ข่าวหุ้นล่าสุด

ASP ชี้ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็น 400 บาท กระทบกลุ่มรับเหมาฯ-เกษตรฯ-ยานยนต์

 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -15 ก.ค. 62 10:06 น.

  บล.เอเซีย พลัส ชี้นโยบายพรรคร่วมรัฐบาลที่หนุนให้รัฐบาลปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็น 400 บาท/วัน หวังช่วยเพิ่มกำลังซื้อให้ประชาชน แต่กลับกระทบต้นทุนผู้ประกอบการ ทั้งกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ กลุ่มเกษตร-อาหาร และกลุ่มยานยนต์ แต่อีกด้านกลุ่มค้าปลีก-โรงพยาบาล-ท่องเที่ยว รวมถึงกลุ่มการเงิน ได้แรงหนุนจากการใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น

  บล.เอเซียพลัส ออกบทวิเคราะห์ เรื่อง ค่าแรงขั้นต่ำ 400 บาท/วัน กระทบกลุ่มรับเหมาฯ, ค้าปลีก, ชิ้นส่วนฯ, เกษตรอาหาร โดย รัฐบาลชุดใหม่เดินหน้าสานต่อนโยบายต่างๆที่เคยหาเสียงไว้ก่อนหน้า และเชื่อว่านโยบายที่ภาครัฐจะเร่งดำเนินการก่อน คือ นโยบายระยะสั้น โดยเฉพาะนโยบายกระตุ้นการบริโภค ส่งผลให้มีกระแสนโยบายปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำกลับมาอีกครั้ง หลังจากปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาพรรคร่วมรัฐบาลเห็นตรงกันให้รัฐบาลปรับเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำ เป็น 400 บาท/วัน หรือปรับเพิ่มราว 23% จากปัจจุบันอยู่ที่ 325 บาท/วันกลับมาอีกครั้ง หากปรับขึ้นจริงเชื่อว่าจะช่วยเพิ่มกำลังซื้อให้กับประชาชน แต่ในทางตรงกันข้ามจะกระทบต่อต้นทุนผู้ประกอบการ คือ

  - กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง โดยเฉลี่ยค่าแรงคิดเป็นสัดส่วนรวม 10-15% ของต้นทุนก่อสร้าง ASPS คาดหากมีการปรับขึ้นค่าแรง 22% ดังกล่าวจะทำให้บริษัทรับเหมามีอัตรากำไรขั้นต้นลดลงประมาณ 2% โดยปัจจุบันบริษัทรับเหมาฯมี Gross margin เฉลี่ย 8-12% และมี Net Profit margin 2-6% โดยบริษัทที่จะได้รับผลกระทบมากที่สุดคือ บริษัทมีอัตรากำไรต่ำกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรม และใช้แรงงานสูง อย่าง ITD, NWR

  อย่างไรก็ตามปัจจุบัน บริษัทรับเหมามีการปรับวิธีการทำงานด้วยการนำเครื่องจักรมาใช้ ลดการใช้แรงงานคน และใช้วิธี Sub contract งานเป็นส่วนๆออกไปให้กับผู้รับเหมาช่วง โดยเชื่อว่างานประมูลภาครัฐจำนวนมากที่กำลังจะออกมา น่าจะทำให้การแข่งขันในอุตสาหกรรมก่อสร้างลดลง ส่งผลต่ออัตรากำไรของงานก่อสร้างใหม่ๆในอนาคตที่จะดีขึ้น เมื่อถัวเฉลี่ยกับงานใน Backlog เดิมที่จะถูกกระทบจากการปรับขึ้นค่าแรง

  -  กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ปัจจุบันมีค่าใช้จ่ายแรงงานในประเทศ สัดส่วนราว 5-8% ของต้นทุนรวม (บางบริษัทมีแรงงานอยู่ต่างประเทศ อาทิ DELTA, HANA ราว 2%ของต้นทุนรวม) เบื้องต้นฝ่ายวิจัยคาดการปรับขึ้นค่าแรงจะส่งผลกระทบต่อประมาณการกำไรกลุ่มชิ้นส่วนฯ ราว 11.7% จากปัจจุบัน นำโดย SVI ,HANA , KCE , และ DELTA ตามลำดับ

  - กลุ่มเกษตร-อาหาร มีค่าใช้จ่ายแรงงานในประเทศ ราว 1.5-8% ของต้นทุนรวม หากรัฐบาลปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเฉลี่ย 23% เป็น 400 บาท/วัน จะส่งผลกระทบต่อประมาณการกำไรกลุ่มเกษตร-อาหารราว 25% จากปัจจุบัน

  - กลุ่มยานยนต์ มีค่าใช้จ่ายแรงงานทางตรงราว 5%-10% ของยอดขาย(ยกเว้น PCSGH งวด 3Q61 นับเฉพาะโรงงานในไทยมีต้นทุนแรงงาน 17.4% ของยอดขาย) และ SAT มีพนักงาน อยู่ในแผนกผลิตจำนวน 1,396 คน กรณีที่มีการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ23% จะส่งผลให้ค่าจ้างพนักงานในแผนกผลิตเป็น 134 – 142 ล้านบาท / ปี หรือกระทบต่อกำไรประมาณ 20 – 30 ล้านบาท/ปี เป็นต้น

  อย่างไรก็ตามประเด็นการปรับขึ้นค่าแรง ต้องมีระยะเวลาในการพิจารณาประมาณ 3 เดือน เนื่องจากต้องมีการหารือจากตัวแทนทั้ง 3 ฝ่าย ทั้งภาครัฐ, เอกชน และลูกจ้าง แม้ประเด็นดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อกำไรของบริษัทจดทะเบียน จากค่าใช้จ่ายพนักงานที่เพิ่มขึ้น

  แต่ในอีกมุมช่วยเพิ่มกำลังซื้อ หรือความสามารถในการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนดีขึ้น หนุนการบริโภคสินค้าและบริการ เกี่ยวกับการอุปโภคบริโภคภายในประเทศ (ดีต่อกลุ่มค้าปลีก, โรงพยาบาล, ท่องเที่ยว) และการเติบโตของสินเชื่อ (ดีต่อกลุ่มการเงิน) ขณะเดียวกันทางฝั่งผู้ประกอบการเองน่าจะเร่งกระตุ้นยอดขาย ด้วยการทำโฆษณามากขึ้น (ดีต่อกลุ่มบันเทิง)

 

 


เรียบเรียง  จารุวรรณ เอี่ยมยิ่งพานิช 
                อีเมล์. charuwan@efinancethai.com

อนุมัติ     อนุรักษ์ ลีประเสริฐสุนทร 






ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด