ข่าวหุ้นล่าสุด

ผู้ว่า ธปท.จ่อทบทวนเป้าจีดีพีปี 63 มี.ค.นี้ - ปัดตอบศก.ไทยกำลังถดถอย

 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -18 ก.พ. 63 13:24 น.

   ผู้ว่า ธปท. จ่อทบทวนเป้าจีดีพีปี 63 ใหม่ 25 มี.ค.นี้ หวังรัฐออกมาตรการอุ้มผู้ประกอบการ แรงงาน สู้โควิด-19 ปัดให้ความเห็นศก.ไทยถดถอยหรือไม่  พร้อมเปิดตัวเปิดตัวนวัตกรรม QR-Code ระหว่างไทย -กัมพูชา เริ่มใช้ Q3 นี้  

   นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยถึงภาวะเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไปว่า ในวันที่ 25 มีนาคมนี้ ธปท.จะทบทวนประมาณการอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ปีนี้ใหม่ จากปัจจุบันคาด 2.8%

   โดยปัจจัยที่ยังต้องติดตามคือ การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 การเร่งเบิกจ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 หลังมีผลบังคับใช้ และการออกมาตรการเร่งด่วนต่างๆ เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้น โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่อง

   “ในการประชุมเดือนธันวาคมที่ผ่านมาเราคาดว่าจีดีพีไทยจะขยายตัวได้ 2.8% แต่หลังจากนั้นเกิดเหตุการณ์ที่เราไม่ได้คาดคิด เรื่องการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ซึ่งเราจะทบทวนประมาณการ โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่จะได้รับผลกระทบอย่างมาก และอาจส่งผลกระทบไปยังอุตสาหกรรมอื่น ส่วนเศรษฐกิจไทยจะเกิดภาวะถดถอยหรือไม่ ยังไม่สามารถระบุได้ คงต้องรอตัวเลขการประมาณการก่อน”นายวิรไท กล่าว

   นายวิรไท กล่าวว่า ขณะนี้การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ยังไม่นิ่ง โดยยังมีตัวเลขเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่อีกด้านคือ รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ได้นิ่งนอนใจ เร่งหามาตรการเสริมต่างๆ เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยเฉพาะผลที่จะเกิดขึ้นกับผู้ประกอบการ ลูกจ้างแรงงาน ซึ่งมองว่ามาตรการที่จะออกมาจะสามารถช่วยลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับเศรษฐกิจไทยได้

   นอกจากนี้ การผ่านร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ที่เริ่มมีความชัดเจนมากขึ้นนั้น มองว่าจะช่วยให้มีเม็ดเงินอัดฉีดเข้าสู่ระบบได้เร็วขึ้น ซึ่งเป็นหน้าที่ของทุกหน่วยงานที่จะต้องเร่งเบิกจ่ายงบประมาณให้เร็วที่สุด ภายหลังจากมีผลบังคับใช้

   ขณะเดียวกันในด้านของผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวมองว่า ในจังหวะนี้ถือเป็นโอกาสที่ดีที่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวจะลงทุน เพื่อยกระดับ เพิ่มคุณภาพของการท่องเที่ยว การแก้ไขปัญหาคอขวดต่างๆ เช่น ในเรื่องขนส่งมวลชน สนามบิน แหล่งท่องเที่ยว และบริการต่างๆ

   “ตอนนี้มีหลายปัจจัยที่เราต้องตามต่อเนื่อง แต่จังหวะแบบนี้ก็จะมีข่าวร้ายหลายด้าน แต่ก็ถือเป็นจังหวะดี โอกาสสำคัญ ที่เราทราบว่า อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของเรามีคอขวดค่อนข้างมาก มีขีดจำกีดในการให้บริการ มีเรื่องมาตรฐานด้านการท่องเที่ยว ในจังหวะนี้ ถ้าเราพลิกให้เป็นโอกาส มาเน้นเรื่องการลงทุน การยกระดับ คุณภาพของการท่องเที่ยว การแก้ปัญหาคอขวดต่างๆ นอกจากจะเป็นโอกาสในการลงทุน ยังช่วยให้เรามีความสามารถในการแข่งขันที่ดีขึ้นด้วย เมื่อสถานการณ์เข้าสู่ภาวะที่มีเสถียรภาพมากขึ้นนักท่องเที่ยวเริ่มกลับมา การที่เราใช้โอกาสนี้ในการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องก็จะช่วยทำให้เรามีความสามารถในการแข่งขันเพิ่มมากขึ้น”นายวิรไท กล่าว

   นายวิรไท กล่าวถึง การเปิดตัวนวัตกรรมด้านบริการชำระเงินผ่าน QR-Code ระหว่างกัมพูชา และไทยว่า ตั้งแต่วันที่ 18 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ร้านค้าในประเทศไทยสามารถรับชำระเงินรายย่อยระหว่างลูกค้าและร้านค้าของกัมพูชาผ่าน mobile banking application ของธนาคารไทยผ่านการสแกน QR-Code ได้ ขณะที่กัมพูชาจะเริ่มรับชำระค่าสินค้าและบริการที่ร้านค้าในประเทศกัมพูชาได้ในเดือนกรกฎาคม 2563 เป็นต้นไป

   “การพัฒนาระบบชำระเงินดังกล่าวปัจจุบัน เรามีการเชื่อมโยงระบบการชำระเงินแล้ว 4 ประเทศ คือ ลาว กัมพูชา ญี่ปุ่น และสิงคโปร์ ที่ภายในไตรมาส 3/2563 นี้ จะมีการเชื่อมโยงการชำระเงินผ่านระบบพร้อมเพย์เชื่อมกับเพย์นาว สิงคโปร์ โดยเป็นมาตรฐานการชำระเงินกลาง”นายวิรไท กล่าว

 

 


เรียบเรียง  สุรเมธี มณีสุโข 
                อีเมล์. suramatee@efnancethai.com

อนุมัติ     พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน 






ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด