ข่าวหุ้นล่าสุด

(เพิ่มเติม)PTTEP เผย Q1/62 กำไร 1.25 หมื่นลบ.ลุยกลยุทธ์ Expand&Execute

 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -25 เม.ย. 62 13:23 น.

  บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP สรุปผลการดำเนินงานของบจ.และรวมของบริษัทย่อย ไตรมาสที่ 1 ปี 2562 บริษัทมีกำไรสุทธิ 12,479.16 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 13,380.71 ล้านบาท สะท้อนความสำเร็จในการเดินหน้าตามแผนกลยุทธ์ “Expand & Execute” พร้อมสร้างการเติบโตทั้งระยะสั้นและระยะยาว
  
สำหรับไตรมาส 1 ปี 2562 มีกำไรสุทธิ 394 ล้านดอลลาร์ สรอ. ลดลง 29 ล้านดอลลาร์ สรอ. หรือร้อยละ 7 เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิ 423 ล้านดอลลาร์ สรอ.
  กำไรจากการดำเนินงานปกติในไตรมาส 1 ปี 2562 จำนวน 374 ล้านดอลลาร์ สรอ. เพิ่มขึ้น 70 ล้านดอลลาร์ สรอ. เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2561 ที่มีกำไร 304 ล้านดอลลาร์ สรอ. โดยมีสาเหตุหลักมาจากรายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 167 ล้านดอลลาร์ สรอ. จากปริมาณการขายเฉลี่ยเพิ่มขึ้น ในขณะที่ค่าเสื่อมราคา ค่าสูญสิ้น และค่าตัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 51 ล้านดอลลาร์ สรอ. โดยหลักจากโครงการบงกชที่มีการเข้าซื้อสัดส่วนการลงทุนเพิ่ม รวมทั้งค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้เพิ่มขึ้น 34 ล้านดอลลาร์ สรอ. และค่าภาคหลวงและค่าตอบแทนสำหรับปิโตรเลียมเพิ่มขึ้น 18 ล้านดอลลาร์ สรอ. ตามรายได้ค่าขายในประเทศที่เพิ่มมากขึ้น
  หากพิจารณาเฉพาะกำไรจากรายการที่ไม่ใช่การดำเนินงานปกติในไตรมาส 1 ปี 2562 จำนวน 20 ล้านดอลลาร์ สรอ. ลดลง 99 ล้านดอลลาร์ สรอ. เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2561 ที่มีกำไร 119 ล้านดอลลาร์ สรอ. สาเหตุหลักมาจากค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้จากผลกระทบของอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้น 69 ล้านดอลลาร์ สรอ. เนื่องจากค่าเงินบาทในไตรมาส 1 ปี 2562 แข็งค่าขึ้นเพียง 0.64 บาทต่อดอลลาร์ สรอ. ซึ่งน้อยกว่าไตรมาส 1 ปี 2561 ที่แข็งค่าขึ้น 1.45 บาทต่อดอลลาร์ สรอ. รวมทั้งขาดทุนจากอนุพันธ์ทางการเงินเพิ่มขึ้น 39 ล้านดอลลาร์ สรอ. โดยหลักจากการประกันความเสี่ยงราคาน้ำมัน
  นายพงศธร ทวีสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP ระบุในเอกสารเผยแพร่ ว่า ในไตรมาส 1 ปี 2562 ปตท.สผ. มีกำไรจากการดำเนินงานปกติ (Recurring Net Income) 374 ล้านดอลลาร์ สรอ. (เทียบเท่า 11,847 ล้านบาท) ปรับสูงขึ้นร้อยละ 23 จากช่วงเดียวกันของปี 2561 ที่ 304 ล้านดอลลาร์ สรอ. (เทียบเท่า 9,578 ล้านบาท) อย่างไรก็ตาม บริษัทมีกำไรจากรายการที่ไม่ใช่การดำเนินงานปกติ (Non-recurring Items) ประมาณ 20 ล้านดอลลาร์ สรอ. ลดลงเมื่อเทียบกับ 119 ล้านดอลลาร์ สรอ. ในช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า จากค่าเงินบาทที่แข็งค่าน้อยลง ซึ่งส่วนใหญ่ไม่มีผลกระทบต่อกระแสเงินสด ส่งผลให้ ปตท.สผ. มีกำไรสุทธิในไตรมาส 1 ที่ 394 ล้านดอลลาร์ สรอ. (เทียบเท่า 12,479 ล้านบาท) ลดลงประมาณร้อยละ 7 จาก 423 ล้านดอลลาร์ สรอ. (เทียบเท่า 13,381 ล้านบาท) เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2561
  ทั้งนี้ ในไตรมาส 1 ปี 2562 ปตท.สผ. มีรายได้รวม 1,428 ล้านดอลลาร์ สรอ. (เทียบเท่า 45,147 ล้านบาท) เพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 15 เมื่อเทียบกับ 1,240 ล้านดอลลาร์ สรอ. (เทียบเท่า 39,105 ล้านบาท) ในช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยหลักมาจากปริมาณการขายเฉลี่ยเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 319,230 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน เมื่อเทียบกับ 293,099 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวันในไตรมาสเดียวกันของปี 2561 จากความสำเร็จในการซื้อสัดส่วนเพิ่มเติมในโครงการบงกช ประกอบกับราคาขายผลิตภัณฑ์เฉลี่ยที่เพิ่มขึ้นเป็น 46.21 ดอลลาร์ สรอ. ต่อบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ เมื่อเทียบกับ 44.01 ดอลลาร์ สรอ. ต่อบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบในไตรมาส 1 ปี 2561 ส่งผลให้มีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานจำนวน 943 ล้านดอลลาร์ สรอ. (เทียบเท่า 29,815 ล้านบาท) และมีระดับอัตรากำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษีและค่าเสื่อมราคา (EBITDA Margin) ที่ร้อยละ 76
  “ปตท.สผ. ได้เดินหน้าดำเนินธุรกิจภายใต้แผนกลยุทธ์ใหม่ “Expand & Execute” ซึ่งเป็นกลยุทธ์เชิงรุกตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา และประสบความสำเร็จตามแผนงานที่วางไว้หลายด้าน ทั้งการเข้าไปลงทุนในตะวันออกกลาง โดยการได้รับสัมปทานแหล่งก๊าซธรรมชาตินอกชายฝั่ง 2 แหล่ง ร่วมกับพันธมิตรที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ ในประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพปิโตรเลียมสูงแห่งหนึ่งของโลก และการขยายการลงทุนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีความเคลื่อนไหวที่สำคัญคือการเข้าซื้อกิจการของ เมอร์ฟี่ ออยล์ คอร์ปอเรชั่น ในประเทศมาเลเซีย ซึ่งจะสามารถเพิ่มปริมาณการขายและสร้างผลตอบแทนการลงทุนได้ทันที รวมถึงการได้รับสิทธิสำรวจและผลิตปิโตรเลียม 2 แปลงนอกชายฝั่งมาเลเซียเช่นกัน ซึ่งการลงทุนดังกล่าวจะช่วยสร้างการเติบโตให้ ปตท.สผ. ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว” นายพงศธร กล่าว
  ภายใต้กลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจ “Expand & Execute” นั้น ในส่วนของ Expand ปตท.สผ. จะให้ความสำคัญกับการขยายการลงทุนในพื้นที่ที่มีความชำนาญ โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ส่วนในภูมิภาคตะวันออกกลางซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพปิโตรเลียมสูง จะร่วมมือกับพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญเพื่อขยายการลงทุนต่อไป นอกจากนี้ ปตท.สผ. จะการเร่งพัฒนาธุรกิจด้านปัญญาประดิษฐ์และหุ่นยนต์ ผ่านบริษัท เอไอ แอนด์ โรโบติกส์ เวนเจอร์ส จำกัด (เออาร์วี) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสำรวจและผลิตปิโตรเลียม เพิ่มความปลอดภัยต่อผู้ปฏิบัติงาน ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และช่วยลดต้นทุนการดำเนินงาน
  สำหรับด้าน Execute นั้น จะเน้นการเพิ่มปริมาณการผลิตและการสร้างมูลค่าของโครงการปัจจุบัน รวมถึงการเพิ่มปริมาณสำรองปิโตรเลียมโดยเร่งรัดกิจกรรมในโครงการซึ่งอยู่ในระยะสำรวจ และการตัดสินใจลงทุนขั้นสุดท้ายในโครงการหลักที่อยู่ระหว่างรอการพัฒนา เช่น โครงการโมซัมบิก โรวูมา ออฟชอร์ แอเรีย วัน นอกจากนี้ จะดำเนินการในแหล่งบงกชและเอราวัณในช่วงเปลี่ยนผ่านเพื่อรักษาความต่อเนื่องในการผลิตก๊าซธรรมชาติ และบริหารต้นทุนการดำเนินงานเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยเน้นการใช้เทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาช่วย

ลักษณะธุรกิจของ PTTEP
กลุ่มบริษัทประกอบธุรกิจด้านการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ ธุรกิจขนส่งก๊าซทางท่อในต่างประเทศ และการลงทุนในธุรกิจต่อเนื่อง

 




รายงาน    จำเนียร พรทวีทรัพย์ 
เรียบเรียง  จำเนียร พรทวีทรัพย์ 
อนุมัติ     พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน 






ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด