ข่าวหุ้นล่าสุด

บล.กสิกรฯ จ่อเพิ่มเป้าหุ้นไทยปีนี้จากเดิม 1,725 จุด จากฟันด์โฟลว์ทะลัก

 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -20 มิ.ย. 62 16:28 น.

  นายภาสกร ลินมณีโชติ รองกรรมการผู้จัดการ และ นายจักรพงศ์ เชวงศรี ผู้อำนวยการอาวุโส บล.กสิกรไทย เปิดเผยในงาน “US-China Trade War ทำหุ้นพลังงานไทยป่วน” ระบุ เตรียมเพิ่มปรับเป้าดัชนีหุ้นไทยปีนี้ จากเดิมคาดที่ 1,725 จุด เหตุดอกเบี้ยมีแนวโน้มขาลง ฉุดผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐลดลง เชื่อหนุนเงินทุนต่างชาติไหลทะลักเข้าตลาดเกิดใหม่ โดยมีสาระสำคัญดังนี้

  -ฝ่ายวิจัยเตรียมปรับเพิ่มเป้าดัชนีตลาดหุ้นไทยปี 62 จากเดิมคาดอยู่ที่ 1,725 จุด เนื่องจากปัจจัยดอกเบี้ยที่ประเมินว่าอยู่ในช่วงขาลง ประกอบกับ ผลตอบแทนพันธบัตร 10 ปีของสหรัฐ ได้ปรับลดลงเช่นเดียวกัน ส่งผลให้มีเงินทุนไหลเข้ามายังตลาดเกิดใหม่

  -โดยตั้งแต่ต้นเดือนพ.ค. ที่ผ่านมาถึงปัจจุบัน ผลตอบแทนพันธบัตร 10 ปีของสหรัฐลดลงมา 0.4% ซึ่งจะทำให้ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวเพิ่มขึ้น 100 จุด และปัจจุบันผลตอนแทนพันธบัตร 10 ปีของสหรัฐอยู่ที่ 1.99% หากปรับตัวลดลงไปถึงระดับ 1.75% มีโอกาสที่ดัชนีตลาดหุ้นไทยจะขึ้นไปทดสอบระดับ 1,800 จุด แต่ถ้าประเมินระยะสั้น 1 เดือน ดัชนีตลาดหุ้นไทยมีโอกาสทดสอบ 1,750 จุด

  “หุ้นไทยได้ประโยชน์จากผลตอบแทนพันธบัตร 10 ปีของสหรัฐที่ปรับตัวลดลง โดยเชื่อว่าปีนี้เฟดจะคงดอกเบี้ยไปก่อน และ ปีหน้าคาดว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ย 2 ครั้ง ครั้งละ 0.25% ซึ่งการที่ยีลด์ลดลงจะทำให้นักลงทุนมองหาโอกาสในการลงทุนสินทรัพย์เสี่ยงที่น่าสนใจ โดยเฉพาะในตลาดเกิดใหม่”

  -สำหรับหุ้นที่แนะนำให้ลงทุน คือ กลุ่มพลังงาน โดยมีมุมมองเป็นกลาง แต่ลดน้ำหนักการลงทุนสำหรับกลุ่มปิโตรเคมีลงเป็นลบ โดยในส่วนกลุ่มพลังงานแนะนำ บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP เพราะประมาณการกำไรมีความผันผวนต่ำกว่ารายอื่น ให้ราคาเป้าหมาย 148 บาท/หุ้น และ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC เป็นหุ้นเด่นในกลุ่มปิโตรเคมี เพราะมีอัตราส่วนความเสี่ยงต่อผลตอบแทนที่น่าดึงดูด และ มี Downside ที่จำกัด หลังจากมีโครงการซื้อหุ้นคืน ให้ราคาเป้าหมาย 69.30 บาท/หุ้น

  -ส่วนการจัดตั้งรัฐบาลใหม่เชื่อว่า จะมีการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยช่วงแรกจะมาจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และ การช่วยเหลือเกษตรกร ส่วนระยะถัดไปจะเป็นเรื่องการปรับขึ้นค่าแรง ส่วนการจัดทำงบประมาณปี 63 อาจมีความล่าช้าจากแผน 3 เดือน แต่เชื่อว่าไม่มีผลต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจ เนื่องจากมีเงินคงคลังเหลืออยู่ประมาณ 2 แสนล้านบาท




รายงาน    กรณัช พลอยสวาท 
เรียบเรียง  จารุวรรณ เอี่ยมยิ่งพานิช 
                อีเมล์. charuwan@efinancethai.com






ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด