Crypto

เจาะลึกอนาคต Ethereum กับ 5 ปัจจัย `เฉพาะตัว` ที่เปลี่ยนไป

 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -16 พ.ย. 64 13:26 น.

[สรุป Shrimp Talk] - เจาะลึกอนาคต Ethereum กับ "ต้นฮ้อ" พลากร ยอดชมญาณ,ผู้ก่อตั้ง เว็บเทรด KULAP

เป็นครั้งแรกของการพูดคุย ที่คุณผู้ชมกล่าวว่า เทปนี้ราคาหลักล้าน แต่จริงๆ สาระสำคัญไม่ใช่คำว่า “หลักล้าน” แต่นัยยะมันคือ “สุดยอดข้อมูล” ที่ “คุณต้นฮ้อ” ตั้งใจย่อยและนำมาแบ่งปันผ่าน รายการ “Shrimp Talk”  ยังไม่ค่อยมีคนพูดถึงกันมากนัก ซึ่งทั้งหมดคุณจะได้อ่านในบรรทัดจากนี้ไป

“มุมมองส่วนตัว” ของเขาต่อ Ethereum ได้เปลี่ยนไปจากเดิมเมื่อเดือน ต.ค.ที่ผ่านมานี้ โดยมองว่า ETH ควรค่าแก่การสะสมในระยะยาว เหมือนกับที่ผู้คนเลือกสะสม Bitcoin

จุดเริ่มต้นมาจากการที่เขาได้รับทราบข้อมูลเรื่อง “เงินฝืด” ที่จะเกิดขึ้นกับ Ethereum เมื่อปลายเดือน ส.ค.64 และค้นคว้าข้อมูลเพิ่มเติมกระทั่งมั่นใจ KULAP จึงได้ตัดสินใจซื้อ Ethereum 1 ล้านบาทเพิ่มอีกทันที ซึ่งโดยปกติพอร์ตของ KULAP ให้น้ำหนัก Bitcoin: Ethereum ที่ 50:50 ล่าสุดมีสัดส่วน Ethereum มากกว่า Bitcoin แล้ว!!!

ความเคลื่อนไหวทีละขั้นที่จะนำไปสู่ภาวะเงินฝืดของ Ethereum นั้น ล่าสุดคือการอัปเกรดตามข้อเสนอ EIP-1559 ซึ่งได้เสร็จสิ้นเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา สื่อต่างประเทศหลายแห่งเริ่มรายงานข่าวในประเด็นที่ตรงกันว่าจากนี้ไป Ethereum จะเข้าสู่ภาวะเงินฝืด เช่น THE DAILY HOLD หรือแม้กระทั่ง Deltec Bank ธนาคารเก่าแก่ที่เปิดมากว่า 70 ปี

แก่นสำคัญของการอัปเกรด EIP-1559 จะมีกลไกการเผาเหรียญทิ้งด้วย ดังนั้น จะส่งผลให้ซัพพลายของ Ethereum ในระบบค่อยๆ ลดน้อยลง กระทั่งนำไปสูู่ภาวะเงินฝืดในที่สุด เราสามารถเข้าไปตรวจสอบยอดเผา (Bern) Ethereum แบบเรียลไทม์ได้ที่เว็บไซต์ watchtheburn.com จะมีข้อมูลของ Ethereum ที่ถูกเผาทิ้ง บอกละเอียดเป็นรายบล็อก

📌เมื่อไหร่ Ethereum จะเข้าสู่ภาวะเงินฝืดแบบติดลบ?

ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจระหว่าง Proof of Work (PoW) กับ Proof of Stake (PoS) กันก่อน ซึ่งทั้งคู่เป็นคำที่ใช้เรียกระบบการทำงานของเครือข่ายบล็อกเชน ซึ่งปัจจุบันนี้ บล็อกเชน Ethereum ใช้ระบบ PoW และเพิ่งจะทำคู่ขนานไปกับระบบ PoS (เดือน ธ.ค.2563) ก่อนจะเปลี่ยนเป็น PoS อย่างสมบูรณ์ในอนาคตอันใกล้นี้

Ethereum ที่ใช้ระบบ PoW ผลิตได้ประมาณ 5,000,000 ETH ต่อปี (เหตุที่ใช้คำว่าประมาณเพราะว่า นักขุดนอกจากจะได้รางวัลจากการขุดกับได้ค่าธรรมเนียมที่สามารถปิดบล็อกได้แล้ว เขายังได้ Uncle Block Rewards ด้วยซึ่งอันหลังนี้ไม่แน่นอน)

Ethereum จะเปลี่ยนไปใช้ระบบ PoS ในอนาคตอันใกล้นี้ จะส่งผลให้การผลิตเหรียญใหม่ที่ได้ต่อปีต่ำกว่า 2 ล้าน ETH หรืออยู่ในช่วง 100,000-2,000,000 ETH (จาก PoW ผลิตได้ประมาณ 5,000,000 ETH ต่อปี ) หรือมีการผลิตต่อปีลดลงถึงกว่า 50%

จากตาราง “The Path to the Merge” หากเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ หลังผ่าน Berlin Upgrade (เม.ย.2564) ตามด้วย London Upgrade (5 ส.ค.2564 ) และ Altair activates (27 ต.ค.2564) แล้ว สิ่งที่ต้องจับตาจากนี้ไปคือการอัปเกรดครั้งสำคัญที่ี่ชื่อ “The Merge” ที่จะเปลี่ยนจาก PoW มาใช้ระบบ PoS เพียงระบบเดียวจะเกิดขึ้นในช่วงรอยต่อระหว่างไตรมาส 1 และไตรมาส 2 ปี 2565 หรือในช่วงเดือนเมษายน 2565

ปัจจัยในการผลิต Ethereum ที่ใช้ระบบ PoS จะมีสมการที่สามารถคำนวณได้ ซึ่งตัวแปรที่สำคัญในสมการคือค่า “D” (Deposited ETH for Staking) หรือจำนวนการฝาก Ethereum เข้ามาเพื่อค้ำประกันในระบบมากน้อยแค่ไหน ยิ่งมีคนนำ ETH มาวางค้ำประกัน (stake) มาก ยอดผลิตต่อปีก็จะมาก ปัจจุบันมีคนนำ ETH มา Staked ประมาณ 27.3-49.5 ล้าน ETH และได้ผลตอบแทนประมาณ 3-4% ต่อปี

อ้างอิงข้อมูลจากเว็บ ultrasound.money ที่ได้จำลองสมมุติฐาน เน้นไปที่การลดลงของซัพพลาย ETH ข้อมูลแสดงให้เห็นว่า ปัจจุบัน Ethereum ผลิต 5.4 ล้าน ETH ต่อปี และเผา 3.1 ล้าน ETH ต่อปี ดังนั้น เงินเฟ้อหรือการเพิ่มขึ้นของเหรียญ ETH อยู่ที่ประมาณ 2% ต่อปี (SUPPLY GROWTH)

แต่ภายหลังการอัปเกรด The Merge ในอนาคต แบบจำลองแสดงให้เห็นว่า ด้วยตัวเลขของการ Stake ณ ปัจจุบันทำให้ Ethereum ผลิตต่อปีแค่ 400,000 ETH ในขณะที่การเผาเกิดขึ้นปีละ 3.1 ล้าน ETH ดังนั้น SUPPLY GROWTH จะติดลบที่ 2.3% ต่อปี ทำให้ Ethereum เข้าสู่ภาวะเงินฝืดแบบเฉียบพลัน

แบบจำลอง ultrasound.money ยังแสดงให้เห็นถึงการผลิต Ethereum ว่าจุดสูงสุดของจำนวน ETH (supply peak) จะอยู่ที่ 119.6 ล้าน ETH ซึ่งจะเกิดขึ้นในวันที่ 5 เมษายนปี 2565 จากปัจจุบัน (ณ เดือน พ.ย.2564) มีซัพพลายอยู่ที่ 118 ล้าน ETH

📌ในอนาคต Ethereum จะเหลือซัพพลายเท่าไหร่?

Justin Drake นักวิจัย Ethereum ให้กับ Ethereum Foundation ได้โพสต์ข้อความในทวิตเตอร์เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2564 โดยมีประเด็นที่น่าสนใจแต่ไม่ได้ลงรายละเอียดไว้ นั่นคือ ข้อความที่คาดการณ์ว่า หลังจากการเข้าสู่ PoS อย่างสมบูรณ์แล้วจะทำให้ “ในระยะยาวซัพพลายของ Ethereum จะลดเหลือ 59 ล้าน ETH”

ครั้งแรกที่ทราบข้อมูลทางคุณต้นฮ้อ มีคำถามในใจว่าจะเป็นไปได้อย่างไรที่จะเหลือ 59 ล้าน ETH เพราะปัจจุบัน Ethereum มีตั้งร้อยกว่าล้าน ETH ทำให้ค้นคว้าเรื่องนี้ต่อ (ส่วนหนึ่งเพราะมีภารกิจพิเศษแทรกเข้ามาพอดีคือ งานสอนหนังสือจึงได้โอกาสค้นข้อมูลเพื่อนำไปสอนด้วยในคราวเดียว) และโชคดีไปเจองานวิจัยชิ้นหนึ่งซึ่งเนื้อหามันไปสอดคล้องกับสิ่งที่ Justin Drake ได้คาดการณ์ไว้

งานวิจัยชิ้นนั้นมีชื่อว่า "Circulating Supply Equilibrium for Ethereum and Minimum Viable Issuance during the Proof-of-Stake Era" ซึ่งเขียนขึ้นเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2564 มีการใส่สมการ และคำนวณตัวเลขต่างๆ ออกมา และมีสมมุติฐานที่ยืนยันว่าในระยะยาวแล้ว ETH จะเหลือ 59 ล้าน ETH และเข้าสู่ภาวะเงินฝืด ซึ่งมันยืนยันในสิ่งที่ Justin Drake ได้กล่าวไว้ในทวิตเตอร์

อย่างไรก็ตาม งานวิจัยชิ้นนี้เพิ่งออกมาเมื่อต้นเดือนตุลาคม และยังไม่ค่อยถูกพูดถึงกันในวงกว้างมากนัก ประกอบกับข้อมูลที่อาจจะอ่านแล้วเข้าใจได้ยาก ทำให้ประเด็นนี้ยังไม่ได้รับความสนใจในวงกว้าง

แต่เชื่อว่า “ภาวะเงินฝืดของ Ethereum” จะเริ่มถูกพูดถึงกันมากขึ้นในปีหน้าเมื่อเข้าใกล้ช่วงของการอัปเกรด “The Merge” ประมาณเดือนเมษายน 2565 (จะเปลี่ยนจาก PoW มาใช้ระบบ PoS เพียงระบบเดียว) ถึงตอนนั้นข่าวในประเด็นนี้น่าจะถูกนำเสนอกันมากขึ้น และในที่สุดก็อาจจะมีผลกระทบกับราคาในด้านบวกมากยิ่งขึ้น

📌สรุป 5 ปัจจัย Ethereum มีดีอย่างไร ทำไมเราต้องมีติดพอร์ต

4 ปัจจัยแรก เป็นปัจจัยที่ตรงไปตรงมาตามกลไกของ ETH ภายหลังการอัปเกรด The Merge เกิดขึ้นในอนาคต

1.การอัปเกรดตามข้อเสนอ EIP-1559 ทำให้เกิดกลไกการเผาเหรียญ เพื่อลดซัพพลาย และการอัปเกรดครั้งต่อไปประมาณเดือนเมษายน2565 ที่มีชื่อเรียกว่า “The Merge” ดังที่ได้อธิบายไปข้างต้น

2.Ethereum จะถูกดูดสภาพคล่องออกไป จากการที่มันเป็นเหรียญคู่สภาพคล่อง เช่น เวลาเราผลิตเหรียญใหม่ ETH จะเป็นเหรียญแรกที่เราอยากจะวาง ETH เป็นสภาพคล่องเพื่อจะได้ทราบว่าเหรียญที่เราผลิตขึ้นมีมูลค่าเท่าไหร่

เช่น เครือข่าย Polygon เหรียญของตัวเองคือ MATIC แต่คู่เหรียญที่ถูกวางเป็นอันดับหนึ่งคือ คู่เหรียญ ETH นี่จึงเป็นปัจจัยหนึ่งทำให้ ETH หายไป อนาคตเกิดหลายเชน เช่น Arbitrum Avalanche,Optimism จะยิ่งดึง ETH ออกไปมากขึ้นทำให้สภาพคล่อง ETH จะเริ่มลดหายไป

3.ระบบ PoS เราไม่ต้องขาย ETH เพื่อจ่ายค่าไฟ (จาก PoW นักขุดจะขุดเหรียญ เมื่อได้เหรียญ ETH มาแล้วจะนำมาขายเพื่อจ่ายค่าไฟ) แต่เรา Stake ต่อได้ ทำให้ไม่มีแรงขาย เพราะพวก Node Validator ไม่จำเป็นต้องขาย ที่สำคัญคือในแผนของการมุ่งสู่การอัปเกรด ‘The Merge’ นั้น ตอนนี้ใครที่ Stake ETH 2.0 อยู่จะขายออกมาไม่ได้ ต้อง Stake ยาวเลย และคนคิดว่าเมื่อการอัปเกรด ‘The Merge’ จะถอน ETH ได้ แต่จริงๆ คือถอนไม่ได้ นั่นหมายความว่า เมื่อการอัปเกรด ‘The Merge’ มาถึง คนที่ Stake อยู่ก็ Stake ต่อไป และนักขุดก็ขุดไม่ได้แล้ว อันนี้จึงน่าจะเป็นปัจจัยบวกกับราคาของ ETH

4.เมื่อการอัปเกรด ‘The Merge’ แล้ว รางวัลจาก PoW และค่าธรรมเนียมที่นักขุดได้ จะมาอยู่กับคนที่เข้าร่วมในฝั่งของ PoS แทน ดังนั้น ค่าธรรมเนียมที่ได้จากการ Stake Ethereum จะมากขึ้น พอรางวัลมากขึ้น คนก็จะยิ่งเอาเหรียญ ETH ที่ตัวเองมีไปวาง Stake เพิ่ม มันจะยิ่งทำให้ซัพพลายในตลาดมีน้อยลง เพราะถูกนำไปล็อกไว้

และ ปัจจัยที่ 5 ไม่เกี่ยวกับกลไกของ Ethereum แต่เป็นเชิงแนวคิดของผู้คน ซึ่งสำคัญมาก

5.แนวคิดของผู้คนที่ให้มูลค่ากับ ETH เปลี่ยนไป

แต่ก่อนย้อนไปสักต้นปีนี้หรือนานกว่านั้นประมาณ 1 ปี คนไม่ได้มองว่า ETH เป็นเหรียญที่น่าเก็บออม เนื่องจากซัพพลายของมันไม่จำกัด เปรียบเสมือนน้ำมันที่ผลิตออกมาได้เรื่อยๆ แต่ ณ วันนี้แนวคิดของผู้คนเปลี่ยนไป และเริ่มมีคำถามที่แต่ก่อนคงไม่มีใครถามแบบนี้ เช่น Ethereum จะสามารถเติบโตจนแซง Bitcoin ได้หรือไม่? และมีหลายคนเชื่อว่า “การถือ Ethereum ได้กำไรมากกว่าการถือ Bitcoin”

เมื่อความเชื่อมั่นที่ผู้คนมีต่อ Ethereum มากขึ้นก็จะส่งผลบวกต่อ ETH ขณะที่ผู้คนจะเริ่มรับรู้ข่าวสารเกี่ยวกับภาวะเงินฝืดมากขึ้นเรื่อยๆ ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ ทำให้ ETH เป็นอีกเหรียญที่นักลงทุนรายใหญ่จะเข้ามาเก็บสะสม


📌ในการพูดคุยครั้งนี้ ยังมีคำถามต่างๆ ในรายละเอียดปลีกย่อยที่น่าสนใจอีกมากเลยค่ะ หากเพื่อนๆ อยากฟังแบบเต็มๆ สามารถคลิกที่ลิงก์นี้ได้เลย


Shrimp Talk กับแนวคิด "แชร์ความรู้และประสบการณ์ จากคนเก่งวงการฟินเทค" เพราะเราเชื่อว่า 'มีเรื่องเล่า มีโอกาส'

พบกันที่เพจ efinanceThai และเพจ Crypto by efinanceThai ทุกสัปดาห์ที่ 2,4 ของเดือนในวันจันทร์ เวลาหนึ่งทุ่มตรง.

 

 

 


เรียบเรียง  ชัชชญา อังคุลี 
                อีเมล์. chatchaya@efinancethai.com

อนุมัติ     พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน 









บทความอื่นๆที่น่าสนใจ

LATEST NEWS

ข่าวที่เกี่ยวข้องล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh