ข่าวหุ้นล่าสุด

ข่าวด่วน


 
ข่าวนี้ที่ 1 : THAI กำไรโค้งแรกวูบ 83% หันรุกออนไลน์ กูรูฟันธงปีนี้ขาดทุน 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -17 พ.ค. 62 7:12: น.

 

    "การบินไทย" เปิดงบ Q1/62 กำไรวูบ 83% เหลือ 456 ลบ.เหตุรายได้ลด ค่าใช้จ่ายเพิ่ม ในไตรมาส 2-3 วางเป้ารักษา Cabin Factor ที่ระดับ 80% แม้ต้องแข่งขันราคารุนแรง และจะไม่มีการลงทุนใหม่ หวังทั้งปีพลิกมีกำไร พร้อมหารายได้เสริม รุกธุรกิจใหม่ขายสินค้าออนไลน์ หวังโกยกำไรปีนี้ 500 ลบ.ขณะที่บริษัทยังคงมุ่งโครงการมนตรา เพื่อยุติผลขาดทุน เพิ่มความแข็งแกร่งด้านการเงิน ทั้งการเช่าซื้อเครื่องบินแทนการซื้อ เพิ่มประสิทธิภาพการบริการ เพิ่มรายได้ลดต้นทุน ด้านโบรกฯลดเป้าเหลือ 10.50 บ. มองปีนี้ขาดทุน 2.44 พันลบ.

*** ตั้งเป้ารักษา Cabin Factor ในไตรมาส 2-3 ที่ 80%

    นายสุเมธ ดำรงชัยธรรม กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.การบินไทย (THAI) เปิดเผยว่า ในช่วงไตรมาส 2-3 ปีนี้ บริษัทวางเป้าหมายจะรักษาอัตราส่วนการบรรทุกผู้โดยสาร (Cabin Factor)  อยู่ระดับ 80% ใกล้เคียงกับไตรมาสแรกที่ทำได้ 80.3% ซึ่งปัญหาสำคัญที่เป็นอุปสรรคคือการแข่งขันที่รุนแรงทั้งในและต่างประเทศ  และยังไม่มีการลงทุนใหม่ในไตรมาส 2 ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการปีนี้พลิกกลับมามีกำไร
    "เราคง Cabin Factor ให้ได้เท่ากับไตรมาสแรก เพื่อให้คุ้ม Fixed Cost  ส่วนธุรกิจส่งสินค้า (Cargo) เราจะเริ่มทยอยจัดการ เพราะเริ่มมีผลกระทบจากสงครามการค้าตั้งแต่ปลายปี 61 ที่ผ่านมา "นายสุเมธ กล่าว

*** เตรียมขายสินค้าผ่าน E-Commerce-เว็บไซต์-แอพมือถือ คาดทำกำไร 500 ลบ./ปี
    
    การบินไทยมีแผนที่จะเร่งเพิ่มรายได้ในธุรกิจเสริมที่ไม่ใช่ธุรกิจการบิน โดยประมาณเดือน ส.ค.-ก.ย. นี้ การบินไทยเตรียมจะรุกธุรกิจใหม่ คือ Marketplace โดยจะเปิดให้บริการขายสินค้าออนไลน์ ผ่านช่องทางแอพพลิเคชั่นบนมือถือและเวปไซต์ของการบินไทย ในรูปแบบคล้ายกับ amazon โดยจะขายสินค้าที่หลากหลายทุกประเภท ทั้งเครื่องใช้ไฟฟ้า และของใช้อื่นๆ  ซึ่งจะมีการจัดทำเป็นแคตตอลอคสินค้าให้เลือกซื้อ  ซึ่งปัจจุบันมีหลายการบินได้หันมาทำธุรกิจขายของออนไลน์ทำแล้วเช่นสายการบินลุฟฮันซ่า เป็นต้น
    ทั้งนี้ประชาชนทั่วไปทั้งไทยและต่างประเทศสามารถซื้อสินค้าออนไลน์ผ่านการบินไทยได้  โดยการบินไทยจะมีการทำโปรโมชั่นพิเศษให้กับลูกค้าของการบินไทยซึ่งปัจจุบันมีอยู่ราว 20ล้านคน เช่น อาจจะเปิดให้มีการนำคะแนนสะสมจากการการซื้อตั๋วการบินไทยผ่านบัตรเครดิตมาใช้ในการแลกซื้อสินค้าออนไลน์ของการบินไทยได้ด้วย ตั้งเป้าสิ้นปีนี้บริษัทจะมีกำไรจากการขายออนไลน์ประมาณ 500 ล้านบาท  เพราะธุรกิจดังกล่าวไม่มีต้นทุนในการดำเนินงาน
 
*** ไตรมาส 1/62 กำไรวูบ 83% รายได้หด-ค่าใช้จ่ายเพิ่ม

    ผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 1/62 มีกำไรสุทธิ 456 ล้านบาท มีรายได้รวมทั้งสิ้น 49,791 ล้านบาท ซึ่งรายได้รวมต่ำกว่าไตรมาสเดียวกันของปีก่อน 6.9% ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการแข็งค่าของเงินบาทเมื่อเทียบกับสกุลเงินที่เป็นรายได้หลัก การแข่งขันที่รุนแรง ประกอบกับมีปริมาณการขนส่งผู้โดยสารลดลง เนื่องจากปริมาณการผลิตลดลง ในขณะที่ค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้น 989 ล้านบาท หรือคิดเป็น 2.0% สาเหตุส่วนหนึ่งเกิดจากบริษัทฯ มีการปรับลดประมาณการมูลค่าคงเหลือของเครื่องบินและเครื่องยนต์อะไหล่ ทำให้ค่าเสื่อมราคาเพิ่มขึ้น ค่าเช่าเครื่องบิน และอะไหล่เพิ่มขึ้น
    ในปี 62 บริษัทฯ ได้มุ่งเน้นการสร้างรายได้เสริมภายใต้โครงการ “มนตรา” ซึ่งเป็นโครงการฟื้นฟูการบินไทยแบบเร่งด่วน ตลอดจนกลยุทธ์การดำเนินงานอื่นๆ ซึ่งส่วนหนึ่งได้เริ่มดำเนินการมาแล้วตั้งแต่ต้นปี โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือทำให้การบินไทยหลุดพ้นจากวงจรของกับดักปัญหา และสามารถมีผลประกอบการที่มั่นคงต่อไปในอนาคต โดยมีการดำเนินงานที่สำคัญ ได้แก่ บูรณาการด้านบริหารจัดการการบินไทยและไทยสมายล์ การบริหารจัดการด้านการขายและการตลาด หารายได้เสริม และเพิ่มรายได้ในธุรกิจที่ไม่เกี่ยวเนื่องกับการบิน
    ส่วนไตรมาสนี้มีค่าใช้จ่ายรวม 50,619 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 989 ล้านบาท หรือคิดเป็น 2.0% โดยมีค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เช่น ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายจากการเปลี่ยนประมาณการมูลค่าคงเหลือของเครื่องบินและเครื่องยนต์ ค่าเช่าเครื่องบินและอะไหล่เพิ่มจากการรับมอบเครื่องบินเช่าดำเนินงานในระหว่างปี 2561 จำนวน 3 ลำ และการเช่าเครื่องยนต์อะไหล่เพิ่มขึ้น
    บริษัทฯ มีค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นครั้งเดียวจากการรับรู้ผลขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์และเครื่องบิน จำนวน 213 ล้านบาท และกำไรจากการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนเงินลงทุนในบริษัท สายการบินนกแอร์จำกัด (มหาชน) จำนวน 273 ล้านบาท ขณะที่มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ 1,366 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการตีมูลค่าทางบัญชี ส่งผลให้บริษัทฯ และบริษัทย่อย มีกำไรสุทธิ 456 ล้านบาท ต่ำกว่าปีก่อน 2,281 ล้านบาท หรือคิดเป็น 83.3% โดยเป็นกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 445 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.20 บาท ลดลงจากปีก่อน 1.04 บาทต่อหุ้น หรือคิดเป็น 83.9%

*** มองอุตฯปีนี้โตต่ำกว่าปี 61 ผู้โดยสารหด ศก.ชะลอ-สงครามการค้ากระทบ

    การบินไทย ระบุว่า ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อผลการดำเนินงานในอนาคต อุตสาหกรรมการบินโลกในช่วง 9 เดือนที่เหลือของปี 62 ยังมีแนวโน้มเติบโต มีการคาดการณ์ว่า อัตราการเติบโตจะต่ำกว่าปี 61 ทั้งจากการขนส่งผู้โดยสารและการขนส่งสินค้า จากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอลงอย่างชัดเจน รายได้จากผู้โดยสารเฉลี่ยต่อหน่วยมีแนวโน้มลดลง นอกจากนี้ ผลกระทบจากสงครามการค้าที่ชัดเจนขึ้น จะส่งผลให้ปริมาณการส่งออกของไทยชะลอลงในปีนี้
    สำหรับราคาน้ำมันดิบคาดการณ์ว่าราคาจะปรับเพิ่มสูงขึ้นเล็กน้อยกอปรกับค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงส่งผลให้ราคาน้ำมันเฉลี่ยในรูปเงินบาททั้งปีมีแนวโน้มอยู่ในระดับใกล้เคียงกับปี 61 นอกจากนี้ ยังมีความท้าทายรอบด้านทั้งจากปัจจัยภายนอกและในประเทศ ที่จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย ได้แก่ สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีนที่อาจทวีความรุนแรงขึ้น ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และความไม่แน่นอนทางการเมืองในภูมิภาคสำคัญ เช่น Brexit สถานการณ์ในอิตาลี และการคว่ำบาตรอิหร่านของสหรัฐฯ เป็นต้น ประกอบกับความไม่แน่นอนของกระบวนการและผลของการเลือกตั้งของประเทศที่จะมีนัยสำคัญต่อความเชื่อมั่นของทั้งผู้บริโภคและนักลงทุน ตลอดจนการกำหนดนโยบายเศรษฐกิจของประเทศในระยะข้างหน้า
    แนวโน้มอุตสาหกรรมการบินของไทยในปีนี้ มีแนวโน้มขยายตัวแต่ชะลอลงจากปี 61 โดยคาดว่าการแข่งขันในปีนี้จะมีความรุนแรงเพิ่มขึ้น เนื่องจากประเทศสามารถปลดธงแดงได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว สายการบินของไทยจึงสามารถขยายเส้นทางบินได้กว้างขวางขึ้นและเพิ่มจำนวนเที่ยวบินได้มากขึ้น นอกจากนี้ ความคืบหน้าการแก้ปัญหามาตรฐานการบินพลเรือนของสำนักงานบริหารการบินแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (FAA) เพื่อยกระดับการบินพลเรือนของไทยจาก Category 2 กลับขึ้นเป็น Category 1 นั้น ขณะนี้ FAA ได้เข้ามาสอบทานการประเมินความพร้อมของไทยเมื่อวันที่ 11-15 กุมภาพันธ์ โดยสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยจะดำเนินการปรับปรุงแก้ไขทั้ง 26 ประเด็นให้สมบูรณ์ก่อนจะยื่นขอรับการตรวจอย่างเป็นทางการเพื่อนำประเทศกลับเข้าสู่ Category 1 ในอนาคตอันใกล้

*** มุ่งเน้นโครงการมนตรา เพื่อยุติผลขาดทุน-เพิ่มความแข็งแกร่งด้านการเงิน    

    ในปี 62 บริษัทฯ ยังคงดำเนินการตามแผนฟื้นฟูธุรกิจปี 61-62 ต่อเนื่องจากปีก่อนโดยมุ่งเน้นการสร้างรายได้จากธุรกิจเสริมมากขึ้นภายใต้โครงการ “มนตรา” ซึ่งเป็นโครงการฟื้นฟูการบินไทยแบบเร่งด่วน โดยมีแผนการดำเนินการที่สำคัญดังนี้
    ดำเนินการขายเครื่องบินที่ปลดระวาง โดยคณะกรรมการบริษัทฯ ได้อนุมัติการขายเครื่องบินแล้ว 1 ลำ ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการตามขั้นตอนของกระบวนการขายเครื่องบิน
    การหารายได้เพิ่มโดยมุ่งเน้น การเพิ่มรายได้ในธุรกิจที่ไม่เกี่ยวเนื่องกับการบิน เช่น การเพิ่มรายได้ของฝ่ายครัวการบิน และการขายสินค้าออนไลน์โดยร่วมมือกับพันธมิตรทางการค้าที"อยู่ในระบบตลาดสินค้าออนไลน์ และส่งเสริมการขายผ่าน Digital Marketing เป็นต้น
    การขายหุ้นในบริษัทร่วม และบริษัทย่อยที่ไม่สนับสนุนการดำเนินงานของธุรกิจหลัก
    การจัดการที่ดิน อาคารสำนักงานที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ โดยดำเนินการขายอสังหาริมทรัพย์ที่หมดความจำเป็นในการใช้งานรวม 9 แห่ง ประกอบด้วย อสังหาริมทรัพย์ในประเทศ 2 แห่ง และในต่างประเทศ 7 แห่ง ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัทฯ ในการประชุมเมื่อวันที่ 22 เม.ย.62 ได้อนุมัติการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ปีนัง ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการตามขั้นตอนการขาย

*** บล.โนมูระ พัฒนสิน ลดเป้าเหลือ 10.50 บ.
     
    บล.โนมูระ พัฒนสิน คาด Q2/62 พลิกขาดทุนหนัก -3,240 ล้านบาท ตามฤดูกาลและยังคงถูกฉุดจากการแข่งขันรุนแรง เราปรับลดผลประกอบการปี 62 เป็นขาดทุนสุทธิ -2,445 ลบ. (เดิมคาดกำไร 1,026 ลบ.) และปรับลดราคาเป้าหมายลง -17% เป็น 10.50 บาท เรามองว่าสถานการณ์ธุรกิจการบินที่ยังแข่งขันรุนแรงเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อ THAI ที่มีต้นทุนคงที่สูง เปลี่ยนคำแนะนำเป็น REDUCE (เดิม NEUTRAL)

 


เรียบเรียง  ประน้อม บุญร่วม 
                อีเมล์. reporter@efinancethai.com






ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด