ข่าวหุ้นล่าสุด

ข่าวด่วน


 
ข่าวนี้ที่ 1 : กูรูคาด SET ส.ค.ขยับ 1,270 -1,360 จุด พร้อมหั่น EPS ปีนี้เหลือ 62.45บ. 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -4 ส.ค. 63 7:22: น.

 

  กูรูส่องหุ้นไทย เดือนส.ค. คาดผันผวนในกรอบแนวรับ  1,270 และต้าน 1,360 จุด ยกขนาดกลาง-เล็ก Outperform ตลาดต่อ แต่หวั่นงบ Q2/63 ออกมาไม่น่าประทับใจ พร้อมหั่นกำไรบจ.ปีนี้เหลือ 62.45 บ./หุ้น แย้มยังหั่นเพิ่มได้อีก 10%   

 

*** บล.ทรีนีตี้ มองกรอบเดือนนี้ 1,270-1,360 จุด  

    นายณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทรีนีตี้ จำกัด  เปิดเผยทิศทางการลงทุนเดือนสิงหาคม 2563 ว่า ดัชนีหุ้นไทยเริ่มอยู่ในระดับที่สมดุลมากขึ้น หลังปรับตัวลงมาช่วงปลายเดือนก.ค.

    โดยมีกรอบแนวต้านที่ระดับ 1,360 จุด อิงพี/อี ล่วงหน้าที่ 16.8 เท่า และ EPS ของตลาดปีหน้าที่ 81 บาท ขณะที่มีแนวรับที่ 1,270 จุด อิง พี/อี ล่วงหน้าที่ 15.7 เท่า มองหากดัชนีหลุดระดับ 1,300 จุดลงมา ถือเป็นโอกาสที่ดีสำหรับการทยอยเพิ่มน้ำหนักหุ้นรอบใหม่ หลังแนะนำให้ชะลอการลงทุนมาตลอดช่วงที่ผ่านมา

    “ หุ้น ส.ค.จะได้รับปัจจัยหนุนส่วนหนึ่งจากสภาพคล่องที่จะไหลกลับมาจากตลาดพันธบัตรเข้าสู่ตลาดหุ้นได้ หลังจากวงเงินการประมูลพันธบัตรรัฐบาลในเดือนนี้จะลดลงจากเดือนก่อนอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งน่าจะช่วยลดแรงกดดันการดูดซับสภาพคล่องออกจากตลาดหุ้นที่เกิดขึ้นในรอบ1 เดือนที่ผ่านมาได้บ้าง ประกอบกับช่วงที่ผ่านมาตลาดหุ้นได้ปรับตัวลดลง จนทำให้ Earning yield gap กระเตื้องขึ้นจากจุดต่ำสุด จึงทำให้ความน่าสนใจของ SET Index เริ่มกลับมาบ้าง ”  นายณัฐชาต กล่าว

    ทั้งนี้ หุ้นไทยปิดการซื้อขายวันแรกของเดือนส.ค.63 (3 ส.ค.63) ที่ระดับ 1,321.23 จุด ลดลง 7.30 จุด หรือ - 0.55% มูลค่าการซื้อขาย 5.47 หมื่นล้านบาท    
 

*** แนะเล่นหุ้นกลาง - เล็ก ใน 6 กลุ่มน่าลงทุน 
    
    ทั้งนี้ แนะนำหุ้นขนาดกลางและเล็ก เพราะเป็นหุ้นที่มีอัตราการเติบโตของกำไรดีกว่าหุ้นขนาดใหญ่ โดยในปีหน้านักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าหุ้นเหล่านี้จะมีอัตราการเติบโตของกำไรสูงถึง 50-60% เทียบกับอัตราการเติบโตของกำไรของหุ้นขนาดใหญ่ที่อยู่เพียง 20% เท่านั้น ขณะที่ พี/อี ล่วงหน้ายังคงอยู่ในระดับต่ำเพียง 14 เท่า เทียบกับหุ้นใหญ่ที่อยู่ที่ 17 เท่า สะท้อนให้เห็นว่าหุ้นขนาดกลาง-เล็กยังน่าลงทุน แม้ราคาหุ้นจะปรับตัวเพิ่มขึ้นมาแล้วก็ตาม

    ส่วนธีมการลงทุนเดือน ส.ค.แนะนำลงทุนในขนาดกลาง-เล็ก 6 กลุ่ม ได้แก่  กลุ่มบริหารหนี้ที่ไม่มีหลักประกัน ได้แก่ JMT และ CHAYO กลุ่มเกษตรและอาหาร ได้แก่ TFG - ASIAN - APURE - SUN -  XO  กลุ่มปั๊มน้ำมัน ได้แก่ PTG  กลุ่มแพคเกจจิ้ง ได้แก่ SFLEX -  PTL  กลุ่มโรงไฟฟ้าขนาดเล็กที่มีการเติบโตดี ได้แก่ TPCH - SSP  และกลุ่มหุ้นขนาดกลาง-เล็กอื่นที่ยังมี Valuation ถูก เมื่อเทียบกับการเติบโตที่รออยู่ ได้แก่  ILINK
-  PRM - SMPC

 

*** เตือนระวัง 3 ปัจจัยเสี่ยง  

    สำหรับปัจจัยเสี่ยงที่จะต้องติดตามในเดือน ส.ค.ซึ่งจะมีผลต่อการลงทุนได้ นั่นก็คือความเสี่ยงที่ประเทศไทยจะถูกประกาศขึ้นบัญชีดำจากสหรัฐอเมริกาเรื่องแทรกแซงค่าเงินหรือไม่ หลังจากที่ไทยได้เข้าข่ายทั้ง 3 เกณฑ์ที่สหรัฐฯตั้งไว้แล้ว โดยหากสหรัฐฯไม่นำไทยเข้าสู่รายชื่อดังกล่าวหรือยังให้เวลาไทยในการแก้ตัวเพื่อหลุดจากเกณฑ์ที่กำหนด ก็น่าจะทำให้นักลงทุนลดความกังวลไปได้ส่วนหนึ่ง

    แต่ในทางกลับกัน หากไทยเข้าสู่บัญชีดำและนำมาสู่มาตรการกีดกันการค้าของสหรัฐฯในช่วงถัดไป จะกระทบกับภาคการส่งออกของไทยได้ โดยเฉพาะกับสินค้าที่ไทยไม่ได้มีความได้เปรียบ หรือเป็นสินค้าที่สหรัฐฯมีทางเลือกในการนำเข้าจากประเทศอื่นทดแทนได้

    นอกจากนี้ยังต้องจับตาตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯที่อาจรายงานออกมาอ่อนตัวในเดือนนี้ โดยเฉพาะตัวเลขการจ้างงาน หลังเริ่มได้รับผลกระทบจากการระบาดโควิด-19 รอบสอง ซึ่งอาจทำให้นักลงทุนในตลาดมีความกังวลใจต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจอยู่บ้าง อย่างไรก็ดี เชื่อว่าหากตัวเลขออกมาแย่ ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ก็น่าจะพร้อมที่จะอัดฉีดสภาพคล่องเพิ่มเติมได้ หลังจากช่วง 1 เดือนที่ผ่านมาเฟดได้มีการเก็บกระสุนผ่านการลดขนาดงบดุล (Balance sheet) มาโดยตลอด

     ส่วนประเด็นสุดท้ายซึ่งถือเป็นปัจจัยเสี่ยงที่มีโอกาสเกิดขึ้นน้อย แต่หากเกิดขึ้นจะมีผลกระทบรุนแรงนั่นก็คือ การระบาดของโควิด-19รอบสองภายในประเทศ ซึ่งหากเกิดขึ้นจริง คาดว่า SET Index จะถูกกดดันจากแรงขาย Panic sell ในช่วงแรก คล้ายๆกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตลาดหุ้นเวียดนามในช่วงปลายเดือนก.ค.ที่ผ่านมา

 

*** ASP สั่งจับตางบบจ. หลังล็อตแรกไม่ประทับใจ 

    บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส (ASPS) เปิดเผยว่าหนึ่งในประเด็นสำคัญต่อตลาดในเดือน ส.ค.63 คือกำไรบริษัทจดทะเบียน โดยเบื้องต้นฝ่ายวิจัยประเมินภาพรวมกำไรบริษัทจดทะเบียน งวด Q2/63 ทั้งที่ประกาศออกมาแล้ว บวกกับที่ทำ Earning Preview เป็น 72 บริษัท (คิดเป็นสัดส่วน 48% ของมูลค่าตลาดรวม) พบว่า มีกำไรสุทธิรวม 8.78 หมื่นล้านบาท ทรงตัว 13.4% ไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) และลดลง 29.6% จากช่วงเดียวกันปีก่อน (YoY)  

    ภาพรวมกำไรงวดไตรมาส 2/63 ที่ประกาศออกมาแล้ว 19 บริษัท อยู่ที่ 3.77 หมื่นล้านบาท ปรับตัวลดลงทั้ง 26%QoQ และ 35%YoY โดยเฉพาะกลุ่มธ.พ. ทั้งหมดประกาศออกมาอยู่ที่ 3.04 หมื่นล้านบาท (ลดลง 31%QoQ และ ลดลง 41% YoY) รวมถึงหุ้นขนาดใหญ่อื่นๆ อย่าง บริษัทบัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTC ลดลง 30%QoQ และ 13%YoY, บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ HMPRO ลดลง25.5%QoQ และ 38.2%YoY ฯลฯ

 

*** คาด CPALL - ADVANC - PTTEP - BDMS กำไร Q2 หายเกินครึ่ง 

    ส่วนภาพรวมบริษัทอื่นๆ ที่ฝ่ายวิจัยทำ Earning Preview จำนวน 53 บริษัท มีกำไรสุทธิรวม 5.01 หมื่นล้านบาท แม้จะเพิ่มขึ้น 89%QoQลดลง 24.6%YoY แต่ภาพรวมส่วนใหญ่เป็นกำไรลดลงทั้ง QoQ แล YoY เกินกว่าครึ่ง อาทิ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL, บริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC , บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP , บริษัทกรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS ฯลฯ 

    แต่ได้รับการชดเชยจากหุ้นกลุ่มหุ้นปิโตรฯ อาทิ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด(มหาชน) หรือ PTTGC บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หรือ IRPC และ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC ที่กำไรสุทธิฟื้นตัว QoQได้แรงหนุนจาก Stock Gain ฟื้นตัวจากไตรมาสก่อนหน้า

 

*** หั่นกำไรบจ.ปีนี้ เหลือ 62.45 บ./หุ้น แย้มอาจลดได้อีก 10%   

      เพื่อสะท้อนให้นักลงทุนเห็นภาพรวมกำไรใกล้เคียงความเป็นจริงมากขึ้น หลังบริษัทจดทะเบียนรายงานงบไตรมาส2/63 มาแล้วบางส่วนฝ่ายวิจัยฯ ได้ทยอยปรับประมาณการกำไรลง จากเดิมที่ประเมิน EPS63F ไว้ที่ 64 บาท/หุ้น ล่าสุดลดลงมาอยู่ที่ 62.45 บาท/หุ้น (ยังมีโอกาสปรับลดลงอีกหลังบริษัทจดทะเบียนประกาศงบงวดไตรมาส 2/63 เสร็จสิ้นในช่วงกลางเดือน ส.ค.) เบื้องต้นมีความเป็นไปได้ที่จะปรับลดไม่น้อยกว่า 10% จากฐานเดิม ถือเป็นอีกหนึ่งความเสี่ยงที่สำคัญที่ตลาดต้องเผชิญในช่วงเดือน ส.ค. 63


เรียบเรียง  ประน้อม บุญร่วม 
                อีเมล์. reporter@efinancethai.com






ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด