ข่าวหุ้นล่าสุด

`ภากร` ชี้ตลาดหุ้นไทยยังแกร่ง เปิดประเทศดันฟันด์โฟลว์ไหลเข้า

 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -8 ส.ค. 65 16:30 น.

 

 

  "ภากร"ชี้ตลาดหุ้นไทยยังแข็งแกร่ง ฟันด์โฟลว์ไหลกลับ ในเดือนก.ค.65 ตามการฟื้นตัวเศรษฐกิจ พร้อมจับตาประชุม กนง.10 ส.ค.นี้ นัดสำคัญส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ย

  นายภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า กระแสเงินทุนต่างชาติ (ฟันด์โฟลว์) เริ่มกลับเข้ามาซื้อสุทธิอีกครั้งในเดือนก.ค.จาก มิ.ย.ที่ไหลออกไป สะท้อนได้จากใน 7 เดือนแรกปี 65 ผู้ลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิรวม 113,730 ล้านบาท มองแนวโน้มฟันด์โฟลว์ก็น่าจะไหลเข้าต่อเนื่องตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย หลังเปิดประเทศ ส่วนหุ้นที่จะได้รับประโยชน์จากเปิดประเทศ คือ กลุ่มท่องเที่ยว โรงแรม น่าจะฟื้นตัวแรง

  อย่างไรก็ตาม นักลงทุนจะต้องติดตามการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) วันที่ 10 ส.ค.นี้ สิ่งที่ต้องจับตาคือการส่งสัญญาณของ กนง.ครั้งนี้ ว่าจะขึ้นดอกเบี้ยหรือไม่ขึ้น และการปรับขึ้นดอกเบี้ยในครั้งถัดไปจะเป็นอย่างไร และการเร่งขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เพื่อชะลอเงินเฟ้อ ซึ่งถ้าสหรัฐเอาเงินเฟ้อไม่อยู่มีสิทธิที่เม็ดเงินจะไหลออกไปได้

  ส่วนความกังวลภาวะเศรษฐกิจถดถอยในสหรัฐอาจเร็วขึ้นนั้น มองผลกระทบจากปัจจัยภายนอกครั้งนี้รุนแรงมาก แต่ไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ผลกระทบน้อยมาก เพราะอุตสาหกรรมอาหารเราก็มีเอง ภาคการเงินแข็งแรง บริษัทที่จำเป็นต้องใช้เงินสามารถระดมทุนได้ไม่เป็นปัญหา สิ่งที่กระทบคืออุตสาหกรรมที่ต้องพึ่งพาปัจจัยภายนอก เช่น ท่องเที่ยว กลุ่มโรงแรม ที่ยังไม่ฟื้นตัว แต่ภาคส่งออกสามารถขยายธุรกิจเพิ่มขึ้นได้มาก

  อย่างไรก็ตาม แม้สถานการณ์ภายนอกจะไม่ปกติแต่มีสิ่งหนึ่งที่แข็งแรงมากคือ การระดมทุนในปีนี้ที่ไม่เปลี่ยนแปลงไปจากปีก่อน ทั้งจำนวนและมูลค่าการระดมทุน มีทั้งบริษัทขนาดใหญ่ กลาง เล็ก หลากหลายอุตสาหกรรม เข้ามาระดมทุนต่อเนื่อง สะท้อนความแข็งแรงของเศรษฐกิจไทย

  นายศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กร ตลท. เปิดเผยว่า ใน 7 เดือนแรกปี 65 มีเงินลงทุนเคลื่อนย้ายมายังตลาดหุ้นไทยค่อนข้างมาก อย่างไรก็ตาม แนวโน้มค่าเงินดอลล่าร์สหรัฐที่แข็งค่าจากการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายในอนาคต ทำให้ค่าเงินในภูมิภาคอาเซียนอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง โดยเงินบาทที่อ่อนค่าส่งผลบวกต่อภาคการส่งออกและท่องเที่ยวไทย

  ทั้งนี้ ณ สิ้นเดือน ก.ค.565 SET Index ปิดที่ 1,576.41 จุด ปรับเพิ่มขึ้น 0.5% จากเดือนก่อนหน้า เป็นในทิศทางเดียวกับดัชนีตลาดหลักทรัพย์อื่นในภูมิภาค เมื่อเทียบกับสิ้นปี 64 SET Index ปรับลดลง 4.9%

  ใน 7 เดือนแรกปี 65 ได้แรงหนุนจากอุตสาหกรรมที่ได้รับอานิสงส์จากการกลับมาเปิดเมือง โดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่ปรับตัวดีกว่า SET Index เมื่อเทียบกับสิ้นปี 64 ได้แก่ กลุ่มบริการ กลุ่มทรัพยากร และกลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร

  ในเดือน ก.ค.65 มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันใน SET และ mai อยู่ที่ 61,857 ล้านบาท ลดลง 27.5% จากเดือนเดียวกันของปีก่อน โดยใน 7 เดือนแรกปี 65 มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 83,958 ล้านบาท โดยผู้ลงทุนต่างประเทศกลับมาซื้อสุทธิ 4,662 ล้านบาท ทำให้ใน 7 เดือนแรกปี 65 ผู้ลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิรวม 113,730 ล้านบาท อีกทั้งผู้ลงทุนต่างประเทศมีสัดส่วนมูลค่าการซื้อขายสูงสุดต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4

  มีบริษัทเข้าจดทะเบียนใหม่ซื้อขายใน SET 1 บริษัท ได้แก่ บมจ. ไทยประกันชีวิต (TLI) และใน mai 2 บริษัท ได้แก่ บมจ. เบล็ส แอสเสท กรุ๊ป (BLESS) และ บมจ. ชิค รีพับบลิค (CHIC)

  Forward P/E ของตลาดหลักทรัพย์ไทย ณ สิ้นเดือน ก.ค.65 อยู่ที่ระดับ 16.1 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ระดับ 12.5 เท่า และ Historical P/E อยู่ที่ระดับ 17.0 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ระดับ 13.0 เท่า

  อัตราเงินปันผลตอบแทน อยู่ที่ระดับ 2.79% ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ 2.98%

 

 

 




รายงาน    จำเนียร พรทวีทรัพย์ 
เรียบเรียง  จารุวรรณ เอี่ยมยิ่งพานิช 
                อีเมล์. charuwan@efinancethai.com

อนุมัติ     อนุรักษ์ ลีประเสริฐสุนทร 









ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

LATEST NEWS

ข่าวที่เกี่ยวข้องล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh