ข่าวหุ้นล่าสุด

นายกฯ ประกาศใช้พรก.ฉุกเฉินทั่วราชอาณาจักร ลั่นพาประเทศพ้นวิกฤตโควิด-19

 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -25 มี.ค. 63 16:20 น.

   นายกฯ แถลงผ่านทรท. แจงเหตุพ.ร.ก.ฉุกเฉิน คุมโควิด-19 หลังสถานการณ์ในไทยเสี่ยงแย่ลง ย้ำจะใช้กฎหมายเข้มข้นขึ้น - ปชช.จะได้ข้อมูลที่โปร่งใสจากแหล่งเดียวทุกวัน พร้อมย้ำไม่มีคำสั่งปิดขายสินค้าจำเป็น ลั่นจะพาประเทศพ้นวิกฤต    

   พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม แถลงการณ์ผ่านสถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย (ทรท.) เพื่อชี้แจงรายละเอียดและข้อปฏิบัติของประชาชนในการประกาศใช้พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน 2548 เบื้องต้น นายกฯ ประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ทั่วราชอาณาจักร ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม 2563 - 30 เมษายน 2563 โดยมีเนื้อหาดังนี้

   พี่น้องประชาชนครับช่วงเวลาหลายสัปดาห์และหลายเดือนข้างหน้าต่อจากนี้ไป เราอาจจะต้องเผชิญกับช่วงเวลาที่เลวร้ายและมีช่วงเวลาที่ยากลำบากของประเทศไทย อันเป็นที่รักยิ่งของพวกเรา ช่วงเวลานี้จะเป็นบททดสอบที่เราทุกคนไม่เคยเผชิญมาก่อน จนถึงวันนี้เราต้องยอมรับความจริง ว่า ประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ของภาวะวิกฤตจากไวรัสโควิด-19 และสถานการณ์อาจจะยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นและเลวร้ายยิ่งขึ้นกว่านี้ อีกหลายเท่า ซึ่งจะต้องส่งผลกระทบต่อสุขภาพกาย สุขภาพใจ รวมทั้งรายได้และการใช้ชีวิตของคนไทยทุกคน

   ด้วยเหตุนี้ ผมในฐานะนายกรัฐมนตรี จึงจำเป็นต้องดำเนินมาตรการต่างๆ ด้วยความเข้มข้นมากยิ่งขึ้น เพื่อให้เราสามารถหยุดการแพร่ระบาดพร้อมกับลดผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชนทุกคน ให้ได้ ผมจะเข้ามาบัญชาการการจัดการกับไวรัสโควิด-19 ในทุกมิติอย่างเต็มตัว ทั้งด้านการป้องกันการระบาด การรักษาพยาบาล ไปจนถึงการเยียวยาและฟื้นฟูประเทศ จากผลกระทบของโควิด-19 ผมจะเป็นผู้นำในภารกิจนี้และรายงานตรงต่อประชาชนชาวไทยทุกคน โดยจะประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทั่วราชอาณาจักร โดยอาศัยอำนาจตามพระราชกำหนด การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อควบคุมสถานการณ์การระบาดของโรคติดต่ออันตรายร้ายแรง ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม 2563 เป็นต้นไป

   ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบแล้ว และจะยกระดับศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่ได้ตั้งไว้แล้วให้เป็นหน่วยงานพิเศษ ตามมาตรา 7 แห่งพระราชกำหนด เพื่อบูรณาการทุกส่วนราชการและสั่งการทุกส่วนราชการ ได้อย่างมีเอกภาพ รวดเร็ว เนื่องจากสถานการณ์วิกฤติเช่นนี้ เราจำเป็นต้องรวมศูนย์สั่งการไว้ที่เดียวเพื่อกำหนดแนวทางที่ชัดเจนและขจัดปัญหาการทำงานแบบต่างคนต่างทำของหน่วยงานต่างๆ โดยมีผมเป็นประธานจะกำหนดให้ 

   การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจ รวมทั้งมีทีมงานจากทุกภาคส่วนจะเป็นคณะที่ปรึกษา มีการประชุมร่วมกันทุกวัน ทั้งนี้ก็เพื่อให้ทุกฝ่ายได้รับทราบข้อมูลสถานการณ์เป็นภาพเดียวกัน

   เมื่อผมแจกจ่ายงานไปแล้ว ทุกฝ่ายจะรับทราบแผนงานทั้งหมดไปพร้อมกัน สามารถทำงานสอดประสานไปในทิศทางเดียวกันได้ ซึ่งผู้ที่จะรายงานต่อประชาชนจะต้องเป็นผม หรือผู้ที่ผมมอบหมายเท่านั้น

   สำหรับข้อกำหนดต่างๆ เช่น การห้ามเข้าพื้นที่เสี่ยง การปิดสถานที่เสี่ยง ซึ่งมีการปิดไปบ้างแล้ว การปิดช่องทางเข้าประเทศ การเสนอข้อพึงปฏิบัติสำหรับผู้สูงวัย คนป่วย และเด็กการ ห้ามขึ้นค้า การขึ้นราคาสินค้าโดยไม่มีเหตุผล การห้ามเสนอข่าวบิดเบือนจะมีการประกาศตามมา หลังจากที่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินแล้ว

   ผมขอยืนยันว่าภายใต้พระราชกำหนดฉบับนี้ จะไม่มีการปิดร้านค้าจำหน่ายสิ่งของ ที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต ข้อกำหนดเหล่านี้อาจจะสร้างความไม่สะดวกให้แก่พี่น้องประชาชนอยู่บ้าง แต่ก็ขอให้ทุกท่านได้ร่วมมือ และเสียสละส่วนรวมงานหลักๆที่เราจะต้องให้ความสำคัญมากที่สุด และดำเนินการควบคู่กันไปก็คือ งานป้องกันการระบาด ด้วยการควบคุมพื้นที่ทุกพื้นที่และใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย เช่น Application กำหนดโลเคชั่น มาช่วยในการสังเกตอาการ ฟื้นฟูประเทศจากผลกระทบของเชื้อไวรัสโควิด-19

   นอกจากนี้ผมจะปรับปรุงให้การสื่อสารเกี่ยวกับสถานการณ์โควิด-19 กับประชาชนให้มีความถูกต้องชัดเจนและครบถ้วน แต่ผมได้สั่งการให้มีการแถลงข่าวเกี่ยวกับสถานการณ์และมาตรการต่างๆ รวมถึงคำแนะนำต่อประชาชนเพียงวันละ 1 ครั้ง เพื่อลดความซ้ำซ้อน ลดการบิดเบือนข้อมูล และลดการสร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน ผมขอยืนยันว่าประชาชนจะได้รับข้อมูลที่เป็นทางการ ตรงไปตรงมา โปร่งใสและชัดเจน จากเพียงแหล่งเดียวเป็นประจำทุกวัน

   นอกจากนี้ขอความร่วมมือจากสื่อมวลชน ได้เพิ่มความรับผิดชอบในการรายงานข่าว ขอให้ใช้ข้อมูลจากการแถลงประจำวัน ของทีมสื่อสารเฉพาะกิจ ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเป็นหลัก แทนการขอสัมภาษณ์เจ้าหน้าที่ และบุคลากรทางการแพทย์ต่างๆ เพื่อให้ท่านเหล่านั้นสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มที่ ผมเชื่อว่า หากทำได้เช่นนี้สื่อมวลชนจะเป็นกำลังสำคัญในการต่อสู้กับภัยโควิด-19 ครั้งนี้

   สำหรับผู้ใช้โซเชียลมีเดียทุกท่าน พวกเราคือทีมเดียวกัน ทุกท่านสามารถร่วมแชร์ข้อมูลที่ถูกต้อง จากการแถลงประจำวัน ช่วยกันรายงานและต่อต้านการแชร์ข่าวปลอมและใช้ความคิดสร้างสรรค์ของท่าน เพื่อจะช่วยให้ประชาชนทุกเพศทุกวัยได้รับรู้และเข้าใจข้อมูลได้ง่ายและกว้างขวางยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ผมขอเตือนกลุ่มคนที่จะฉวยโอกาส หาผลประโยชน์บนความทุกข์ร้อนความเป็นความตายของประชาชน ให้รู้ไว้ว่าอย่าคิดว่าจะหลุดพ้นไปได้ ผมจะทำทุกอย่างที่จะใช้กฎหมายจัดการกับคนเหล่านี้อย่างรวดเร็วเด็ดขาดและไม่ปราณี

   การใช้กฎหมายและข้อกำหนดต่างๆที่เกี่ยวกับการควบคุมโรคเข้มข้นขึ้นมาก ทั่วประเทศทางการเอาผิดผู้ที่ละเมิดกฎหมายและการเอาผิดข้าราชการและเจ้าพนักงานที่ละเลยต่อการปฏิบัติหน้าที่ อย่างไรก็ตาม ภาครัฐอย่างเดียว ไม่สามารถจะฝ่าวิกฤตไปได้เพียงลำพัง ถ้าเราไม่จับมือและดึงภาคส่วนอื่นๆเข้ามาเป็นทีมเดียวกัน กับภาครัฐ ประเทศไทยโชคดีที่มีคนเก่งมากมายอยู่ในภาคเอกชนและภาคประชาสังคม ที่พร้อมจะช่วยรัฐบาลแก้ไขปัญหา

   ภายใน 1 สัปดาห์ผมจะกระจายทีมงานไปทำความเข้าใจกับปัญหาและความต้องการของทุกกลุ่มรวมทั้งรับทราบสภาพของแต่ละกลุ่ม ในการที่จะเข้ามาร่วมมือกันแก้ปัญหา ผมจะดึงคนเก่งเหล่านี้ มาร่วมกันทำงาน ต่อจากนี้ไปมาตรการต่างๆ ที่รัฐจะออกมาเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อร้ายนี้จะมีความเข้มข้นมากยิ่งขึ้น อาจจะส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันของทุกคน ผมขอความร่วมมือและขอให้มีความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคม รวมทั้งปฏิบัติตามนโยบายป้องกันโรคระบาดนี้อย่างเคร่งครัด บางคนอาจจะรู้สึกว่าเสียสิทธิเสรีภาพแต่ก็เป็นการทำเพื่อปกป้องชีวิตของท่านเอง ของครอบครัวท่านและของคนไทยทุกคน หากเราเข้าใจเข้มงวดและจริงจังในเวลาไม่นาน ผมก็มั่นใจว่าพวกเราจะสามารถก้าวพ้นสถานการณ์อันเลวร้ายนี้ไปได้

   ช่วงเวลานี้อาจเป็นช่วงเวลาที่สร้างความเจ็บปวดและท้าทายความรัก ความสามัคคี ของพวกเราทุกคน และช่วงเวลานี้ก็จะเป็นช่วงเวลาที่จะดึงสิ่งที่ดีที่สุดในตัวของพวกเราคนไทยทุกคนออกมา นั่นก็คือ ความกล้าหาญ ความรัก ที่มีต่อพี่น้องร่วมชาติ ความเสียสละ เพื่อช่วยเหลือผู้อื่นรวมถึง ความเอื้ออาทรต่อกันและกัน ซึ่งจะนำพาให้เราก้าวผ่านช่วงเวลาที่ท้าทายนี้ไปได้ด้วยความสามัคคี ความช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ความมีน้ำใจของคนไทย ซึ่งหาไม่ได้จากชาติใดในโลก ไวรัสโควิด-19 ที่น่ากลัวและอันตราย ได้สร้างความเสียหายไปทั่วโลกก็จริง แต่สิ่งหนึ่งที่โควิด-19 ไม่สามารถทำร้ายได้ คือความดีงามในใจและความสามัคคีของคนไทยจะกลับมาเปล่งประกายไปทั่วผืนแผ่นดินไทยอีกครั้ง

   ผมในฐานะนายกรัฐมนตรี ขอให้คำมั่นสัญญากับทุกคนว่า ผมจะเดินหน้าสุดความสามารถนำพาประเทศไทยให้ผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปให้ได้ ด้วยความปลอดภัยและสวัสดิภาพของประชาชนคนไทยทุกคน อันเป็นสิ่งสำคัญเหนืออื่นใด ผมขอให้ทุกคนเชื่อมั่นและร่วมมือกัน ฝ่าฟันวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกัน ประเทศไทยที่รักของเราทุกคนจะต้องกลับมาแข็งแรงอีกครั้ง เราจะสู้ไปด้วยกันและเราจะชนะไปด้วยกันขอบคุณครับ


ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร

 โดยที่มีการระบาตของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19 ซึ่งเป็นโรคที่ติดต่อได้ง่ายและเป็นอันตายอย่างมากต่อชีวิตของผู้ได้รับเชื้อ ประกอบกับในขณะนี้ยังไม่มีวัคซีนป้องกันโรค ทั้งยังไม่มียารักษาโรคโตยตรง จึงมีผู้ติตเชื้อและเสียชีวิตจากโรคดังกล่าวเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากทั่วโลก จนองค์การอนามัยโลกต้องประกาศให้การระบาดของโรคติตเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เป็นการระบาดใหญ่ และขอให้ประเทศในกลุ่มอาเซียนบังคับไช้มาตรการที่เข้มงวดเด็ดขาดยิ่งขึ้น

 การระบาดของโรคดังกล่าวจึงเป็นสถานการณ์อันกระทบต่อความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยของประชาชนซึ่งต้องใช้มาตรการเข้มงวดและเร่งด่วนเพื่อควบคุมมิให้โรคแพร่ระบาตออกไปในวงกว้าง ประกอบกับมีการกักตุนสินค้าจำเป็นต่อการฝ้าระวังและควบคุมติดตามการระบาต การป้องกัน และการรักษาโรค ตลอดจนการกักตุนเครื่องอุปโภคบริโภคและสิ่งจำเป็นต่อการดำรงชีวิตประจำวันของประชาชน ซึ่งต้องป้องกันมิให้เกิดภาวะขาดแคลนอันจะเป็นการซ้ำเติมความเดือดร้อนของประชาชน กรณีจึงจำเป็นต้องใช้มาตรการเร่งด่วนเพื่อรักษาไว้ซึ่งความปลอดภัยของประชาชน และการดำรงชีวิตโดยปกติสุขของประชาชน

 อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 5 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 นายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี จึงให้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร สำหรับประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้ยังคงมีผลบังคับใช้ต่อไปควบคู่กัน
 
 ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม พ.ศ.2563 จนถึงวันที่ 30 เมษายน พ.ศ.2563

แถลงการณ์สำนักนายกรัฐมนตรี
เรื่อง การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินตามพระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548

 สำนักนายกรัฐมนตรี ได้ออกแถลงการณ์ เรื่องการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ปี 2548 โดยมีใจความว่า ตามที่นายกรัฐมนตรีด้วยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีในกาประชุมเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2563 และตามคำแนะนำของผู้บริหารและนักวิชาการด้านการแพทย์และสาธารณสุขได้อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 5 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินพ.ศ.2548 ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม 2563 จนถึงวันที่ 30 เมษายน 2563 นั้น

 การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินดังกล่าวเป็นไปตามกฎหมายที่มีอยู่แล้วตั้งแต่ พ.ศ.2548 อันเนื่องจากขณะนี้ได้เกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ซึ่งเป็นโรคระบาดใหญ่เพิ่งเกิดขึ้นใหม่แต่แพร่ไปทั่วโลกอย่างรวดเร็วและประเทศไทยได้รับผลกระทบเช่นกัน

 ในขณะนี้ยังไม่มีวัคซีนป้องกันและยารักษาที่ได้ผล รัฐบายได้ใช้มาตรการป้องกัน สกัดกั้น ชะลอและสร้างความรับรู้ความเข้าใจแก่ประชาชนมาเป็นลำดับและประเมินสถานการณ์เป็นรายวัน ตามความคืบหน้าของสถานการณ์ ข้อมูลข่าวสาร และคำแนะนำทางการแพทย์ของบรรดาผู้เชี่ยวชาญทั้งหลาย โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อประชาชนด้านสังคมความเป็นอยู่ เศรษฐกิจการครองชีพ ทรัพยากรของรัฐด้านการสาธาณสุขและป้องกันการตื่นตระหนกเกินกว่าเหตุ

 บัดนี้ทุกฝ่ายเห็นว่า สถานการณ์ควรยกระดับขึ้นสู่การบังคับใช้มาตรการขั้นสูงสุดได้แล้ว เพื่อว่ารัฐจะสามารถนำมาตรการอื่นๆมาบังคับใช้เพิ่มขึ้นจากเดิม ส่วนจะเลือกใช้มาตรการใดก่อนหนังจะมีการออกประกาศและข้อกำหนดแจ้งให้ทราบต่อไป แต่ในเบื้องต้นจำเป็นต้องประกาศสถานการ์ฉุกเฉินเสียก่อน ซึ่งประกาศแล้วในวันนี้

 ผลจากการประกาศดังกล่าว คือ รัฐบาลจะมีช่องทางตามกฎหมายเข้าควบคุม หรือบริหารสถานการณ์ได้ เช่น จะมีการโอนอำนาจบางประการของรัฐมนตรี ตามกฎหมายบางฉบับมาเป็นของนายกรัฐมนตรีเท่าที่จำเป็นและเป็นการชั่วคราว เพื่อความรวดเร็ว และบูรณาการ จะมีการออกข้อกำหนด คือ ข้อห้าม หรือ ข้อปฏิบัติ อย่างเช่น ห้ามเข้าออกสถานที่บางแห่ง ห้ามหรือจำกัดการเข้าออกราชอาณาจักร และการเคลื่อนย้ายประชาชนจำนวนมากข้ามเขต พื้นที่ การควบคุมการใช้ยานพาหนะ เส้นทางจราจร การควบคุมสินค้า และเวชภัณฑ์

 มาตรการเหล่านี้แม้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน และแม้ว่าสถานการณ์จากตัวเลขจำนวนผู้ได้รับเชื้อและการเสียชีวิตในประเทศจนถึงปัจจุบัน จะยังไม่สูงมากนักเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ แต่หากยังคงมีการเคลื่อนย้าย หรือ เดินทาง การรวมกลุ่มคนจำนสวนมาก เพื่อทำกิจกรรมร่วมกัน การติดต่อ สัมผัสหรือใกล้ชิด และการขาดความรู้ความเข้าใจความรับผิดชอบ

 ตลอดจนการไม่ปฏิบัติตนให้ถูกต้องตามมาตรการป้องกันโรคตามหลักสากลประกอบกับกำลังจะเข้าสู่ช่วงเทศกาล และการเปลี่ยนฤดูกสลตามธรรมชาติ เชื้อโรคโควิด-19 ย่อมมีโอกาสแพร่ไปได้เร็วและเพิ่มจำนวนผู้ติดเชื้อมากขึ้น จนเป็นอัตราอย่างยิ่ง เพราะจะกระทบต่อประสิทธิภาพในการให้บริการทางการแพทย์และกระทบต่อการใช้ทรัพยากรด้านการสาธารณสุขของประเทศ เช่น แพทย์ พยาบาล โรงพยาบาล ยา และเวชภัณฑ์ต่างๆ จนอาจขาดแคลนเข้าวันหนึ่ง อันจะนำมาซึ่งความสูญเสียรุนแรงสุดจะประมาณได้ดังที่ปรากฎในบางประเทศในขณะนี้

 รัฐบาลจึงจำเป็นต้องประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเสียแต่บัดนี้ เพื่อความไม่ประมาทอาจจะเป็นการสรางความมั่นใจแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฎิบัติและคลายความวิตกกังวลของประชาชน การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเป็นความจำเป็นเร่งด่วนเฉพาะช่วงเวลานี้ โดยรัฐบาลจะพิจารณาเลือกใช้เฉพาะมาตราการเท่าที่จำเป็นตามคำแนะนำทางการแพท์และสาธารณสุขเพื่อป้องกัน และระงับยับยั้งการแพร่ระบาดของโรค โดยถือว่าการดูแลสุขภาพอนามัยและชีวิตของประชาชน การจัดสรรทรัพยากรเวชภัณฑ์ และการให้บริการทางการแพทย์ให้ทั่วถึงเพียงพอแก่ประชาชน มีความสำคัญเร่งด่วนเป็นลำดับแรก ซึ่งแน่นอนว่าความสะดวกสบายของประชาชนในขณะนี้ย่อมลดน้อยลงไปกว่าเดิม เพราะทุกคนต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรม แต่ประชาชนยังสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติโดยไม่เกินภาวะขาดแคลน ส่วนมาตราการช่วยเหลือเยียวยาผู้เดือดร้อนจะได้ทยอยดำเนินการ

 ต่อไปในยามนี้เรากำลังต่อสู้กับมหันตภัยที่มองไม่เห็น คือเชื้อโรคและอาจะจู่โจมมาถึงเราทุกคนในพื้นที่ได้ทุกเมื่อ จึงจำเป็นต้องควบคุมสถานการณ์และบังคับใช้มาตรการขั้นสูงสุดเพื่อความอยู่รอดร่วมกัน ซึ่งจะเป็นเช่นนี้ไประยะหนึ่งตามที่กฎหมายให้อำนาจรัฐบาลประกาศได้เป็นคราวๆไป คราวละไม่เกินสามเดือน แต่อาจะประกาศขยายเวลาต่อได้อีกตามความจำเป็นแห่งสถานการณ์ อันที่จริงการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินได้กระทำมาหลายปีแล้ว ในขณะนี้ในบางพื้นที่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่อาศัยเหตุแห่งการประกาศใช้แตกต่างไปจากครั้งนี้

 รัฐบาลขอให้ประชาชนวางใจในระบบสาธารณสุขของประเทศ และโปรดดูแลรักษาสุขภาพตนเองเพราะความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐโดยแท้ ขณะดียวกันดปรดให้ความร่วมมือกับทางการในการปฎิบัติตามาตรการและคำแนะนำทางกรแพทย์อย่างเคร่งครัดตลอดจนการรับรู้ข้อมูลข่าวสารที่เผยแพร่ทางช่องทางที่เป็นทางการ เช่น วิทยุ โทรทัศน์ สื่อสิ่งพิมพ์ที่ระบแหล่งข่างอ้างอิงเชื่อถือได้ มิใช่ข่าวลือหรือข่าวที่ไม่ปรากฎแหล่งที่มา หากมีข้อสงสัยสอบถามได้ที่กระทรวงสาธารณสุข หรือศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดต่อไวสรัสโคโรนา 2019 หมายเลขโทรศัพท์ 1111

 ขณะนี้การอยู่กับบ้นตามคำกล่าวที่ว่า "อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ" การไม่รวมกลุ่มกับผู้คนจำนวนมาก การใช้มาตรากรป้องกันโรคเพื่อตนเอง และแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม เช่นการใช้หน้ากากอนามัย เจลล้างมือ การหมั่นล้างมือ การไม่สัมผัสหรือรับเชื้อที่มากับฝอยละอองน้ำลาย การเว้นระยะสัมผัสห่างจากผู้อื่น การไปพบแพทย์ในกรณีต้องสงสัย เป็นที่ยอมรับทั่วโลกสามารถลดความเสี่ยงได้ดีที่สุดที่เราจะป้องกันตนเอง คนที่ท่านนัก และประเทศชาติ เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง รัฐบาลจะได้แถลงให้ทราบเป็นระยะๆในโอกาสต่อไป

 สำนักนายกรัฐมนตรี
 25 มีนาคม 2563

 

 




รายงาน    ภัทราภรณ์ เกียรตินันท์ 
เรียบเรียง  สุรเมธี มณีสุโข 
                อีเมล์. suramatee@efnancethai.com

อนุมัติ     พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน 






ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด