตรทรุด จ่อปรับลดเป้าสินเชื่อปีนี้

 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -17 ก.พ. 63 14:13 น.

  EXIM BANK รับหนี้เสียเพิ่ม จากสิ้นปี 62 ที่อยู่ 4.6% หลังกลุ่มเกษตรทรุด แนะผู้ส่งออก-นักลงทุนไทยปรับตัว พร้อมเยียวยาผลกระทบระยะสั้นควบคู่ส่งเสริมการนำเข้าเครื่องจักร-เทคโนโลยี พร้อมจ่อปรับเป้าสินเชื่อปีนี้ลงจากเดิม 7-8%

  นายพิศิษฐ์ เสรีวิวัฒนา กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) เปิดเผยว่า ปี 2563 เป็นปีแห่งการปรับสมดุลของโลกเพื่อลดความเสี่ยงในหลายมิติที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทย ประกอบด้วย มิติเศรษฐกิจ โดยเฉพาะสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนกดดันบรรยากาศการค้าของโลก และ ของไทยในปีนี้ ตลอดจนความผันผวนของค่าเงินที่เกิดขึ้นทั่วโลก นโยบายการเงินกลับทิศทาง และ ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ โดยเฉพาะน้ำมันอยู่ในระดับต่ำเกิดจากความไม่สมดุลระหว่างอุปสงค์ และ อุปทานน้ำมัน ทำให้ราคาสินค้าหลายชนิดที่เคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกับราคาน้ำมันทรงตัวอยู่ในระดับต่ำ

  มิติการเมืองและสังคม ความขัดแย้งในหลายประเทศล้วนส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ กำลังซื้อของประชาชน และ เศรษฐกิจโลกโดยรวม และ มิติสิ่งแวดล้อม ทั้งภัยธรรมชาติและโรคระบาด ส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจทั้งการค้า และ การลงทุนที่เชื่อมโยงถึงกันทั่วโลก

  ในขณะที่ประเทศไทย ซึ่งเศรษฐกิจเป็นระบบเปิด และ พึ่งพาตลาดต่างประเทศในสัดส่วนสูง มีอำนาจต่อรองไม่สูงเผชิญกับภาวะเกินดุลบัญชีเดินสะพัดที่แฝงด้วยความไม่ยั่งยืนจากปัญหาความไม่สมดุลเชิงโครงสร้างภาคการค้าระหว่างประเทศ โดยมูลค่าการส่งออกของไทยถูกขับเคลื่อนด้วยปริมาณมากกว่าราคา เนื่องจากสินค้าไทยมีมูลค่าเพิ่มไม่สูง ขณะที่ไทยนำเข้าสินค้าเพื่ออุปโภคบริโภคในอัตราขยายตัวสูงกว่าการนำเข้าสินค้าเครื่องจักรและเทคโนโลยีเพื่อการลงทุนอยู่มาก กดดันให้เงินบาทแข็งค่า ผู้ส่งออกไทยจึงมีรายรับในเทอมเงินบาทลดลง และ สูญเสียความได้เปรียบในการแข่งขันเมื่อเทียบกับคู่แข่งชาติอื่น

  โดยระยะสั้นธนาคารได้สนับสนุนผู้ประกอบการด้วยเครื่องมือทางการเงินทั้งสินเชื่อและประกันความเสี่ยงด้านการค้า การลงทุน ตลอดจนความคุ้มครองความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน รวมทั้งโปรแกรมสินเชื่อพิเศษและมาตรการต่าง ๆ ที่จะช่วยบรรเทาผลกระทบในระยะสั้นให้แก่ผู้ส่งออก และ นักลงทุนไทย

  ส่วนระยะยาวมีบริการทางการเงินที่จะช่วยผู้ประกอบการไทยปรับสมดุลโครงสร้างการส่งออกและนำเข้าของไทยเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยสนับสนุนการปรับเปลี่ยนเครื่องจักรและพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าไทย ตลอดจนสนองนโยบายรัฐบาลในการสนับสนุนการลงทุนใน EEC และ พัฒนาภาคอุตสาหกรรมไทย โดยเฉพาะอุตสาหกรรม S-curve เพื่อสร้างฐานการผลิตด้านนวัตกรรมของประเทศ ควบคู่กับการให้ข้อมูลข่าวสาร และ จัดโครงการอบรมบ่มเพาะผู้ประกอบการผ่านศูนย์ความเป็นเลิศด้านการค้า (EXAC)

  ด้านผลการดำเนินงานปี 2562 ธนาคารมีสินเชื่อคงค้าง 121,868 ล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่เปิดดำเนินการ โดยเพิ่มขึ้น 13,279 ล้านบาท หรือ 12.23% เมื่อเทียบกับปีก่อน แบ่งเป็นสินเชื่อเพื่อการค้า 38,900 ล้านบาท และ สินเชื่อเพื่อการลงทุน 82,968 ล้านบาท ทำให้เกิดปริมาณธุรกิจ (Business Turnover) 197,106 ล้านบาท ซึ่งในจำนวนนี้เป็นปริมาณธุรกิจของ SMEs เท่ากับ 106,749 ล้านบาท คิดเป็น 54.16% โดยสินเชื่อคงค้าง SMEs เท่ากับ 43,123 ล้านบาท

  ส่งผลให้ ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2562 ธนาคารมีกำไรสุทธิ 507 ล้านบาท มีอัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPLs Ratio) อยู่ที่ 4.60% โดยมีสินเชื่อด้อยคุณภาพจำนวน 5,606 ล้านบาท และ มีเงินสำรองหนี้สงสัยจะสูญจำนวน 11,171 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,787 ล้านบาทเมื่อเทียบกับปีก่อน เป็นสำรองหนี้พึงกันตามเกณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทยจำนวน 7,804 ล้านบาท คิดเป็นอัตราส่วนเงินสำรองที่กันไว้แล้วต่อสำรองพึงกัน 143.15% ทำให้ยังคงดำรงฐานะการเงินที่มั่นคง

  สำหรับผลการดำเนินงานด้านประกันการส่งออกและการลงทุนของธนาคารในปี 2562 มีปริมาณธุรกิจสะสมเท่ากับ 121,372 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28,924 ล้านบาทเมื่อเทียบกับปีก่อน โดยเป็นปริมาณธุรกิจของ SMEs จำนวน 22,592 ล้านบาท หรือ 18.61% ของปริมาณธุรกิจสะสมรวม

  ขณะเดียวกันการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยขยายฐานการค้า และ การลงทุนไปยังต่างประเทศในปี 2562 ธนาคารมีวงเงินที่ให้การสนับสนุนแก่สินเชื่อโครงการระหว่างประเทศรวมทั้งสิ้น 92,367 ล้านบาท โดยเป็นสินเชื่อคงค้างจำนวน 47,454 ล้านบาท รวมทั้งสนับสนุนผู้ประกอบการไทยขยายฐานการค้าและการลงทุนไปยังกลุ่มประเทศ CLMV ซึ่งมีการขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง และ ยังคงเป็นประเทศเป้าหมายหลักของการขยายธุรกิจของผู้ประกอบการไทย ณ ปี 2562 มีสินเชื่อคงค้างจำนวน 30,774 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,333 ล้านบาทเมื่อเทียบกับปีก่อน ทั้งนี้ สำนักงานผู้แทนในย่างกุ้ง เวียงจันทน์ และ พนมเปญได้เปิดดำเนินงาน และทำงานร่วมกับทีมไทยแลนด์ นำโดยเอกอัครราชทูตไทยในต่างประเทศแล้ว และ อยู่ระหว่างเตรียมการเปิดสำนักงานผู้แทน EXIM BANK ในเวียดนามต่อไป

  “ปีนี้เราอยู่ระหว่างปรับแผนธุรกิจใหม่ เพราะตอนนี้ปัจจัยลบมีมากขึ้น โดยยอดคงค้างเงินให้สินเชื่อปีนี้ตั้งเป้าเติบโต 7-8% ซึ่งเป็นอัตราเติบโตเฉลี่ยที่ผ่านมาด้วย โดยปีนี้เราไม่เน้นโตด้านสินเชื่อ แต่จะเน้นให้ความช่วยเหลือลูกค้า เพราะลูกค้าอยู่ได้ เราก็อยู่ได้ ยังไม่รวมส่งออกที่เรามองว่าปีนี้จะหดตัว -2 ถึง 0% และมีโอกาสติดลบไปถึง 3% จากเดิม 0-2%”นายพิศิษฐ์ กล่าว

  ส่วนรายได้ของธนาคารมาจากรายได้ดอกเบี้ย และ รายได้ค่าธรรมเนียม โดยรายได้ค่าธรรมเนียมมาจากการที่ลูกค้าทำประกันความเสี่ยง ส่วนรายได้ดอกเบี้ยธนาคารไม่ได้เน้นรายได้ส่วนนี้มาก เพราะธนาคารเน้นให้ความช่วยเหลือลูกค้ามากกว่า เพราะถ้าลูกค้าอยู่ได้ ธนาคารก็อยู่ได้ ซึ่งตอนนี้ลูกค้ากำลังได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจทำให้ลูกค้าขาดสภาพคล่อง โดยเฉพาะลูกค้ากลุ่มเกษตร และ กลุ่มธุรกิจเทรดดิ้ง

 

 




รายงาน    กรณัช พลอยสวาท 
เรียบเรียง  จำเนียร พรทวีทรัพย์ 
อนุมัติ     อนุรักษ์ ลีประเสริฐสุนทร 


Tags:

EXIM BANK




ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด