ข่าวหุ้นล่าสุด

ASP คาดเฟดจะลดดบ.0.25% กดดันกนง.หั่นดบ.ตามช่วงปลายเดือนนี้

 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -17 ก.ย. 62 10:32 น.

   บล.เอเซียพลัส เปิดเผยผ่านบทวิเคราะห์รายวัน ว่า ประชุมเฟดรอบนี้ (17-18ก.ย.62) มีแนวโน้มลดดบ.นโยบาย 0.25% ชี้จะเป็นปัจจัยกดดันกนง.ที่จะประชุม 25 ก.ย.นี้ ให้ลดดบ.ลงตาม ฟากเงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าต่อตามดบ.ขาลง    

   -วันนี้เป็นวันแรกของการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ(Fed) ระหว่างวันที่ 17-18 ก.ย. 2562   ตลาดเชื่อมั่น 100% ว่า Fed จะลดดอกเบี้ยราว 0.25% จากดอกเบี้ยนโยบายปัจจุบันที่ 2.25% ทั้งนี้ หาก Fed ไม่ได้มีการออกนโยบายการเงินผ่อนคลายอะไรมากกว่าที่ตลาดคาด หรือเป็นไปตามที่ตลาดคาด   เชื่อว่าตลาดหุ้นโลกอาจจะแกว่งทรงตัว หรือเกิดการ Sell on Fact ได้ เพราะเป็นปัจจัยที่ตลาดรับรู้ไปค่อนข้างมากแล้ว แต่หาก Fed ลดดอกเบี้ยมากกว่าที่ตลาดคาด (เช่นลดลง 0.5%) คาดว่าจะเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยหนุนตลาดหุ้นโลกได้
   -จากทิศทางนโยบายการเงินของทั่วโลกที่ยังมีแนวโน้มผ่อนคลาย หนุนให้วัฎจักรดอกเบี้ยโลกเป็นขาลงชัดเจน ASPS จึงเชื่อว่าวัฎจักรดอกเบี้ยขาลงดังกล่าวจะเริ่มมีน้ำหนักมากขึ้นต่อการประชุม กนง. วันที่ 25 ก.ย. 2562 นี้คือ ASPS คาดว่า กนง. เริ่มมีโอกาสพิจารณาลดดอกเบี้ยในการประชุมปลายเดือน ก.ย. มากขึ้น เนื่องจาก
    -ค่าเงินบาท/ดอลลาร์ยังมีแนวโน้มแข็งค่า เพราะผลกระทบของวัฎจักรดอกเบี้ยขาลงข้างต้น ล่าสุดเงินบาทแกว่งตัวอยู่ที่  30.55 บาท/ดอลลาร์ อยู่ใกล้ระดับต่ำสุดในรอบ 5 ปี 11 เดือน และหากนับตั้งแต่ต้นปีเงินบาทแข็งค่าราว 6.14%ytd  ซึ่งหากเงินบาทยังมีแนวโน้มแข็งค่าต่อเนื่อง เชื่อว่าจะกระตุ้นให้ ธปท. พิจารณาดำเนินมาตรการควบคุมเงินบาทเพิ่มเติม ซึ่งการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลงถือว่าเป็นมาตรการที่ช่วยลดแรงกดดันต่อเงินบาทเช่นกัน
   -เศรษฐกิจไทยมีสัญญาณชะลอตัว ขณะที่มาตรการภาครัฐที่ออกมาในเดือน ส.ค. มีเม็ดเงินที่เข้าไปกระตุ้นเศรษฐกิจไม่มากนัก  คือ  มาตรการกระตุ้นการบริโภคเมื่อ ส.ค. 2562 วงเงินรวม  3.16 แสนล้านบาท (ราว 2% ของ GDP) พบว่า 64% ของวงเงินทั้งหมดเป็นมาตรการให้สินเชื่อผ่านธนาคารของรัฐ ซึ่งไม่ได้อัดฉีดเข้าระบบโดยตรง แต่เม็ดเงินที่อัดฉีดเข้าระบบเศรษฐกิจโดยตรงมีเพียงมาตรการเพิ่มเงินในบัตรสวัสดิการเป็น 1,000 บาท ระยะเวลา ส.ค.-ก.ย. 2562 และมาตรการชิมช้อปใช้ คนละ 1,000 บาทเท่านั้น
   -โดยรวมจากปัจจัยแวดล้อมต่างๆดังกล่าวข้างต้น เป็นเหตุให้ ASPS มองว่าในการประชุม 25 ก.ย. 2562 นี้ กนง. มีโอกาสพิจารณาปรับลดดอกเบี้ยนโยบายมากขึ้น เพื่อลดแรงกดดันต่อค่าเงินบาท และเพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจควบคู่ไปกับมาตรการทางด้านการคลังของภาครัฐ
   - ขณะที่ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีนที่ผ่อนคลายลง เป็นปัจจัยหนุนต่อตลาดหุ้น ขณะที่เดียวกันก็มีผลให้ Bond Yield ปรับตัวเพิ่มขึ้น (ราคาพันธบัตรปรับลดลง) สังเกตจาก Bond Yield 10 ปีสหรัฐ ปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 1.85% จากระดับต่ำสุดในช่วงก่อนหน้าที่ 1.45% ขณะที่ Bond Yield 10 ปีไทยก็ดีดตัวขึ้นมาเช่นกัน โดย ณ วันที่ 10 ก.ย. 62 ปรับเพิ่มขึ้นมาสูงสุดอยู่ที่ 1.66% แต่อย่างไรก็ตาม การกลับเข้ามาซื้อสุทธิของนักลงทุนต่างชาติราว 1.2 หมื่นสัญญาในวันศุกร์ที่ผ่านมา ทำให้ Bond Yield 10 ปีไทย ปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็ว มาอยู่ที่ 1.59%
   - ประกอบกับวัฎจักรดอกเบี้ยโลกเป็นขาลงชัดเจนมากขึ้น สะท้อนจากผลการประชุม ECB ครั้งล่าสุด มีการปรับลดดอกเบี้ยเงินฝาก และการกลับมาทำ QE  ส่วนการประชุม Fed ที่กำลังเริ่มประชุมในวันนี้ ตลาดยังคงเชื่อมั่นว่า Fed จะลดดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% น่าจะยังหนุนให้เม็ดเงินไหลเข้าแหล่งที่ปลอดภัยอย่างไทย และมีการ lock อัตราผลตอบแทนระยะยาว รวมไปถึงเป็นผลให้เงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าต่อ

 

 

 


เรียบเรียง  สุรเมธี มณีสุโข 
                อีเมล์. suramatee@efnancethai.com

อนุมัติ     พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน 






ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด