ข่าวหุ้นล่าสุด

ข่าวด่วน


 
ข่าวนี้ที่ 1 : NSL ลงสนามเทรดวันแรก กูรูเคาะเป้า 14.10 บาท 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -19 พ.ค. 64 7:25: น.

 

  “เอ็นเอสแอล ฟู้ดส์(NSL)” พร้อมเข้าเทรดวันแรก( 19 พ.ค.) คาดนักลงทุนตอบรับดี ผู้บริหารตั้งเป้ารายได้แตะ 6 พันลบ. ภายใน 5 ปี ล่าสุดโชว์งบ Q1/64 กำไรโต 75% เหตุมาร์จิ้นสูงขึ้น ด้านโบรกฯมองพื้นฐานแข็งแกร่ง แนวโน้มกำไรเติบโตเฉลี่ย 27% ต่อปี ให้ราคาเป้าเหมาะสมที่ 14.10 บาท 

 

***ตลท.รับ “เอ็นเอสแอล ฟู้ดส์(NSL)” เข้าเทรดวันแรก
       นายแมนพงศ์ เสนาณรงค์ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานผู้ออกหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯรับหลักทรัพย์ บริษัท เอ็นเอสแอล ฟู้ดส์ จำกัด (มหาชน) เข้าจดทะเบียนและเริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ ในกลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร หมวดอาหารและเครื่องดื่ม โดยใช้ชื่อย่อในการซื้อขายหลักทรัพย์ว่า “NSL” ในวันที่ 19 พ.ค.นี้

      NSL ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายอาหารสำเร็จรูป เช่น แซนด์วิชอบร้อน เบเกอรี่ ขนมขบเคี้ยว วางจำหน่ายตามร้าน 7-11 และ เป็นผู้นำเข้าและจำหน่ายเนื้อสัตว์ ผักแช่แข็ง โดยแบ่งธุรกิจได้ 4 ประเภท ได้แก่ 1) เบเกอรี่แบรนด์ของ 7-11 ที่ NSL ผลิตให้ 2) แบรนด์ขนมขบเคี้ยวที่ NSL พัฒนาเอง 3) ธุรกิจ Food Service นำเข้าและแปรรูปเนื้อสัตว์ อาหารทะเล ผักแช่แข็ง พร้อมนำไปประกอบอาหาร และ 4) รับจ้างผลิตเบเกอรี่ หรือ OEM

 

*** ตั้งเป้ารายได้ปีนี้ไม่ต่ำกว่า 3.5 พันล้านบาท

       นายสมชาย อัศวปิยานนท์ กรรมการผู้อำนวยการ NSL กล่าวว่า บริษัทฯ มีการวางทิศทางธุรกิจให้เติบโตอย่างมั่นคง โดยในปีนี้จะมีการขยายการลงทุนในธุรกิจสแน็คภายใต้แบรนด์ NSL และ กลุ่มธุรกิจฟู้ด เซอร์วิส ซึ่งมีแนวโน้มเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง บริษัทฯ เชื่อมั่นว่า หลังการระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ จะทำให้สถานะทางการเงินของบริษัทฯ มีความเข้มแข็งมากขึ้น พร้อมตั้งเป้ารายได้ปี 64 ไม่ต่ำกว่า 3,500 ล้านบาท เติบโตไม่ต่ำกว่า 16% และ ตั้งเป้ายอดขาย 6,000 ล้านบาทในอีก 5 ปีข้างหน้า 

       NSL มีทุนจดทะเบียน 300 ล้านบาท มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท ประกอบด้วย หุ้นสามัญเดิม 225 ล้านหุ้น และหุ้นสามัญเพิ่มทุน 75 ล้านหุ้น เสนอขายต่อบุคคลทั่วไป 53 ล้านหุ้น ผู้ลงทุนสถาบัน 7 ล้านหุ้น ผู้มีอุปการะคุณของบริษัท 10 ล้านหุ้น และ พนักงานบริษัทฯ 5 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 12 บาท คิดเป็นมูลค่าระดมทุน 900 ล้านบาท และ มีมูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคา IPO 3,600 ล้านบาท 

      บริษัทฯ มีแผนนำเงินที่ได้จากการระดมทุนมาเพิ่มขีดความสามารถของบริษัทฯ โดยบริษัทจะลงทุนในเครื่องจักรและก่อสร้างอาคารโรงงานแห่งใหม่ ซึ่งจะเน้นการผลิต 3 ผลิตภัณฑ์ใหม่ ได้แก่ อาหารแช่แข็งพร้อมรับประทาน อาหารพร้อมรับประทานแบบไม่ต้องแช่เย็น และ อาหารแห้งกึ่งสำเร็จรูป โดยมุ่งเน้นตลาดในประเทศเป็นหลักและขยายสู่ตลาดทั่วโลกต่อไป นอกจากนี้ เงินที่ได้จากการระดมทุนยังจะช่วยปรับโครงสร้างทางการเงินจากการชำระคืนหนี้สถาบันการเงิน และ เป็นเงินทุนหมุนเวียน

 

*** โชว์กำไร Q1/64 ที่ 56.1 ลบ. โต 75% 

       NSL รายงานผลประกอบการไตรมาสแรกปี 64 ทำรายได้รวม 763.8 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า 5.7% โดยบริษัทฯ มีกำไรสุทธิของไตรมาสที่ 1 ปี 64 อยู่ที่ 56.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 75.0% จากงวดเดียวกันของปีก่อนหน้า คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นเป็น 7.3% เมื่อเทียบกับ 4.0% ของงวดเดียวกันในปีก่อนหน้า โดยสาเหตุสำคัญมาจากการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพของบริษัทฯ ผ่านกลยุทธ์ที่ยั่งยืนท่ามกลางวิกฤต 

 

***โบรกฯ ให้ราคาเหมาะสม 14.10 บาท คาดกำไรโตเฉลี่ย 27%

       บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซียพลัส มองว่า แนวโนมกำไรปกติปี 64 ของ NSL เท่ากับ 201 ล้านบาท เติบโต 33% yoy หนุนด้วยแนวโน้มยอดขายเพิ่ม 11.2% yoy แรงผลักดันจากยอดขายช่องทาง 7-11 และ ธุรกิจ Food services หลัง COVID-19 ในไทยคลี่คลาย รวมถึงคาด Gross Margin เร่งตัวมาที่ 17% จาก 16% ในปี 63 สะท้อนพัฒนาการต่อเนื่องของ Gross Margin ที่ไต่ระดับขึ้นจาก 14.9% ในงวดไตรมาส 1/63 มาอยู่ 17.4% ในงวดไตรมาส 4/63 ส่วนปี 65 ประเมินกำไร 244 ล้านบาท (+21% yoy) โดยรวมกำไรปี 64 – 65 ขยายตัวเฉลี่ย 27% yoy

        อย่างไรก็ตาม ภายใต้ประมาณการ EPS (Fully Diluted) ปี 64 ที่ 0.67 บาท (รวมหุ้น IPO ใหม่ 75 ล้านหุ้น) ในการประเมินมูลค่าหุ้น ภายใต้วิธี PER เนื่องจากไม่มีธุรกิจที่เหมือนกับ NSL อย่างสมบูรณ์แบบ จึงกำหนด PER ใกล้เคียงค่าเฉลี่ย SETFOOD ย้อนหลังราว 6 ปี (1 ม.ค. 58 – 26 มี.ค. 64) ที่ 21 เท่า ถือว่าไม่แพงเมื่อเทียบ TACC ที่มีโครงสร้างรายได้เครื่องดื่มจาก 7-11 เป็นหลักมีค่าเฉลี่ย PER ย้อนหลัง 4 ปี (30 ธ.ค. 59 – 26 มี.ค. 64) ที่ 27 เท่า นอกจากนี้ ทั้ง SET Index และ SETFOOD ปัจจุบันมี PER ซื้อขายสูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตจึงมอง PER ที่ 21 เท่า อยู่ในจุดที่เหมาะสม และ ให้ FV ปี 64 ที่ 14.10 บาท 


เรียบเรียง  ประน้อม บุญร่วม 
                อีเมล์. reporter@efinancethai.com






ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด