ข่าวหุ้นล่าสุด

โบรกฯ คาดกำไร 7 แบงก์โค้ง3 ทรุด 52% มอง 3 แบงก์ใหญ่อ่วม

 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -1 ต.ค. 63 10:00 น.

   บล.เมย์แบงก์ ประเมินงบกลุ่มแบงก์ Q3/63  กำไรรวม 7 แบงก์ อยู่ที่ 2.22 หมื่นลบ. ลดลง 52% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน เหตุสินเชื่อทรงตัว แต่รายได้อ่อนแอโดยเฉพาะ NII และ non-NII ประเมิน SCB เจ็บหนักสุดกำไรหาย 70% 

   บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า คาดกำไรสุทธิรวมใน Q3/63 ของธนาคาร 7 แห่งที่บริษัทฯ ดูแลอยู่ที่ 2.22 หมื่นล้านบาท ลดลง 52% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน (YoY) เนื่องจาก credit cost เพิ่มขึ้น และ NIM ลดลง  ขณะที่เทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) คาดลดลง 4% จากการลดลงของ non-NII และNIM

หุ้น กำไร คาดการณ์กำไร เปลี่ยนแปลง %
  Q3/19 (ลบ.) Q3/20 (ลบ.) YoY
BBL 9,438 4,889 -48%
KBANK 9,951 4,132 -58%
KKP 1,610 1,150 -29%
KTB 6,354 4,205 -34%
SCB 14,798 4,393 -70%
TISCO 1,878 1,422 -24%
TMB 2,112 1,989 -6%
รวม 46,142 22,182 -52%

 

    โดยคาดว่าสินเชื่อจะทรงตัว YoY เนื่องจากอุปสงค์สินเชื่อยังอ่อนแอ หักล้างไปกับยอดการชำระคืนที่ลดลง ทั้งนี้สินเชื่อกลุ่มธนาคารขยายตัวแค่ 0.2% QTD ในเดือนส.ค. เราคาดว่ารายได้ใน Q3/63 จะอ่อนแอจากทั้งรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ หรือ NII และ non-NII โดย NII ที่อ่อนแอจะเป็นผลมาจากส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ หรือ NIM ที่ลดลงจากการลดดอกเบี้ย หลายรอบ

         ในขณะที่ non-NII ที่อ่อนแอจะเป็นเพราะฐานที่สูงเนื่องจากมีกำไรจากเงินลงทุนสูงใน 2Q20 ดังนั้น เราจึงคาดว่า PPoP ของกลุ่มธนาคารจะลดลง 28% YoY และ18% QoQ ใน Q3/20

   Credit cost อาจจะลดลง QoQ ใน Q3 แต่จะยังไม่สะท้อนผลกระทบจาก Covid-19  เราคาดว่ากลุ่มธนาคารจะตั้ง สำรองลดลง 25% QoQ เนื่องจาก BBL KBANK และ KTB ตั้ง สำรองล่วงหน้าเผื่อไปแล้วตั้ง แต่ Q2/63 ในทางกลับกัน เราคาดว่า credit cost ของ SCB TMB และ KKP จะเพิ่มขึ้น QoQ ใน Q3/63 เรามองว่าคุณภาพสินทรัพย์มีแนวโน้มจะอ่อนแอลงทั้งกลุ่ม

   ทั้งนี้ยอด NPL ของธนาคารต่าง ๆ อาจจะยังไม่ได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เพราะ ธปท. อนุญาตให้ธนาคารสามารถคงสถานะการจัดชั้น หนี้ที่ผ่านการปรับโครงสร้างเอาไว้ได้จนถึงสิ้นปี 2021 เราแนะนำให้นักลงทุนมองเลยวัฏจักรรอบนี้ไปในการประเมินความเสี่ยงด้านคุณภาพสินทรัพย์ โดยเชื่อว่าทั้ง NPLs และcredit cost จะยังคงสูงต่อเนื่องไปอีก 3 ปี

   เชื่อว่าแนวโน้มรายได้ที่อ่อนแอ (ทั้งจากการอัตราการเติบโตของสินเชื่อ NIM และรายได้ค่าธรรมเนียม) และคุณภาพสินทรัพย์ที่ยังมีความไม่แน่นอนสูงจะกดดันผลประกอบการกลุ่มธนาคารในอีกสามปี ข้างหน้า ถึงแม้ว่าราคาหุ้นกลุ่มธนาคารของไทยจะดูไม่แพงในแง่ P/BV แต่เชื่อว่าราคาหุ้นในปัจจุบันเหมาะสมแล้วกับ ROE ของกลุ่มที่คาดว่าจะลดลงเหลือแค่ 6-7% ในปี 63-65 จาก 10-13% ในช่วง 5 ปี ที่ผ่านมา

    ยังมองไม่เห็นปัจจัยกระตุ้นในระยะสั้นถ้าหากว่าภาคท่องเที่ยวยังฟื้นตัวช้าโดย ธปท. คาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติปีนี้เอาไว้แค่ 6.7 ล้านคน และปีหน้าที่ 9.0 ล้านคน จาก 39.8 ล้านคนในปี 62

หุ้น คำแนะนำ ราคาล่าสุด ราคาเป้าหมาย อัพไซด์
    บ. บ. %
SCB ถือ 66.5 70 5%
BBL ซื้อ 98 125 28%
KBANK ถือ 78 80 3%
KTB ถือ 8.95 10 12%
TMB ถือ 0.9 1 11%
TISCO ซื้อ 64.5 80 24%
KKP ซื้อ 37.5 45 20%
 

 


เรียบเรียง  สุรเมธี มณีสุโข 
                อีเมล์. suramatee@efnancethai.com

อนุมัติ     พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน 






ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด