ข่าวหุ้นล่าสุด

VRANDA ทุ่ม 110 ลบ.คว้า GRAM และ PABLO ร้านขนมญี่ปุ่น จ่อขยาย 7-8 สาขา

 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -17 ก.ย. 62 14:03 น.

  บริษัท วีรันดา รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ VRANDA แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท อนุมัติให้บริษัทเข้าลงทุนซื้อหุ้นสามัญของ บริษัท พีดีเอส โฮลดิ้ง จำกัด (PDS) ซึ่งเป็นเจ้าของสัญญาแฟรนไชส์หลัก (Master Franchise Agreement) ของร้านคาเฟ่และขนมหวานภายใต้แบรนด์ GRAM Pancake และ PABLO Cheese tart จำนวน 202,966 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 100 บาท มูลค่าเงินลงทุนโดยประมาณ 110 ล้านบาท
  มีผลทำให้สัดส่วนการถือหุ้นของบริษัทใน PDS เป็นสัดส่วนร้อยละ 99.99 ของทุนจดทะเบียน ทั้งนี้ การลงทุนใน PDS จะอยู่ภายใต้เงื่อนไขบังคับก่อนที่สำคัญภายใต้สัญญาสาคัญที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะต้องปฏิบัติให้ครบถ้วน โดยที่บริษัทฯ คาดว่าการเข้าลงทุนในกิจการจะแล้วเสร็จสิ้นระหว่างเดือนพฤศจิกายน - ธันวาคม ปี 2562 มูลค่าเงินลงทุนโดยประมาณ 110 ล้านบาท
  นายวีรวัฒน์ องค์วาสิฏฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วีรันดา รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ VRANDA ระบุในเอกสารเผยแพร่ ว่า บริษัทฯ ใช้เงินจำนวน 110 ล้านบาท เข้าซื้อหุ้น 100% ของบริษัท พีดีเอส โฮลดิ้ง จำกัด ซึ่งเป็นเจ้าของสัญญาแฟรนไชส์หลัก (Master Franchise Agreement) ของร้านคาเฟ่และขนมหวาน GRAM และ PABLO โดยจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในเดือนพฤศจิกายน - ธันวาคม พ.ศ.2562
  ทั้งนี้ GRAM เป็นร้านคาเฟ่ & ขนมหวานที่มีชื่อเสียงด้านแพนเค้กมีต้นกำเนิดจากประเทศญี่ปุ่น โดยเพิ่งจะเปิดตัวในไทยในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2561 และได้เสียงตอบรับเป็นอย่างดีทั้งจำจากนวนลูกค้าและการพูดถึงในโลก social media โดยปัจจุบันเปิดให้บริการที่ สยามพารากอน เซ็นทรัลเวิร์ด สามเสน และล่าสุดที่เซ็นทรัล ลาดพร้าว ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา
  โดย VRANDA มีแผนที่จะขยายสาขา GRAM เพิ่มขึ้น รวมเป็น 7-8 สาขาภายในสิ้นปี 2563 ซึ่งคงไม่ใช่เรื่องยากสำหรับ VRANDA ในการปักหมุด GRAM ลงบนพื้นที่ยอดนิยมต่างๆ ด้วยชื่อชั้นขนมหวานสายเลือดญี่ปุ่น ประเทศซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นผู้คิดค้นขนมอันเป็นที่ชื่นชอบและถูกปากของนักชิมทั่วโลก การันตีได้จากความร้อนแรงหลังเปิดตัวในประเทศไทยตลอดปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ GRAM นั้นไม่ได้เนื้อหอมเฉพาะในกลุ่มผู้ที่ชื่นชอบขนมหวานเพียงเท่านั้น ศูนย์การค้าต่างๆ เองก็ต้องการคว้า GRAM มาไว้เป็นแม่เหล็กช่วยดึงดูดเหล่านักช้อปด้วยเช่นกัน
  นอกจากนี้ดีลดังกล่าว VRANDA ยังได้ PABLO แบรนด์ขนมหวานจากญี่ปุ่นพ่วงมาด้วย โดยล่าสุดเพิ่งขยายสาขาใหม่ที่สนามบินดอนเมืองและได้รับเสียงตอบรับจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเป็นอย่างดี ส่งผลให้ VRANDA มีพอร์ตธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มที่ใหญ่ขึ้น จากเดิมซึ่งมีแบรนด์ “Skoop” และ “KOF” บริหารในมืออยู่แล้ว ซึ่ง GRAM และ PABLO จะช่วยเสริมศักยภาพการต่อรองในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการหาพื้นที่เพื่อลงทุนขยายสาขา การทำโปรโมชั่นควบคู่กับแบรนด์อื่นๆ ตลอดจนการทำธุรกิจกับ online delivery platform และสิ่งที่จะทำให้เราเห็นภาพการเติบโตของ  VRANDA ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น คือการเติบโตของรายได้ประจำ (recurring income) โดยผลจากการเข้าซื้อในครั้งนี้คาดการณ์ว่าจะทำให้รายได้ประจำของบริษัทฯ ในปี 2563 เพิ่มขึ้นประมาณ 10 - 15% ซึ่งเป็นข้อดีของการซื้อกิจการที่มีรายได้อยู่แล้ว เพราะบริษัทฯ ไม่จำเป็นต้องเสียเวลาในการปลุกปั้นหรือใช้งบประมาณเพื่อโปรโมทแบรนด์ใหม่ขึ้นมาเพื่อตีตลาด เป็นเหตุผลให้การคว้า GRAM มาในครั้งนี้จะเป็นตัวเร่งการเติบโตของธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มของ VRANDA อย่างก้าวกระโดดดังที่ได้เห็นจากตัวเลขการเติบโตของรายได้ประจำซึ่งกล่าวมาในขั้นต้นและด้วยฐานลูกค้าจาก GRAM และ PABLO ประกอบกับกลุยทธ์ในการดำเนินธุรกิจของ VRANDA จะทำให้พวกเขาสามารถดึงเอาจุดเด่นที่มีความเข้าใจในธุรกิจไลฟ์สไตล์ มามอบประสบการณ์ที่แตกต่างและตรงกับความต้องการในกลุ่มลูกค้ากลุ่มนี้ได้เป็นอย่างดี เชื่อว่าการซื้อกิจการในครั้งนี้ เราคงจะไม่ได้เห็นแค่ยอดการเติบโตจากธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่จะมีส่วนช่วยเสริมธุรกิจอื่นๆ ของบริษัทให้เติบโตขึ้นไปด้วยอย่างแน่นอน
  นายวีรวัฒน์ กล่าวว่า ส่วนสถานการณ์ปัจจุบันของธุรกิจโรงแรมซึ่งเป็นธุรกิจหลักของ VRANDA นั้น ทางบริษัทฯ ก็ได้เตรียมพร้อมรับนักท่องเที่ยวในช่วง High Season ปลายปี หลังได้รับสัญญาณที่ดีจากยอดจองเข้าพักของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติซึ่งผ่านจุดต่ำสุดของปีมาแล้ว

ลักษณะธุรกิจของ VRANDA
กลุ่มบริษัท ประกอบธุรกิจโรงแรม และธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ประเภทอาคารชุดพักอาศัย กลุ่มบริษัท มีโครงการโรงแรมทั้งหมด 6 แห่ง แบ่งเป็น โรงแรมที่เปิดดำเนินการ จำนวน 5 แห่ง คือ 1) โรงแรมวีรันดา รีสอร์ท หัวหิน 2) โรงแรมวีรันดา เดอะ ไฮ รีสอร์ท เชียงใหม่ 3) โรงแรมโซ โซฟิเทล แบงค็อก 4) โรงแรมวีรันดา รีสอร์ท พัทยา 5) โรงแรม ร็อคกี้ บูติค รีสอร์ท และโครงการโรงแรมที่อยู่ระหว่างการพัฒนา จำนวน 1 แห่ง คือ โรงแรมเวอโซ หัวหิน และมีโครงการอาคารชุดพักอาศัยที่อยู่ระหว่างการขาย จำนวน 3 แห่ง โดยเป็นโครงการอาคารชุดพักอาศัยที่สร้างเสร็จพร้อมอยู่ จำนวน 2 แห่ง คือ 1) โครงการวีรันดา ไฮ เรสซิเดนซ์ เชียงใหม่ และ 2) โครงการวีรันดา เรสซิเดนซ์ พัทยา และโครงการอาคารชุดพักอาศัยที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง จำนวน 1 แห่ง คือ โครงการวีรันดา เรสซิเดนซ์ หัวหิน

เรียบเรียง  จำเนียร พรทวีทรัพย์ 
อนุมัติ     อนุรักษ์ ลีประเสริฐสุนทร 






ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด