ข่าวหุ้นล่าสุด

เทียบฟอร์ม 3 กองทุนเก่า-ใหม่ LTF-SSF-RMF ใช้ลดหย่อนภาษีเงินได้

 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -4 ธ.ค. 62 9:53: น.

  ส่อง 3 กองทุน ที่บุคคลธรรมดาสามารถเลือกลงทุนเพื่อใช้สิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้ หลังจาก ครม.เคาะกองทุนใหม่ SSF ที่จะเตรียมนำมาใช้ในปี 63 ทดแทนกองทุน LTF ที่จะสิ้นสุดลงในปีนี้ พร้อมปรับเกณฑ์การลงทุน RFM ให้ลงทุนได้ง่ายขึ้น

  ทีมข่าวสำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมข้อมูล 3 กองทุนที่ผู้มีเงินได้บุคคลธรรมดาสามารถนำไปใช้สิทธิหักลดหย่อนภาษีได้ หลังจากที่วานนี้ (3 ธ.ค.62) ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้เคาะออกกองทุนใหม่ คือ กองทุนรวมเพื่อการออม (Super Savings Fund: SSF) ที่จะมาทดแทนกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) ที่สิทธิประโยชน์ทางภาษีจะสิ้นสุดในสิ้นปีนี้ ขณะเดียวกันได้มีการปรับเกณฑ์การลงทุนในกองทุนเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) เพื่อเปิดทางการลงทุนได้ง่ายขึ้น

*** กองทุนรวมเพื่อการออม (SSF)

  บุคคลธรรมดาสามารถซื้อกองทุน SSF เพื่อนไปหักลดหย่อนภาษีเงินได้สำหรับเงินที่จ่ายเป็นค่าซื้อหน่วยลงทุนในกองทุน SSF ไม่เกิน 30% ของเงินได้พึงประเมิน แต่ไม่เกิน 200,000 บาท

  โดยเมื่อรวมกับกองทุนการออมเพื่อการเกษียณอายุอื่น ๆ (กองทุน RMF กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ กองทุนสงเคราะห์ตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน กองทุนการออมแห่งชาติ หรือเบี้ยประกันภัยสำหรับการประกันชีวิตแบบบำนาญ) แล้วต้องไม่เกิน 500,000 บาท

  การหักลดหย่อนค่าซื้อหน่วยลงทุนใน SSF กำหนดไว้ 5 ปี (2563 – 2567) หลังจากนั้นกระทรวงการคลังจะประเมินผลและทบทวนมาตรการเพื่อพิจารณาแนวทางที่เหมาะสมต่อไป

  ผู้ที่จะได้รับสิทธิ์ลดหย่อนภาษีจะต้องถือครอง SSF เป็นเวลา 10 ปี นับจากวันที่ซื้อ จึงจะขายคืนหน่วยลงทุนได้ โดยไม่ต้องลงทุนต่อเนื่องทุกปี และไม่กำหนดจำนวนขั้นต่ำในการซื้อหน่วยลงทุน

  เพียงแต่ปีที่ลงทุนจึงจะได้ลดหย่อนภาษี ขณะที่ LTF เดิม กำหนดให้ถือครองต้องเป็นเวลา 7 ปีปฏิทิน โดยไม่จำเป็นต้องลงทุนต่อเนื่องทุกปี ลงทุนปีไหนก็ใช้สิทธิปีนั้นเช่นกัน และไม่กำหนดวงเงินลงทุนขั้นต่ำต่อปีเช่นเดียวกัน

  ในแต่ละปีภาษี ส่วนกองทุน LTF จะให้ลดหย่อนภาษีค่าซื้อหน่วยลงทุนได้ไม่เกิน 15% ของรายได้พึงประเมิน แต่ไม่เกิน 500,000 บาท

  ขณะที่การลงทุนของ SFF จะสามารถลงทุนในสินทรัพย์ได้ทุกประเภท

*** กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ฉบับแก้ไขใหม่

  บุคคลธรรมดา สามารถ นำเงินค่าซื้อหน่วยลงทุนสามารถนำมาหักลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริง ไม่เกิน 15% ของรายได้ที่ต้องเสียภาษีต่อปี และต้องไม่เกิน 500,000 บาท เมื่อรวมกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กบข. ประกันชีวิตแบบบำนาญ และกองทุนสงเคราะห์ครูโรงเรียนเอกชน

  อย่างไรก็ตามได้มีการแก้ไขเงินลงทุน จากเดิมต้องลงทุนขั้นต่ำไม่น้อยกว่า 3% ของเงินได้ หรือไม่น้อยกว่า 5,000 บาทต่อปีอย่างใดอย่างหนึ่ง แล้วแต่ว่าจำนวนเงินใดจะต่ำกว่า และสามารถลงทุนสูงสุดไม่เกิน 15% ของรายได้ที่ต้องเสียภาษีในแต่ละปี ปรับเปลี่ยนเป็นไม่กำหนดวงเงินซื้อขั้นต่ำ

   แต่ยังต้องลงทุนต่อเนื่องตามเงื่อนไข โดยนับเวลาแบบวันชนวัน เริ่มจากวันแรกที่ได้ลงทุนซื้อหน่วยลงทุน

*** กองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF)

  บุคคลธรรมดา สามารถลงทุนใน LTF ได้ โดยไม่มีการกำหนดเงินลงทุนขั้นต่ำ แต่สามารถลงทุนสูงสุดไม่เกิน 15% ของรายได้ที่ต้องเสียภาษีแต่ต้องไม่เกิน 500,000 บาทต่อปี

  อย่างไรก็ตามการลงทุน LTF ไม่จำเป็นต้องลงทุนต่อเนื่อง โดยจะนับเงินที่ลงทุนแยกกันไปในแต่ละปีเมื่อลงทุนแล้วต้องถือหน่วยลงทุนไว้ไม่น้อยกว่า 7 ปีปฏิทิน ถึงจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีครบถ้วน คือ ไม่ต้องเสียภาษีกำไรจากการลงทุน (ถ้ามี) และไม่ต้องคืนสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ได้รับมาจากเงินลงทุนที่ขายคืนนั้น

  ทั้งนี้ การลงทุนกองทุน LTF เพื่อรับสิทธิ์ลดหย่อนภาษี ในปี 2562 เป็นปีสุดท้ายที่จะครบกำหนดการขยายสิทธิ์ (ตั้งแต่ 1 มกราคม 2559 – 31 ธันวาคม 2562)

  ส่วนการลงทุนของ กองทุน LTF ลงทุนในหุ้นสามัญของบริษัท จดทะเบียนไม่น้อยกว่า 65% ของ NAV

 

 


เรียบเรียง  จารุวรรณ เอี่ยมยิ่งพานิช 
                อีเมล์. charuwan@efinancethai.com

อนุมัติ     พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน 






ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด