ข่าวหุ้นล่าสุด

AOT แจงช่วย `คิง เพาเวอร์` ตามนโยบาย ย้ำยึดผลประโยชน์ผถห.-ปท.เป็นหลัก

 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -5 ส.ค. 63 17:56 น.

   AOT ยันช่วย คิง เพาเวอร์ฯ เป็นไปตามสัญญาเดียวกับผู้ประกอบการเจ้าอื่น ย้ำยึดประโยชน์ของผู้ถือหุ้นและผลประโยชน์ของประเทศเป็นสำคัญ พร้อมแจงข้อมูลให้บล.กสิกรฯ เข้าใจ หลังถูกหั่นราคาเป้าหมายลงเหลือ 40.50 บ. 

   ฝ่ายสื่อสารองค์กร  บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. (AOT) เปิดเผยผ่านเอกสารเผยแพร่ว่า จากกรณีมีกระแสข่าวมาตรการเยียวยาผู้ประกอบการของ AOT ที่บิดเบือนไปในลักษณะที่ทำให้ประชาชนเข้าใจได้ว่า มาตรการดังกล่าวเป็นภาระต่อภาษีประชาชน และเป็นการเอื้อประโยชน์กับผู้ประกอบการใดเป็นการเฉพาะโดยมิได้คำนึงถึงองค์รวม หรือผลประโยชน์แก่ประเทศ  AOT ขอชี้แจงหลักการ และสาระสำคัญของมาตรการเยียวยาของ ทอท. ดังนี้ 

   1 . หลักการดำเนินนโยบายของ AOT  คือ  AOT และผู้ประกอบการทุกรายต้องผ่านวิกฤตโควิด-19  นี้ไปด้วยกัน โดยคำนึงถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ โดยเฉพาะอันอาจเกิดจากการเลิกจ้างงานควบคู่ด้วยเป็นสำคัญ  สำหรับสัญญาเชิงพาณิชย์ของ AOT ได้เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการบอกเลิกสัญญาได้ตามเหตุผลที่สมควร โดยต้องมีการแจ้งล่วงหน้า 45-90 วัน แต่มิได้ต้องการให้ปิดกิจการเพราะจะกระทบต่อเศรษฐกิจ 
 
   2 การช่วยเหลือผู้ประกอบการสายการบินและผู้ประกอบการเชิงพาณิชย์ได้ดำเนินการเป็นการทั่วไป  โดยได้เลื่อนการชำระค่าเช่าพื้นที่ ค่าบริการการใช้บริการในอาคาร ค่าบริการสนามบิน  ฯลฯ  ส่วนผู้ประกอบการเชิงพาณิชย์ ได้ยกเว้นการเรียกเก็บผลประโยชน์ตอบแทนขั้นต่ำ เลื่อนการชำระค่าผลประโยชน์ตอบแทน ค่าเช่าพื้นที่ ฯลฯ  

   ซึ่งมติบอร์ด AOT ที่ออกไปก่อนหน้า (วันที่ 19 ก.พ.63 และวันที่ 22 เม.ย.63) เป็นการเยียวยาช่วยเหลือผู้ประกอบการทั้งผู้ประกอบการสายการบินและผู้ประกอบการเชิงพาณิชย์เป็นการทั่วไป เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถยังคงสามารถดำเนินกิจการอยู่ต่อไปได้ และไม่เกิดการเลิกจ้างงาน อันจะส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่ออุตสาหกรรมการบินและประเทศชาติโดยรวม และจะกลับมากระทบต่อมูลค่าหลักทรัพย์ของ AOT มากกว่าการปรับตัวลดลงของราคาหลักทรัพย์ในระยะสั้นเป็นอย่างมาก

   3 กรณีสัมปทานของบริษัท คิง เพาเวอร์ฯ (บริษัทฯ) นั้น ได้รับมาตรการช่วยเหลือดังเช่นผู้ประกอบการเชิงพาณิชย์รายย่อยทั่วไปกว่า 1,000 สัญญา โดยมีรายละเอียดปลีกย่อยที่แตกต่างตามสถานะของสัญญา 2 ประการ ด้วยเหตุผลดังนี้  
      
   3.1 ขยายระยะเวลาเตรียมการเพิ่มอีก 1 ปี ให้สอดคล้องกับการเปิดใช้งานอาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 1 (SAT-1) : เดิมสัญญาได้กำหนดไว้ให้บริษัทฯ มีระยะเวลาเตรียมการตกแต่งพื้นที่ 6 เดือน โดยในช่วงเตรียมการนี้ AOT  จะเรียกเก็บอัตราค่าตอบแทนตามสัญญาโดยแปรผันตามจำนวนพื้นที่ที่เปิดให้บริการ และหลังจากนั้น จะเรียกเก็บค่าตอบแทนตามพื้นที่เต็มจำนวนตามสัญญาเป็นระยะเวลา 10 ปี

   แต่หากเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ไม่สามารถเปิดดำเนินการในอาคาร SAT-1 ได้ตามเป้าหมายที่ปรากฏในสัญญา โดยคาดว่าจะเลื่อนการเปิดให้บริการจากเดิม 1 เม.ย.64 เป็นวันที่ 1 เม.ย.65 บอร์ด AOT จึงจำเป็นต้องมีมติให้มีการขยายระยะเวลาเตรียมการจากเดิม 6 เดือน ออกไปอีก 1 ปี เป็น 1 ปี 6 เดือน อันเป็นผลให้มีการปรับอายุสัญญา เพื่อให้สอดคล้องกับการเปิดใช้งานอาคาร SAT-1 

     3.2 ปรับจำนวนผู้โดยสารในการคำนวณค่าตอบแทนขั้นต่ำให้สอดคล้องกับความเป็นจริง เนื่องจากผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 ส่งผลให้รัฐบาลต้องมีมาตรการจำกัดการเปิดน่านฟ้าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทำให้การเดินทางทางอากาศมีปริมาณน้อยลง AOT จึงเห็นชอบที่จะใช้จำนวนผู้โดยสารจริงในการคำนวณอัตราค่าตอบแทนขั้นต่ำ โดยยังคงอัตราค่าตอบแทนขั้นต่ำ และอัตราส่วนแบ่งรายได้เดิมตามสัญญาไว้ทุกประการ โดยค่าตอบแทนขั้นต่ำนี้จะถูกปรับขึ้นทันทีในปีถัดไปตามอัตราการขยายตัวของผู้โดยสารและเงินเฟ้อ โดยไม่ต้องรอให้ผู้โดยสารกลับมาในระดับก่อนวิกฤตดังเช่นผู้ประกอบการรายอื่นแต่อย่างใด

    อนึ่ง มาตรการนี้ได้ถูกออกแบบโดยยึดถือผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นและผลประโยชน์ของประเทศเป็นสำคัญ กล่าวคือ ในส่วนของผลประโยชน์ผู้ถือหุ้น

   (1) เมื่อสิ้นสุดระยะเวลาการงดเว้นการเรียกค่าตอบแทนขั้นต่ำในวันที่ 31 มี.ค.65 แล้ว หากบริษัทฯ จะต้องจ่ายค่าตอบแทนขั้นต่ำตามสัญญาเดิมในปี 62 ดังเช่นมาตรการที่ผู้ประกอบการรายอื่นได้รับ ก็จะทำให้ ทอท. ได้รับผลประโยชน์ตอบแทนน้อยกว่าทางเลือกที่ให้ปรับจำนวนผู้โดยสารให้เป็นไปตามจริงนี้อยู่ราว50% อนึ่ง หากจำนวนผู้โดยสารฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว ก็จะทำให้ ทอท. ได้รับค่าตอบแทนกลับสู่ภาวะเดิมหรือมากกว่าโดยอัตโนมัติ

   (2) มาตรการปิดน่านฟ้าเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ของรัฐบาล อันส่งผลให้จำนวนผู้โดยสารต่างประเทศลดลงกว่า99% นั้น เป็นเหตุผลสำคัญประการหนึ่งที่ทำให้บริษัทฯ สามารถใช้สิทธิขอยกเลิกสัญญาได้โดยไม่มีค่าปรับ ซึ่ง AOT คาดว่าหากมีการเปิดประมูลใหม่ในภาวะการณ์เช่นนี้ นอกจาก AOT จะต้องยอมรับแล้วว่าผู้โดยสารลดลงอย่างมีนัยยะตามตัวเลขที่ปรากฏอยู่จริง AOT ยังมีความสุ่มเสี่ยงอย่างมากที่จะไม่มีผู้ประกอบการรายใดเสนอผลตอบแทนต่อหัวอยู่ในอัตราที่สูงดังผลการประมูลครั้งก่อน อันจะทำให้เกิดความเสียหายต่อผลตอบแทนที่ AOT คาดว่าจะได้รับอย่างมหาศาล 

 ในส่วนของผลประโยชน์ของประเทศ
   (1) หากไม่มีการปิดน่านฟ้าเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดฯ อันเป็นผลให้จำนวนผู้โดยสารฯ ลดลงแล้ว จะเกิดความเสียหายกับประเทศโดยรวมอย่างตีมูลค่ามิได้

   (2) หาก AOT ปล่อยให้มีการยกเลิกสัญญา ไม่ว่าจะเป็นสัญญาของผู้ประกอบการขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ จะกระทบต่อการจ้างงานจำนวนมาก 

   ทั้งนี้ AOT  ขอยืนยันว่า บทความ วิเคราะห์-วิจารณ์ ที่มีเผยแพร่อยู่ในปัจจุบันหลายบทความ ได้ทำการวิเคราะห์ -วิจารณ์อยู่บนพื้นฐานข้อมูลที่ไม่ครบถ้วน โดยเฉพาะด้านการสูญเสียรายได้ของ AOT ให้กับผู้ประกอบการรายใหญ่แต่เพียงด้านเดียว โดยไม่ได้ครอบคลุมถึงมาตรการฯ ที่ทาง AOT ให้แก่ผู้ประกอบการรายย่อยด้วยกันอย่างเท่าเทียม 

   และยังไม่ได้คำนึงถึงโอกาส ทางเลือกที่ผู้ประกอบการสามารถบอกเลิกสัญญา หรือผลกระทบต่อรายได้ AOT  จากการถูกบอกเลิกสัญญา และผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมโดยรวมของประเทศ โดยเฉพาะสภาวการณ์จ้างงานดังที่ได้กล่าวข้างต้น

   ซึ่งในการนี้ บริษัท หลักทรัพย์กสิกรไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ออกบทวิเคราะห์ดังกล่าวได้เข้าพบ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ทอท. เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2563 เพื่อรับทราบข้อมูลที่ครบถ้วนและเข้าใจเหตุผลในทุกๆ ด้าน โดยทางผู้ออกบทวิเคราะห์ฯ ได้ตกลงจะออกบทวิเคราะห์ที่เป็นกลางและครอบคลุมถึงข้อมูลมิติต่างๆ ที่ได้รับเพิ่มเติมเพื่อไม่ให้สาธารณชนเกิดความสับสนและเข้าใจผิดต่อไป

   อนึ่งก่อนหน้านี้  บล.กสิรกรไทย ได้ประเมินกรณีที่บอร์ดบริหาร AOT ช่วย  คิงพาวเวอร์นั้นโดยไม่ผ่านมติผู้ถือหุ้น  มองว่าประเด็นดังกล่าวอาจขัดต่อธรรมาภิบาล และปรับลดประมาณการราคาหุ้นลงจาก 70.50 บาท เป็น 40.50 บาท และเปลี่ยนคำแนะนำจากซื้อเป็นขาย  

ลักษณะธุรกิจของ AOT
ทอท.ประกอบธุรกิจท่าอากาศยานของประเทศไทย โดยธุรกิจหลักประกอบด้วย การจัดการ การดำเนินงาน และการพัฒนาท่าอากาศยาน โดยมีท่าอากาศยานในความรับผิดชอบ 6 แห่ง คือ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ท่าอากาศยานดอนเมือง ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ท่าอากาศยานภูเก็ต และท่าอากาศยานหาดใหญ่ ซึ่งท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งนี้ ให้บริการเที่ยวบินภายในประเทศและระหว่างประเทศ โดยมีท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเป็นท่าอากาศยานหลักของประเทศ

 


เรียบเรียง  สุรเมธี มณีสุโข 
                อีเมล์. suramatee@efnancethai.com

อนุมัติ     ดาริน ปริญญากุล 






ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด