ข่าวหุ้นล่าสุด

ธปท.หนุนตั้งบอร์ดร่วมดูแลระบบการเงิน-การคลัง เชื่อไม่แทรกแซง กนง.

 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -13 ส.ค. 62 13:14 น.

  ผู้ว่า ธปท. หนุนตั้งคณะกรรมการร่วมดูแลระบบการเงิน-การคลัง หวังรับมือสงครามการค้า เชื่อไม่แทรกแซงการทำงาน กนง. ส่วนการลดดอกเบี้ยนโยบาย เหตุต้องเตรียมรับมือเศรษฐกิจโลกชะลอ-สงครามการค้าตึงเครียด

  นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยภายหลังเปิดสัมมนา Bangkok Sustainable Banking Forum 2019 ว่า ธปท.พร้อมสนับสนุนการที่ภาครัฐมีนโยบายจัดตั้งคณะกรรมการร่วมระหว่างกระทรวงการคลัง ธปท. สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เพื่อติดตามความผันผวนของเศรษฐกิจโลก เนื่องจากมองว่า การดำเนินมาตรการต่างๆเพื่อรับมือกับ สงครามการค้าระหว่างประเทศ ความผันผวนทางเศรษฐกิจนั้น จะต้องเกิดความร่วมมือกันในหลายๆ มิติ และยืนยันว่า เรื่องดังกล่าว จะไม่มีผลต่อการตัดสินใจของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) อย่างแน่นอน

  “การตั้งคณะกรรมการเป็นเรื่องที่ดี ทำให้มาตรการต่างๆในการรับมือ จากการกีดกันทางการค้าระหว่างประเทศ เรื่องของความผันผวนจากภาวะเศรษฐกิจโลก จะสามารถทำงานได้อย่างชัดเจน และอยู่บนความเข้าใจที่ตรงกัน”นายวิรไท กล่าว

  อย่างไรก็ตาม ยังมีคณะกรรมการอีกชุด ที่ธปท.เคยเสนอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังคนเก่า โดยได้เสนอให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการดูแลเสถียรภาพระบบการเงินทั้งระบบ เนื่องจากที่ผ่านมาประเทศไทยยังขาดกลไกดูแลเรื่องนี้ เนื่องจาก ธปท.มีหน้าที่กำกับดูแล ธนาคารพาณิชย์เ และนอนแบงก์บางประเภทเป็นหลัก ส่วน ก.ล.ต.กำกับดูแลตลาดทุน คปภ.ดูแลประกันภัย ขณะที่กรมส่งเสริมสหกรณ์ดูแลสหกรณ์ กระทรวงการคลังดูแลนอนแบงก์บางประเภท แต่หากจะดูระบบการเงิน จะมีความเชื่อมโยงกันสูง ดังนั้น ธปท.จึงได้เสนอให้จัดตั้งคณะกรรมการดังกล่าว ซึ่งเป็นคนละชุดกับคณะกรรมการที่ภาครัฐจะดำเนินการ

  “คณะกรรมการเสถียรภาพระบบการเงินเราเสนอตั้งแต่รัฐบาลที่แล้ว แต่อาจจะมีการผนวกกับบางเรื่องที่มีความกังวลในขณะนี้ เช่น เรื่อง สภาวะเศรษฐกิจโลก ที่มีทิศทางอ่อนไหวมากขึ้น จากบรรยากาศกีดกันทางการค้า หรือความผันผวนต่างๆ แต่คณะกรรมการที่จะต้องมีอันแรก คือ เรื่องเสถียรภาพของระบบการเงิน เพื่อดูให้แน่ใจว่า การรักษาเสถียรภาพของระบบการเงิน โดยเฉพาะในภาคที่ ยังไม่ค่อยมีผู้กำกับดูแลที่ชัดเจน หรือ ธนาคารเงา ได้รับการกำกับดูแลในทิศทางเดียวกัน และลดเความเสี่ยงในระยะยาวได้ แต่ยืนยันว่า คณะกรรมการเสถียรภาพ กับคณะกรรมการที่ดูแลเรื่องความผันผวนเป็นคนละคณะกรรมการกัน”นายวิรไท กล่าว

  ส่วนการตัดสินใจลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ส่วนหนึ่งเป็นผลจาก คณะกรรมการ เห็นพัฒนาการของเศรษฐกิจที่ต่างไปจากกรอบที่เคยประมาณการไว้ จากหลายปัจจัย ทั้งสภาวะเศรษฐกิจโลก ที่มีบรรยากาศทางการค้าที่ตึงเครียดมากขึ้น ประกอบกับเริ่มเห็นผลกระทบจากราคาพลังงานที่จะมีผลต่อเงินเฟ้อ โดยแรงกดดันเงินเฟ้อผ่อนไปมาก และอาจทำให้เงินเฟ้อปีนี้ ต่ำกว่ากรอบเป้าหมายของเงินเฟ้อที่ประมาณการไว้ที่ 1-4% นอกจากนี้เริ่มเห็น ภาคการเงิน โดยเฉพาะจากภาคการส่งออก มีการชะลอตัวลงจากเศรษฐกิจ และบรรยากาศกีดกันทางการค้ารุนแรงขึ้นอาจจะส่งผลต่อเนื่องไปที่การจ้างงาน การบริโภค การลงทุนภายในประเทศได้เช่นเดียวกัน กนง.จึงตัดสินใจลดดอกเบี้ยนโยบายลง

  “ถ้าดูในแถลงของ คณะกรรมการ เรายังให้ความสำคัญกับเรื่องเสถียรภาพของระบบการเงิน แต่มีมาตรการบางอย่างเริ่มส่งผลในทิศทางที่เราต้องการ แต่ในภาพที่อัตราดอกเบี้ยจะต่ำต่อเนื่อง ยิ่งจำเป็นเราต้องดูมาตรการที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเสถียรภาพระบบการเงิน เพื่อให้มีการประเมินความเสี่ยงต่ำกว่าที่ควร และเพื่อไม่ให้สร้างความเปราะบางให้กับเศรษฐกิจในอนาคต เป็นตัวอย่างที่ต้องผสานเครื่องมือและนโยบายต่างๆ นโยบายการเงิน นโยบายดอกเบี้ย และนโยบายกำกับดูแลสถาบันการเงิน”นายวิรไท กล่าว

  สำหรับในงานสัมมนา Bangkok Sustainable Banking Forum 2019 ในวันนี้ว่านั้น ยืนยันว่า ความยั่งยืนของสถาบันการเงิน การธนาคารเพื่อความยั่งยืน เป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งธปท.ได้สนับสนุนให้สถาบันการเงินเป็นธนาคารเพื่อความยั่งยืน ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการเงินไม่ให้กระทบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล เพื่อไม่ให้เกิดความเสี่ยงในอนาคต ทำให้คาดหวังว่าสถาบันการเงินจะปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และตระหนักรู้เกี่ยวกับความรับผิดชอบต่ออีเอสจี ซึ่งจะส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของประชาชน เพราะหากสถาบันการเงินปล่อยสินเชื่อกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ในอนาคตคุณภาพสินเชื่ออาจกลายเป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้(NPL)ได้ในที่สุด

  ทั้งนี้ที่ผ่านมาธปท.ได้สนับสนุนให้สถาบันการเงินขับเคลื่อนธนาคารเพื่อความยั่งยืนแล้ว โดยเริ่มทำจากการให้ธนาคารพาณิชย์รับเปิดบัญชีเงินฝากขั้นพื้นฐาน เพื่อให้กับผู้สูงอายุ และผู้มีรายได้น้อย ได้มีบัญชีธนาคารแบบไม่มีค่าใช้จ่ายหรือไม่มีค่าธรรมเนียมใดๆ ซึ่งปัจจุบันผ่านไป 1 ปีมีจำนวนบัญชีขั้นพื้นฐานอีกกว่า 1 ล้านบัญชี และสถาบันการเงินมีการตั้งฝ่ายงานในการส่งเสริมธนาคารเพื่อความยั่งยืน ปล่อยสินเชื่อบนความรับผิดชอบ ซึ่งการลงนามระหว่างสมาคมธนาคารไทย สถาบันการเงิน และแบงก์รัฐ เป็นแนวปฏิบัติให้แต่ละสถาบันการเงินปรับเปลี่ยนวิธีการและให้เปิดเผยข้อมูลที่มีผลต่อสังคมด้วย

 

 




รายงาน    ภัทราภรณ์ เกียรตินันท์ 
เรียบเรียง  จารุวรรณ เอี่ยมยิ่งพานิช 
                อีเมล์. charuwan@efinancethai.com

อนุมัติ     พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน 






ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด