ข่าวหุ้นล่าสุด

กนง.คาดจีดีพีปี 65 โต 3.4% พร้อมจับตาโควิดสายพันธุ์โอไมครอน

 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -5 ม.ค. 65 9:52: น.

 

  ธปท.เผยรายงานประชุม กนง. คาดเศรษฐกิจไทยปี 64 โต 0.9% ขณะที่ปี 65 คาดขยายตัว 3.4% มองการใช้จ่ายในประเทศ-ท่องเที่ยวหนุน ชี้ในระยะข้างหน้าเศรษฐกิจไทยยังเปราะบางและมีความไม่แน่นอนสูง พร้อมติดตามการระบาดสายพันธุ์โอไมครอน

  รายงานข่าวจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยรายงานประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (ฉบับย่อ) ครั้งที่ 8/64 ว่า เศรษฐกิจไทยในปี 64 มีแนวโน้มขยายตัวที่ 0.9% ขณะที่ปี 65 คาดว่าจะขยายตัวได้ 3.4% และเพิ่มเป็น 4.7% ในปี 66 จากการฟื้นตัวของการใช้จ่ายในประเทศและนักท่องเที่ยวต่างชาติที่คาดว่าจะทยอยกลับมามากขึ้น

  รวมถึงการฟื้นตัวในหลายสาขาธุรกิจมีแนวโน้มปรับดีขึ้นสอดคล้องกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจ แต่การจ้างงานและรายได้แรงงานยังอยู่ต่ำกว่าช่วงก่อนการระบาด สำหรับแรงสนับสนุนจากการใช้จ่ายภาครัฐคาดว่าจะแผ่วลงหลังจากที่เร่งไปในช่วงก่อนหน้า ด้านการส่งออกสินค้ามีแนวโน้มชะลอลงบ้างตามเศรษฐกิจประเทศคู่ค้า และผลกระทบเพิ่มเติมจากการระบาดของสายพันธุ์ใหม่

  ในขณะที่การท่องเที่ยวต่างชาติในปี 65 จะขยายตัวต่ำกว่าประมาณการเดิมที่ 6 ล้านคน เหลือที่ 5.6 ล้านคน จากการระบาดของสายพันธุ์โอไมครอน ที่จะกระทบต่อความเชื่อมั่นในการเดินทางระหว่างประเทศในช่วงแรกของปี สำหรับการลงทุนภาคเอกชนมีแนวโน้มฟื้นตัวได้ตามอุปสงค์ทั้งในและต่างประเทศ แต่ขยายตัวต่ำกว่าที่ประเมินไว้จากความไม่แน่นอนของผลกระทบจากการกลายพันธุ์ของไวรัส ซึ่งส่งผลต่อการตัดสินใจลงทุนของภาคธุรกิจ

  ทั้งนี้ เศรษฐกิจไทยมีความเสี่ยงด้านต่ำที่ผลกระทบของการกลายพันธุ์ของไวรัสอาจรุนแรงและยืดเยื้อกว่าคาด ด้านอัตราเงินเฟ้อทั่วไปมีแนวโน้มอยู่ในกรอบเป้าหมาย โดยในปี 64 คาดว่าจะอยู่ที่ 1.2% ปี 65 อยู่ที่ 1.7% และ 1.4% ในปี 66 อย่างไรก็ตาม อัตราเงินเฟ้อจะสูงขึ้นชั่วคราวจากปัจจัยด้านอุปทาน โดยเฉพาะราคาพลังงานและข้อจำกัดในการผลิตและขนส่งสินค้าในต่างประเทศ ซึ่งคาดว่าจะคลี่คลายในช่วงครึ่งหลังของปี 65

  อย่างไรก็ตาม โอกาสที่แรงกดดันเงินเฟ้อจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องยังมีไม่มาก เนื่องจากความสามารถในการส่งผ่านต้นทุนของผู้ประกอบการยังมีจำกัด โดยจากผลการสำรวจความเห็นของผู้ประกอบการในเดือนพ.ย. 64 พบว่า ผู้ประกอบการ 55% จะยังไม่ปรับขึ้นราคาสินค้าในอีก 3 เดือนข้างหน้า เนื่องจากการแข่งขันสูง และกำลังซื้อในประเทศยังไม่เข้มแข็งจากหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูงขึ้นต่อเนื่องตามทิศทางการฟื้นตัวของอุปสงค์ในประเทศ

  คณะกรรมการเห็นว่า ในระยะข้างหน้าเศรษฐกิจไทยยังเปราะบางและมีความไม่แน่นอนสูง โดยจะต้องติดตาม พัฒนาการการระบาดของสายพันธุ์โอไมครอน ซึ่งอาจส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง รุนแรง หรือ ยืดเยื้อ กว่ากรณีฐาน ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของสถานการณ์และความเข้มงวดของมาตรการควบคุมการระบาด รวมถึงความเชื่อมั่นของประชาชนและธุรกิจ ท่ามกลางการระบาดหลายระลอกและปัญหาหนี้ครัวเรือนสูง

  รวมถึงความต่อเนื่องและเพียงพอของมาตรการภาครัฐเพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และปัญหา global supply distruption ที่อาจยืดเยื้อกดดันธุรกิจในภาคการผลิตและการส่งออก

  ด้านอัตราเงินเฟ้อมีความเสี่ยงด้านสูงในบริบทที่เงินเฟ้อโลกปรับสูงขึ้นเร็วและเกิดการส่งผ่านต้นทุนของผู้ประกอบการมายังผู้บริโภคมากขึ้น หากการแพร่ระบาดของโอไมครอนซ้ำเติมปัญหา global supply distruption ยืดเยื้อ รวมถึงหากราคาพลังงานโลกอยู่ในระดับสูงเป็นเวลานานอาจส่งผลให้ต้นทุนการผลิตโดยรวมเพิ่มสูงขึ้น กดดันให้ผู้ผลิตส่งผ่านต้นทุนและปรับขึ้นราคาสินค้าเร็วขึ้น จนอาจสร้างแรงกดดันต่อเงินเฟ้อและเงินเฟ้อคาดการณ์ได้ จึงควรให้ติดตามปัจจัยต่างๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อพลวัตเงินเฟ้ออย่างใกล้ชิด

  ขณะเดียวกัน คณะกรรมการเห็นว่า การเตรียมความพร้อมและประสานมาตรการภาครัฐเพื่อดูแลให้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไม่สะดุดลงเป็นประเด็นสำคัญ เนื่องจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในระยะข้างหน้ามีความไม่แน่นอนสูงจากหลายปัจจัย เช่น ความยืดเยื้อของการระบาดและการกลายพันธุ์ของไวรัสสายพันธุ์ใหม่ ความต่อเนื่องของมาตรการสนับสนุนภาครัฐที่จะทยอยหมดลง และการส่งผ่านต้นทุนที่สูงขึ้นจากราคาพลังงานโลกหากราคาก๊าซธรรมชาติและน้ำมันอยู่ในระดับสูงนานกว่าที่ประเมินไว้ซึ่งจะบั่นทอนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ

  โดยคณะกรรมการจะติดตามและประเมินปัจจัยเสี่ยงต่างๆต่อเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ คณะกรรมการยังให้ความสำคัญกับการเร่งผลักดันมาตรการรวมหนี้สินเชื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่อรายย่อยอื่นๆ และมาตรการปรับปรุงโครงสร้างหนี้อย่างยั่งยืน ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนสูงได้อย่างตรงจุดและเป็นธรรม เป็นการลดทอนความเสี่ยงที่อาจฉุดรั้งการเติบโบตของเศรษฐกิจไทยในระยะปานกลางได้

  ด้านอัตราแลกเปลี่ยน คณะกรรมการเห็นว่า เงินบาทเทียบดอลลาร์ยังเคลื่อนไหวผันผวนในระดับสูงจากความไม่แน่นอนของโควิดที่อาจรุนแรงขึ้น และการดำเนินนโยบายการเงินของประเทศอุตสาหกรรมหลักภายใต้แรงกดดันเงินเฟ้อในระดับสูง จึงควรให้ติดตามพัฒนาการของตลาดการเงินโลกและไทยอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ เห็นควรให้ผลักดันการสร้างระบบนิเวศใหม่ของตลาดอัตราแลกเปลี่ยนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ป้องกันความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนมากขึ้น

  ทั้งนี้ คณะกรรมการเห็นว่า มาตรการภาครัฐและการประสานนโยบายมีความสำคัญต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ โดยมาตรการสาธารณสุขเพื่อควบคุมการระบาดที่เอื้อให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจฟื้นตัวยังมีความสำคัญ มาตรการการคลังควรสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจอย่างตรงจุด โดยเน้นการสร้างรายได้และเร่งเตรียมมาตรการฟื้นฟูและยกระดับศักยภาพทางเศรษฐกิจ

  ขณะที่นโยบายการเงินช่วยสนับสนุนให้ภาวะการเงิน โดยรวมยังผ่อนคลายต่อเนื่อง สำหรับมาตรการด้านการเงินและสินเชื่อควรเร่งกระจายสภาพคล่องไปสู่ผู้ได้รับผลกระทบให้ตรงจุดและลดภาระหนี้ ควบคู่กับการผลักดันให้สถาบันการเงินเร่งสนับสนุนการรวมหนี้ที่อยู่อาศัยและรายย่อยอื่นๆ และปรับปรุงโครงสร้างหนี้อย่างยั่งยืน

 

 


เรียบเรียง  ภัทราภรณ์ เกียรตินันท์ 
                อีเมล์. pattraporn@efinancethai.com

อนุมัติ     อนุรักษ์ ลีประเสริฐสุนทร 









ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

LATEST NEWS

ข่าวที่เกี่ยวข้องล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh