ข่าวหุ้นล่าสุด

บลจ.กสิกรไทยโชว์ฟอร์มบริหาร 4 กองทุนต่างประเทศ ปันผลมูลค่ากว่า 380 ลบ.

 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -13 พ.ค. 62 8:33: น.


  นายนาวิน อินทรสมบัติ Chief Investment Officer (รองกรรมการผู้จัดการ สายงานจัดการลงทุนต่างประเทศ) บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด (บลจ.กสิกรไทย) เปิดเผยว่า บลจ.กสิกรไทย เตรียมจ่ายปันผล 4 กองทุนต่างประเทศ ได้แก่ กองทุนเปิดเค ยูเอสเอ หุ้นทุน (K-USA) สำหรับรอบผลการดำเนินงานตั้งแต่ 1 พฤษภาคม 2561 ถึง 30 เมษายน 2562 ในอัตรา 0.40 บาทต่อหน่วย กองทุนเปิดเค ยูโรเปียน หุ้นทุน (K-EUROPE) สำหรับรอบผลการดำเนินงานตั้งแต่ 1 สิงหาคม 2561 ถึง 30 เมษายน 2562 ในอัตรา 0.35 บาทต่อหน่วย กองทุนเปิดเค เอเชียน สมอลเลอร์ หุ้นทุน (K-ASIA) สำหรับรอบผลการดำเนินงานตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2561 ถึง 30 เมษายน 2562 ในอัตรา 0.30 บาทต่อหน่วย และกองทุนเปิดเค อินเดีย หุ้นทุน (K-INDIA) สำหรับรอบผลการดำเนินงานตั้งแต่ 1 กุมภาพันธ์ 2562 ถึง 30 เมษายน 2562 ในอัตรา 0.20 บาทต่อหน่วย โดยมีกำหนดจ่ายปันผลพร้อมกันในวันที่ 14 พฤษภาคม 2562 รวมมูลค่าทั้งสิ้น 384.06 ล้านบาท
  นายนาวินกล่าวต่อไปว่า นับตั้งแต่จัดตั้งกองทุน K-USA เมื่อปี 2555 กองทุนมีการจ่ายปันผลอย่างต่อเนื่องทุกปี รวมแล้วทั้งสิ้น 24 ครั้ง เป็นเงิน 6.55 บาทต่อหน่วย โดยในรอบผลการดำเนินงาน 1 ปีที่ผ่านมากองทุนมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) เฉลี่ยอยู่ที่ 6.20% ต่อปี อีกทั้งยังสามารถเอาชนะเกณฑ์มาตรฐานได้ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ซึ่งมีผลการดำเนินงานย้อนหลัง 6 เดือน และ 3 ปีอยู่ที่ 14.33% และ 17.95%ต่อปี ขณะที่เกณฑ์มาตรฐานอยู่ที่ 8.40% และ 13.78%ต่อปี ตามลำดับ (ข้อมูล ณ วันที่ 30 เม.ย. 62) ทั้งนี้ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เริ่มฟื้นตัวตั้งแต่ต้นปี แตะที่ระดับสูงสุดในรอบ 6 เดือน โดยได้รับแรงหนุนจากตัวเลขเศรษฐกิจที่ออกมาค่อนข้างดี ด้านผลประกอบการไตรมาสแรกออกมาดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ อย่างไรก็ตาม ยังต้องจับตาการเจรจาทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ – จีน ซึ่งแม้จะมีความชัดเจนมากขึ้นในช่วงที่ผ่านมา แต่อาจพลิกโผหากข้อตกลงยังไม่เป็นที่พอใจของประธานาธิบดีทรัมป์ อีกทั้งตลาดหุ้นทั่วโลกอาจได้รับผลกระทบในระยะสั้น หากประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศปรับขึ้นอัตราภาษีเป็น 25%
  ด้านกองทุน K-EUROPE นับตั้งแต่จัดตั้งกองทุนเมื่อปี 2556 มีการจ่ายปันผลอย่างต่อเนื่องทุกปีเช่นกัน รวมแล้วทั้งสิ้น 16 ครั้ง เป็นเงิน 3.65 บาทต่อหน่วย ซึ่งกองทุนสามารถเอาชนะเกณฑ์มาตรฐานได้ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว โดยมีผลการดำเนินงานย้อนหลัง 6 เดือน และ 3 ปีอยู่ที่ 12.17% และ 8.11%ต่อปี ขณะที่เกณฑ์มาตรฐานอยู่ที่ 11.24% และ 7.61%ต่อปี ตามลำดับ อีกทั้งยังติดอันดับกองทุน 5 ดาว ในประเภท Overall Rating จาก Morningstar (ข้อมูล ณ วันที่ 30 เม.ย. 62) ทั้งนี้ ธนาคารกลางยุโรปส่งสัญญาณผ่อนคลายการขึ้นดอกเบี้ยมากขึ้น โดยยังคงอัตราดอกเบี้ยไปจนถึงสิ้นปีนี้ อย่างไรก็ดี ประเด็น Brexit แบบไม่มีข้อตกลงมีแนวโน้มลดลง ซึ่งส่งผลให้หุ้นเติบโตสูง (Growth stock) และหุ้นกลุ่มไอทีได้รับประโยชน์
  ด้านกองทุน K-ASIA นับตั้งแต่จัดตั้งกองทุนเมื่อปี 2556 มีการจ่ายปันผลอย่างต่อเนื่องทุกปีเช่นกัน รวมแล้วทั้งสิ้น 11 ครั้ง เป็นเงิน 3.00 บาทต่อหน่วย ซึ่งกองทุนสามารถเอาชนะเกณฑ์มาตรฐานได้ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว โดยมีผลการดำเนินงานย้อนหลัง 6 เดือน และ 3 ปีอยู่ที่ 14.30% และ 9.03%ต่อปี ขณะที่เกณฑ์มาตรฐานอยู่ที่ 11.41% และ 4.16%ต่อปี ตามลำดับ (ข้อมูล ณ วันที่ 30 เม.ย. 62) ทั้งนี้ ตลาดหุ้นเอเชียได้รับอานิสงส์จากการคาดการณ์การปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ มีแนวโน้มลดลง (Dovish) ทำให้เม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศไหลกลับเข้ามาในภูมิภาคมากขึ้น อย่างไรก็ดี การเติบโตทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียยังคงแข็งแกร่ง ค่าเงินมีเสถียรภาพ อีกทั้งระดับราคาหุ้นซื้อขายถูกกว่าเมื่อเทียบกับภูมิภาคอื่น
  สำหรับกองทุน K-INDIA มีการจ่ายปันผลนับตั้งแต่จัดตั้งกองทุนแล้วทั้งสิ้น 15 ครั้ง รวมเป็นเงิน 3.90 บาทต่อหน่วย โดยมีผลการดำเนินงานย้อนหลัง 6 เดือน และ 3 ปีอยู่ที่ 16.60% และ 10.55%ต่อปี ขณะที่เกณฑ์มาตรฐานอยู่ที่ 17.29% และ 12.02%ต่อปี ตามลำดับ (ข้อมูล ณ วันที่ 30 เม.ย. 62) ทั้งนี้ เศรษฐกิจอินเดียได้รับแรงหนุนจากการบริโภคในประเทศ ธนาคารกลางอินเดียสามารถผ่อนคลายนโยบายทางการเงิน โดยปรับลดดอกเบี้ยสู่ระดับ 6% เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจได้ อย่างไรก็ดี ควรจับตาผลการเลือกตั้งช่วงปลายเดือน พ.ค. ซึ่งคาดว่าพรรคบีเจพีของนายโมดีมีแนวโน้มได้เป็นรัฐบาลต่อไป ซึ่งจะส่งผลบวกต่อตลาดหุ้นอินเดีย                                                                                            
  นายนาวินกล่าวเพิ่มเติมว่า บลจ.กสิกรไทย ยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อตลาดหุ้นยุโรป เอเชีย และอินเดีย อย่างไรก็ตามแนะนำให้ประเมินสถานการณ์ก่อนเข้าลงทุนเพิ่มเติม ในขณะที่หุ้นสหรัฐฯ แนะนำให้ชะลอการเข้าลงทุน เพื่อรอประเมินสถานการณ์การลงทุนต่อไป สำหรับผู้ลงทุนที่สนใจสามารถติดต่อขอรับหนังสือชี้ชวนและสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ธนาคารกสิกรไทยทุกสาขา หรือติดต่อ KAsset Contact Center 0 2673 3888


เรียบเรียง  ชุติมา มุสิกะเจริญ 
                อีเมล์. reporter@efinancethai.com






ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด