ข่าวหุ้นล่าสุด

สรุปแนวโน้ม SET เช้านี้คาดแกว่งตัวขึ้น ตอบรับเฟดลดดอกเบี้ย

 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -19 ก.ย. 62 9:33: น.

  สรุปแนวโน้ม SET เช้านี้นักวิเคราะห์คาดดัชนีแกว่งตัวขึ้นในกรอบ 1,650 - 1,665 จุด ได้แรงหนุนจากการประชุม FED ที่ลดดอกเบี้ย 0.25% ตามคาด แต่ไม่ได้ส่งสัญญาณการปรับลดดอกเบี้ยในช่วงถัดไป ส่งผลให้ทิศทาง Fund Flow มีความไม่แน่นอน นอกจากนี้ราคาน้ำมันดิบที่ปรับลดลงจะเป็นตัวฉุดตลาดในวันนี้ด้วย และเกิดความเสี่ยงต่อตลาดหุ้นจาก Geopolitical หลัง Trump ให้ข่าวว่าจะประกาศมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านรอบใหม่

 

*ตลาดหุ้นไทย

  ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(SET Index)วานนี้(18ก.ย.62) เปิดตลาดในแดนลบและปรับตัวลดลงต่อเนื่องตลอดทั้งวัน มาปิดตลาดที่ 1,654.14 จุด ลดลง 9.79 จุด หรือ -0.59% ปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้น 64,848.85 ล้านบาท
  ดัชนี SET100 ปิดที่ 2,425.59 จุด ลดลง -16.55 จุด หรือ -0.68%
  ดัชนี SET50 ปิดที่ 1,100.54 จุด ลดลง -7.28 จุด หรือ -0.66%
  ดัชนี mai ปิดที่ 354.28 จุด เพิ่มขึ้น 0.70 จุด หรือ 0.20%

*ตลาดหุ้นต่างประเทศ-น้ำมันดิบ

  ดัชนี Dow30 ปิดตลาดวันนี้ที่ระดับ 27,147.08 จุด เพิ่มขึ้น 36.28 จุด หรือ 0.13%
  ดัชนี NASDAQ ปิดที่ระดับ 8,177.39 จุด ลดลง 8.62 จุด หรือ -0.11%
  ดัชนี S&P ปิดที่ระดับ 3,006.73 จุด เพิ่มขึ้น 1.03 จุด หรือ 0.03%
  ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ ดาวโจนส์ ปิดบวกในวันนี้มาจากการที่ ในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น 0.25% สู่ระดับ 1.75-2.00% ในการประชุมเมื่อวานนี้ ตามที่ตลาดการเงินคาดการณ์ไว้

  ราคาน้ำมันดิบไลท์ล่วงหน้าสัญญาส่งมอบเดือนตุลาคมที่ตลาดนิวยอร์ค ปิดตลาดที่ระดับ 58.11 ดอลลาร์/บาร์เรล ลดลง 1.23 ดอลลาร์ หรือ -2.07%

*มุมมองนักวิเคราะห์

  บล.ฟินันเซีย ไซรัส คาดดัชนีวันนี้จะแกว่งตัวขึ้นในกรอบ 1,650 - 1,665 จุด โดยได้แรงหนุนจากการประชุม FED ที่ลดดอกเบี้ย 0.25% ตามคาด อย่างไรก็ตามกรอบการบวกของตลาดคาดว่ายังไม่กว้างนักโดย Dot Plot ล่าสุดสะท้อนความเห็นที่ค่อนข้างกระจัดกระจาย ขณะที่กลุ่มน้ำมันคาดยังกดดันตลาดต่อเนื่องจากราคาน้ำมันดิบที่ยังปรับตัวลง นอกจากนี้ยังมีประเด็นสำคัญที่ตลาดเฝ้าติดตามคือการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ - จีนในเดือนหน้า ยังเน้นลงทุนในหุ้น Domestic Defensive และ Dividend Play โดยเฉพาะกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากภาวะดอกเบี้ยต่อ

  บล.กรุงศรี วันนี้คาด SET แกว่งตัว 1,650 - 1,660 จุด โดยแม้ว่า FED จะมีมติ 7-3 ปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% เป็น 1.75 - 2.00% ตามคาด แต่ไม่ได้ส่งสัญญาณการปรับลดดอกเบี้ยในช่วงถัดไป ส่งผลให้ทิศทาง Fund Flow มีความไม่แน่นอน โดย Foreign เป็น Net sell 6.4 พันลบ. MTD. นอกจากนี้ราคาน้ำมันดิบที่อ่อนตัวลงหลังซาอุฯเผยว่าจะกลับมาผลิตน้ำมันโดยสมบูรณ์ภายในสิ้นเดือนก.ย.และตัวเลขสต็อกน้ำมันดิบเพิ่มขึ้น 1.1 ล้านบาร์เรลจะเป็นแรงกดดันต่อกลุ่มพลังงานอีกด้วย อย่างไรก็ตามคาดว่าภาวะตลาดจะได้แรงซื้อเก็งกำไรการทำ FTSE rebalance รอบใหม่ที่จะมีผลพรุ่งนี้ 20 ก.ย.ช่วยหนุนต่อภาพการลงทุนให้รีบาวด์ขึ้นได้ ดังนั้นแนะนำซื้อเก็งกำไรในกรอบ 1,650 - 1,660 จุด

  บล.เคทีบี ประเมินดัชนีฯ ผันผวนการประชุม FOMC คืนที่ผ่านมา มีมติให้ลดดอกเบี้ย 0.25% ด้วยคะแนนเสียง 7:3 อย่างไรก็ตาม ไม่ได้ทำให้ตลาดเอเซียหรือตลาดหุ้นไทยบวกได้มาก เนื่องจาก Fed ไม่ได้มีความชัดเจนว่าจะมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกกี่ครั้ง (เวลา นี้ Fed Fund Futures ปี 2020 อยู่ประมาณ 1.8% ตีความว่าจะลดอีก 1-2 ครั้ง) ขณะที่วานนี้ ทางการซาอุฯออกแถลงการณ์ระบุชัดเจนว่าอิหร่านเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตีโรงกลั่นน้ำมันของซาอุฯเมื่อวันที่ 4 ก.ย.ขณะที่ ประธานาธิบดี Trump ให้ข่าวว่าจะประกาศมาตรการ Sanction อิหร่านรอบใหม่ภายใน 48 ชั่วโมง สถานการณ์นี้เป็นบวกต่อราคาน้ำมันก็จริง แต่อาจเป็นลบต่อตลาดหุ้นเนื่องจากเกิดความเสี่ยงที่เรียกว่า Geopolitical Tension ขึ้นในย่านตะวันออกกลาง




รายงาน    วรวิทย์ จิตรพัฒนากุล 
เรียบเรียง  วรวิทย์ จิตรพัฒนากุล 
                อีเมล์. worrawitc@efinancethai.com

อนุมัติ     อนุรักษ์ ลีประเสริฐสุนทร 






ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด