ข่าวหุ้นล่าสุด

โบรกฯ ประเมินทองคำยังมีปัจจัยหนุนเพียบ คาดมีลุ้นแตะ 1,600 เหรียญ

 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -17 ก.ย. 62 9:51: น.

   บล.หยวนต้า เปิดเผยถึงภาพรวมการลงทุนในตลาดทองคำ ว่า  ความต้องการทองคำเพื่อการลงทุนยังเร่งตัวขึ้นต่อเนื่อง  หลังกองทุน ETF เก็บเพิ่มขึ้น 292.2 ตัน  - ยอด Net Long ใน COMEX Gold Futures ทำจุดสูงสุดในรอบ 3 ปี  และสภาพคล่องของตลาดทองคำกลับมาสูงเป็นอันดับ 6 ของโลก ชี้  ECB และ FOMC ผ่อนคลายนโยบาย - สงครามในตะวันออกกลาง จะหนุนราคาทองคำมากขึ้น  คาดกรอบช่วง 1 เดือนอยู่ที่ 1,450-1,600 เหรียญ  แนะหันไปลงทุนใน  GLD -  K-GOLD -  KT-PRECIOUS -  Gold Futures- Gold Online   เพิ่มเติมจากทองคำแท่ง 

   - แม้ความต้องการทองคำเพื่อใช้เป็นเครื่องประดับจะเริ่มชะลอตัว จากการนำเข้าของอินเดียที่ถูกกดันด้วยการปรับขึ้นภาษีนำเข้าทองคำจาก 2.5% เป็น 12.5% ซึ่งส่งผลให้ยอดนำเข้าเดือน ก.ค. 62 ลดลง 39% QoQ และ 49% YoY เหลือ 37.7 ตัน  และมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่องในเดือน ส.ค. 62 แต่ด้วยความต้องการเพื่อการลงทุนที่เร่งตัวขึ้นมาก ซึ่งสะท้อนมายัง
   - (1) ยอดซื้อทองคำของกองทุน ETF ในเดือน ส.ค. 62 ที่เพิ่มขึ้นสุทธิ 122.3 ตัน จากที่เพิ่มขึ้นสุทธิเพียง 55.1 ตันในเดือน ก.ค. 62 ทำให้ยอดสะสม YTD เพิ่มขึ้นสุทธิ 292.2 ตัน จากที่เพิ่มสุทธิเพียง 69 ตันในทั้งปี 2561 ซึ่งถือเป็นการซื้อสุทธิสูงสุดในรอบ 3 ปี
   - (2) สถานะ Long สุทธิของ Gold Futures ในตลาด COMEX เร่งตัวขึ้นเป็น 1,134.34 ตัน สูงสุดในรอบ 3 ปี
   - (3) สภาพคล่องตลาดทองคำสูงสุดเป็นอันดับ 6 ของโลก โดยอยู่ที่ 1.12 แสนล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ/วัน เป็นรองเพียงตลาดพันธบัตรสหรัฐฯ อังกฤษ ญี่ปุ่น และตลาดหุ้น S&P500 ทำให้โครงสร้างตลาดยังมีลุ้นเป็นอุปสงค์ส่วนเกินใน 2H62 ซึ่งความต้องการเพื่อการลงทุนและสภาพคล่องที่เร่งตัวขึ้นมาก จะทำให้ราคาทองคำเคลื่อนไหวเชิงบวก หรือปรับตัวลงยากเช่นนี้ต่อไป
U.S. Bond Yield ที่ปรับตัวขึ้น อาจไม่ได้กดดันราคาทองคำ
   - ราคาทองคำและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯมักเคลื่อนไหวผกผันกัน จากคุณสมบัติที่สามารถใช้เป็นแหล่งพักเงินทดแทนกันได้ เพราะฉะนั้น การปรับขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ จึงมักเป็นตัวแปรที่กดดันราคาทองคำ แต่ผลกระทบล่าสุดเริ่มเห็นถึงที่ลดลง ในทางตรงข้าม ด้วยสภาพคล่องของตลาดทองคำที่สูงมากกว่าตลาดหุ้น จึงน่าจะเป็นทางเลือกในการซึมซับแรงขายของพันธบัตรสหรัฐฯได้ดีกว่าตลาดการเงินอื่น (อัตราผลตอบแทนพันธบัตรขึ้น หมายถึงราคาพันธบัตรกำลังปรับตัวลง) ราคาทองคำและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ จึงอาจกลับไปเคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกัน เหมือนที่เกิดขึ้นในช่วง 2H60 ซึ่งราคาทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้น 10% YoY และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 30 bps.
    - ถ้าพิจารณาจาก Balance Sheet ของเฟดที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นตั้งแต่ 3 ก.ย. 62 มาอยู่ที่ 3.77 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯในปัจจุบัน เทียบกับจุดต่ำสุดเมื่อ 27 ส.ค. 62 ที่ 3.76 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งถือเป็นการฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญในรอบ 1 ปี 9 เดือน เราคาดว่าเฟดจะกลับมาผ่อนคลายนโยบายการเงินอีกครั้ง และเมื่อผนวกกับการกลับมาซื้อสินทรัพย์ของ ECB เดือนละ 2 หมื่นล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ ปริมาณเงินในระบบเศรษฐกิจโลกที่เพิ่มขึ้นจะเป็นบวกกับราคาทองคำอย่างมาก แต่ถ้าไม่เป็นไปตามคาด คือ เฟดยังไม่ผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติม อาจเห็นราคาทองคำพลิกกลับมาทรุดตัวลงหา 1,450 ดอลลาร์/ออนซ์ 
   - อัตราส่วนราคาทองคำ : S&P500 ยังยืนเหนือ 0.50 เท่า, อัตราส่วนราคาทองคำ : Dollar Index ยังยืนเหนือ 15 เท่า, และอัตราส่วนราคาทองคำ : ราคาพันธบัตรอายุ 10 ปีของสหรัฐฯยังยืนเหนือ 14 เท่า ซึ่งล้วนเป็นระดับที่สะท้อนภาวะ Outperform ของทองคำ เมื่อเทียบกับพันธบัตร หุ้น และเงินดอลล่าร์สหรัฐฯ จึงยังป็นไปได้ที่ในแง่ของ Asset Allocation จะมีการกระจายเงินลงทุนมาในทองคำมากขึ้น โดย Upside เพิ่มเติมหลังจากนี้คือ โอกาสเกิดสงครามในตะวันออกกลาง คาดกรอบการเคลื่อนไหวในช่วง 1 เดือนข้างหน้าที่  1,450-1,600 ดอลลาร์/ออนซ์

 

 


เรียบเรียง  สุรเมธี มณีสุโข 
                อีเมล์. suramatee@efnancethai.com

อนุมัติ     พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน 






ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด