ข่าวหุ้นล่าสุด

ผู้ก่อตั้งFIRO เสนอ ก.ล.ต.ทบทวนนิยาม privacy coins-ไม่เห็นด้วยห้ามเทรด

 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -12 ก.พ. 64 21:40 น.

 

            "ปรมินทร์ อินโสม" ผู้ก่อตั้ง privacy coins ไม่เห็นด้วยกับแนวคิดของสำนักงาน ก.ล.ต.ที่จะห้ามซื้อขาย privacy coins ในไทย พร้อมเสนอแนะ 4 ข้อให้พิจารณา เพื่อสร้างความชัดเจนให้กับผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล 


            จากกรณีที่สำนักงาน ก.ล.ต.มีแนวคิด "ห้าม" เว็บเทรดสินทรัพย์ดิจิทัลในไทย ให้บริการซื้อขาย privacy coins โดยเปิดรับฟังความคิดเห็นระหว่างวันที่ 27 ม.ค.64 - 26 ก.พ.64

            ในเอกสารระบุว่า ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่ให้บริการซื้อขาย privacy coins อยู่ก่อนวันที่ประกาศที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้จะมีผลใช้บังคับ ให้ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของประกาศดังกล่าวภายในโอกาสแรกที่สามารถทำได้ แต่ต้องไม่เกินกว่า 3 เดือนนับแต่วันที่ประกาศมีผลใช้บังคับ

            ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ก.ล.ต.เปิดเฮียริ่งไลเซนส์" คริปโตคัสโตเดียน"- เล็งแบน privacy coins 

 

            นายปรมินทร์ อินโสม ผู้ก่อตั้ง privacy coins ที่ชื่อ "Firo" และกรรมการบริษัท สตางค์ คอร์ปอเรชั่น ผู้ให้บริการศูนย์ซื้อขายสกุลเงินดิจิทัล Satang Pro  เปิดเผยว่า เขาไม่เห็นด้วยกับแนวคิดที่สำนักงาน ก.ล.ต.จะห้ามการซื้อขาย privacy coins ในประเทศไทย พร้อมกับได้แสดงความคิดเห็นต่อร่างเอกสารของ ก.ล.ต.ทั้งหมด 4 ประเด็น 

            "ผมไม่เห็นด้วยกับแนวคิดที่จะห้ามการซื้อขาย privacy coins เพราะยังมีหลายประเด็นที่จะต้องทำให้มีความชัดเจน โดยเฉพาะนิยามของ privacy coins รวมถึงการใช้คำว่า "หรือ" ในนิยาม มันจะทำให้ตีความไปยังเหรียญอื่นๆ ที่มีฟีเจอร์ของ privacy อยู่ด้วย ทั้ง bitcoin,ethereum และ bitcoin cash เป็นต้น” 

            เขาได้แสดงความคิดเห็นต่อร่างเอกสารของ ก.ล.ต.ทั้งหมด 4 ประเด็น ได้แก่  

            1.ความหมายของ privacy coins ยังไม่ชัดเจนเพียงพอที่จะพิจารณาได้ว่าสินทรัพย์ดิจิทัลที่กำลังพิจารณานั้นเป็น privacy coins หรือ privacy on chain

            2.ควรให้ความหมายของ privacy on chain เพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องสามารถพิจารณาได้ว่าเป็น privacy coins หรือ policy on chains

             3.ระยะการประกาศบังคับให้เลิกรับรอง privacy coins นั้นน้อยเกินไป

            "เวลาในการให้ผู้ประกอบการเตรียมตัวก่อนที่จะ delist เหรียญออกไปนั้น มันน้อยเกินไปที่เราจะไปแจ้งลูกค้าให้เขาถอนเหรียญออก" นายปรมินทร์ กล่าว  

            4.ทำไมถึงห้ามไม่ให้มีการซื้อขาย privacy coins สำหรับผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ด้วยเหตุผลที่ว่าเพื่อให้สามารถติดตามธุรกรรมที่เกิดขึ้นในระบบได้ 

            “เพราะว่าในประเด็นนี้ สิ่งที่ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลทำอยู่ในปัจจุบัน ก็ได้ทำ KYC, AML กับลูกค้าอยู่แล้ว ต่อให้รับ DASH  MONERO ทาง Exchange ก็ทราบอยู่แล้วว่าเหรียญนี้รับมากจากใคร  Exchange มีการเก็บข้อมูลทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย พร้อมกับส่งให้สำนักงาน ก.ล.ต.อยู่แล้ว เพื่อให้สามารถติดตามธุรกรรมที่เกิดขึ้นในระบบ ของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลได้” 

            “ผมไม่เห็นด้วยกับการ delist ซึ่งอีกทางออกหนึ่งที่น่าสนใจมากๆ ก็คือการให้ exchange ทำ KYT (Know Your Transactions) เพื่อติดตามข้อมูลในระดับธุรกรรมเพิ่มเติม” นายปรมินทร์ กล่าว  

            นายปรมินทร์ กล่าวต่อว่า การให้นิยามที่กว้างเกินไปจะทำให้ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลทำธุรกิจได้ลำบากจากการที่ต้องมาทำการตีความ เพราะหากนิยามไม่ชัดเจน โดยปกติแล้วมักจะทำให้ผู้ประกอบการตีความเข้าข้างตัวเอง แต่พอระยะเวลาผ่านไปมีการปรับปรุงแก้ไขนิยามอีก ก็จะทำให้ผู้ประกอบการนั้นประสบความยากลำบากในการทำธุรกิจ ซึ่งก็ได้เกิดขึ้นแล้วอย่างกรณีของ Investment Token  ซึ่งกรณีนี้ก็หวังว่าจะไม่เกิดขึ้นซ้ำรอยอีก เพราะไม่ใช่แค่ผู้ประกอบการแต่อาจกระทบไปยังผู้ถือเหรียญอื่นๆ ด้วย  

            อนึ่ง สำนักงาน ก.ล.ต. จัดงานสัมมนาเมื่อวันที่ 8 ก.พ.ที่ผานมา ตอนหนึ่งระบุว่าไตรมาส 3 จะมีการแก้ไข พ.ร.ก.การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล และ พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ โดยจะแก้ไขด้านการกำกับดูแล โทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน (investment token)  และโทเคนดิจิทัลเพื่อการใช้ประโยชน์ (utility token)  (ประเภทที่ไม่พร้อมใช้) จะโยกมาอยู่ภายใต้ พ.ร.บ.หลักทรัพย์ เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล 

            ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ก.ล.ต.เล็งแก้กฎหมายกำกับดูแล"โทเคน" คาดส่งคลังพิจารณาไตรมาส 3 นี้

 




รายงาน    ชัชชญา อังคุลี 
เรียบเรียง  ชัชชญา อังคุลี 
                อีเมล์. chatchaya@efinancethai.com









ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

LATEST NEWS

ข่าวที่เกี่ยวข้องล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh