ข่าวหุ้นล่าสุด

"ไทยลีฟ" ย้ำจับมือ สหพัฒน์- GLOCON ลุยกัญชงต่อ แม้กระแสต่อต้านแรงขึ้น

 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -27 ก.ย. 65 14:50 น.

 

  ไทยลีฟ ย้ำแผนเดินหน้าธุรกิจกัญชง จับมือเครือสหพัฒน์- GLOCON แม้กระแสทบทวนพ.ร.บ. กัญชง กัญชา ร้อนแรง ย้ำจุดยืนทำเพื่อพัฒนาวงการเฮลธ์แคร์ 

 

  นายยิ่งยศ จารุบุษปายน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทย ลีฟ ไบโอเทคโนโลยี จำกัด เผยว่า จากกรณีที่สภามีมติให้มีการทบทวนร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง เนื่องจากร่างกฎหมายยังพบช่องโหว่ทั้งด้านการควบคุมดูแลที่ยังไม่ชัดเจน ไม่รัดกุม และมีความกังวลที่ในปัจจุบัน ประชาชนมีการนำกัญชามาใช้ด้านสันทนาการ

           ซึ่งหลังจากนี้จะมีกระบวนการพิจารณาแก้ไขร่าง พ.ร.บ. เข้าสภาเพื่อนำเสนอใหม่ คาดว่ากระบวนการทั้งหมดจะใช้เวลาประมาณ 9 เดือน ถึง 1 ปี โดยไทยลีฟ ซึ่งมีพาร์ทเนอร์ทั้งในต่างประเทศและในประเทศไทย ยังคงเดินหน้าธุรกิจอย่างต่อเนื่องทั้งแผนระยะสั้น 1 ปี 3 ปี ตลอดจนแผนธุรกิจระยะยาว 5 ปี (2565-2570) ต่อไปตามเป้าหมาย 100%

  "เมื่อพิจารณาสถานการณ์โดยรวมหลังจากมีการประกาศให้ทบทวนร่าง พ.ร.บ. กัญชา กัญชง พบว่า สิ่งที่กระทบเป็นอันดับแรกอาจไม่ใช่ด้านธุรกิจ แต่กลับเป็นด้านจิตวิทยาของประชาชนผู้รับสาร เพราะประชาชนรู้สึกไม่มั่นใจว่าแนวทางในลำดับถัดไปจะมีหรือไม่ หรือเป็นอย่างไร รวมถึงจะมีผลกระทบต่อหลายภาคส่วนหรือไม่ ขณะเดียวกันในฝั่งผู้ประกอบการธุรกิจขนาดเล็กหรือขนาดกลางที่มีการลงทุนไปแล้ว เช่น การปลูก หรืออื่นๆ เพื่อใช้ทางสันทนาการ ก็ย่อมมีผลกระทบแน่นอน แต่สำหรับบริษัทหรือผู้ประกอบการธุรกิจรายใหญ่ที่มีการนำกัญชา กัญชงไปใช้เพื่อทางการแพทย์ ไม่ได้ใช้เพื่อสันทนาการ ในลักษณะเดียวกับไทยลีฟ จะไม่ได้รับผลกระทบมากนัก" นายยิ่งยศกล่าว

  โดยในช่วงไตรมาสที่ 4/65 ไทยลีฟยังเดินหน้าธุรกิจตามแผน เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่คู่ค้า รวมถึงประชาชน ซึ่งจะเป็นผู้บริโภคผลิตภัณฑ์ของไทยลีฟในอนาคต โดยจะมุ่งมั่นเดินหน้าธุรกิจใน 3 ด้านหลักๆ ดังนี้

  (1) การเดินหน้าต่อในด้านความร่วมมือ ไทยลีฟ ได้ลงนามในสัญญาเพื่อร่วมมือกับ 2 ผู้นำธุรกิจชั้นนำในเครือสหพัฒน์ เสริมแกร่งกลุ่มผลิตภัณฑ์ยา อาหารเสริม เวชสำอาง ได้แก่ บริษัท โอสถ อินเตอร์ แลบบอราทอรีส์ จำกัด หรือ OSI และบริษัท เอส แอนด์ เจ อินเตอร์เนชั่นแนล เอนเตอร์ ไพรส์ จำกัด (มหาชน) หรือ S&J

           คู่สัญญาทางธุรกิจที่สำคัญของไทยลีฟอีกรายหนึ่ง คือบริษัท โกลบอล คอนซูเมอร์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งจะร่วมกันพัฒนาอาหารเพื่อสุขภาพและมีประโยชน์ต่อการดำรงชีวิตประจำวันของผู้บริโภค ในปีหน้า ไทยลีฟยังมีแผนที่จะประสานความร่วมมือกับเครือโรงพยาบาลบางกลุ่ม เพื่อร่วมกันพัฒนาผลิตภัณฑ์ยาในอนาคต

  (2) การเดินหน้าต่อด้านการพัฒนาเมล็ดพันธุ์ ตั้งแต่ปี 2564 ไทยลีฟ ได้ทำการศึกษา ค้นคว้าและวิจัย เมล็ดพันธุ์และสายพันธุ์กัญชงร่วมกับมหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ ซึ่งอีกไม่นาน จะสามารถนำเข้ามาทดลองปลูกในประเทศไทย หลังจากเริ่มปลูก และตรวจสอบศักยภาพตามมาตรฐานที่ต้องการแล้ว ไทยลีฟจะดำเนินการจดสิทธิบัตร เป็นสายพันธุ์กัญชงสัญชาติไทย ที่มีคุณภาพเทียบเท่าสายพันธุ์นอก และนำเมล็ดพันธุ์เหล่านี้ไปขายให้แก่เกษตรกรในราคาที่ย่อมเยาว์ คาดว่าจะได้เห็นภาพชัดเจนมากขึ้นในช่วงปลายปี 2566

  และ (3) การเดินหน้าเพื่อสร้างความพร้อมทางธุรกิจ โรงงานสกัดสาร CBD จากกัญชงของไทยลีฟ ตั้งอยู่ในเนื้อที่ประมาณ 150 ไร่ ในอำเภอองครักษ์ คลอง 16 จ.นครนายก โดยเฟสแรกจะใช้พื้นที่เพียง 50 ไร่ก่อน โรงงานดำเนินการก่อสร้างไปแล้วกว่า 80% โดยได้ก่อสร้างตามมาตรฐาน GMP PIC/S ซึ่งเป็นระบบประกันคุณภาพสูงสุดเทียบเท่ากับโรงงานผลิตยา ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนประสานงานกับองค์การอาหารและยา (อย.) ในการเข้าไปตรวจสอบโรงงาน และคาดว่าจะเปิดดำเนินการได้ประมาณปลายเดือนพฤศจิกายน 2565

  ซึ่งการใช้นวัตกรรมเทคโนโลยีเข้ามาเสริมประสิทธิภาพการทำงาน และการคัดสรรทุกสิ่งอย่างด้วยมาตรฐานที่ดีที่สุดเป็นสิ่งที่ไทยลีฟให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง อาทิ เครื่องสกัดสาร CBD จากกัญชง จะเป็นเครื่องที่สำคัญที่สุด ซึ่งไทยลีฟนำเข้ามาจากสหรัฐอเมริกา สามารถสกัดสารที่มีคุณภาพที่สุด ได้สารสกัดที่สะอาดบริสุทธิ์ที่สุด และได้ค่าสาร CBD สูงที่สุด ในการนี้ ไทยลีฟ ได้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลและได้รับคำปรึกษาจากทีมผู้เชี่ยวชาญจากแคนาดาและสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นพาร์ทเนอร์ของไทยลีฟ กล่าวคือ มหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ (Cornell University) ที่เชี่ยวชาญด้านการเพาะ สกัดกัญชง และบริษัท คานาร์ฟามา อินเวสต์เมนต์ส จำกัด (Cannapharma Investments Inc.) บริษัทการลงทุนจากแคนาดา ที่มีความเชี่ยวชาญด้านธุรกิจกัญชาทางการแพทย์ เทคโนโลยีการเกษตร และเทคโนโลยีชีวภาพระดับโลก

  นอกจากนี้ การร่วมงานกันระหว่างทีมงานชาวต่างชาติและชาวไทยจะเกิดการถ่ายทอดองค์ความรู้ (Know-How Transfer) ทีมงานชาวไทย ประกอบด้วย เภสัชกรและนักวิทยาศาสตร์ ซึ่งดูแลงานส่วนในห้องแลป เกษตรกรดูแลส่วนแปลงปลูก และเจ้าหน้าที่ควบคุมเครื่องจักรที่เป็นวิศวกรชาวไทย ส่วนทีมงานชาวต่างชาติ จะมีทั้งผู้ปลูก หรือ Master Grower ซึ่งจะช่วยควบคุมการปลูก และผู้เชี่ยวชาญที่จะให้คำปรึกษาด้านการคิดค้นสูตรและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีสารสกัด CBD จากกัญชง ที่มีคุณภาพ แน่นอนว่าการพัฒนาธุรกิจให้เดินไปข้างหน้าได้ ต้องร่วมมือร่วมใจกันทุกส่วน ในฐานะผู้บริหารไทยลีฟ ย่อมต้องมีการขยายองค์ความรู้และสนับสนุนทีมงานในการแลกเปลี่ยนข้อมูลกัญชง งานวิจัย และการใช้เทคโนโลยี ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะตอบโจทย์เป้าหมายของไทยลีฟ ในการส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของสารสกัด CBD จากกัญชง ที่ดีที่สุดและเป็นประโยชน์มากที่สุดให้แก่ผู้บริโภค

  "การทบทวนร่างกฎหมายใหม่นั้น อยากให้ภาครัฐร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น การแพทย์ การโภชนาการ ในการขยายคุณและโทษ รวมทั้งแยกความแตกต่างระหว่างกัญชากับกัญชงออกจากกันอย่างชัดเจน เนื่องจากกัญชงมีสรรพประโยชน์ สามารถไปปรับใช้กับผลิตภัณฑ์ในหลายอุตสาหกรรม โดยเฉพาะวงการสุขภาพและวงการแพทย์เช่นเดียวกับในต่างประเทศที่ได้มีการศึกษาวิจัยและดำเนินการทำไปแล้ว คาดว่าจะเป็นนิมิตหมายอันดีต่อการพัฒนาเศรษฐกิจไทยได้ในเร็วๆ นี้ แต่อย่างไรก็ตาม แม้ร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง จะยังไม่ผ่านกระบวนการอนุมัติอย่างสมบูรณ์ แต่กฏหมายลูกหรือที่เรียกว่าประกาศกระทรวง ยังคงมีผลใช้ได้อยู่" นายยิ่งยศกล่าว

 

 


เรียบเรียง  ชุติมา อภิชัยสุขสกุล 
                อีเมล์. reporter@efinancethai.com

อนุมัติ     สุรเมธี มณีสุโข 









ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

LATEST NEWS

ข่าวที่เกี่ยวข้องล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh