ข่าวหุ้นล่าสุด

สตางค์คอร์ป เร่งระดม 60 ลบ.เสริมแกร่งทุนสำรอง หลังสินทรัพย์ดิจิทัลพุ่ง

 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -16 ก.ย. 62 13:32 น.

          สตางค์คอร์ป เร่งระดมทุนอีก 60 ลบ. ก่อนสิ้นปีนี้ เพื่อสร้างความแข็งแกร่งของเงินสำรองตามเกณฑ์ ก.ล.ต. หลังมูลค่าทรัพย์สินลูกค้าโตไวเกินคาดรับผลส้มหล่น BX  พร้อมคาดปีหน้าจะถึงจุดคุ้มทุนและเริ่มมีกำไร เผยไม่มีแผนทำ IPO เข้าตลาดหุ้น แต่สนใจทำ STO มากกว่า  

          นายปรมินทร์ อินโสม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สตางค์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (สตางค์คอร์ป) ผู้ให้บริการกระดานเทรดคริปโต SatangPro กล่าวกับ “สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย” ว่าในช่วงที่เหลือของปีจะต้องเร่งระดมเงินทุนอีกราว 60 ล้านบาท เพื่อนำมาเป็นเงินสำรองตามเกณฑ์ดำรงเงินกองทุนด้วยเงินกองทุนสภาพคล่องสุทธิ (NC) ซึ่ง ก.ล.ต.จะบังคับใช้จริงต้นปี 2563

          ปัจจัยเร่งที่ทำให้ต้องระดมทุนเพิ่ม เนื่องมาจากกระดานเทรด BX ยุติให้บริการ ทำให้ลูกค้าบางส่วนย้ายมาเทรดที่ SatangPro ซึ่งในระยะเวลาไม่ถึงเดือน อัตราการเติบโตของลูกค้าและมูลค่าสินทรัพย์ดิจิทัลภายใต้การดูแลเพิ่มขึ้นเร็วเกินคาด สตางค์คอร์ป จึงต้องเร่งเพิ่มระดับของเงินทุนสำรองให้สอดคล้องตามเกณฑ์ดังกล่าว  

          “เราจะต้องเร่งระดมทุนอีก 2 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 60 ล้านบาท เงินส่วนนี้จะนำมาสำรองไว้และเราต้องระดมให้ได้ในอีก 3 เดือนเศษจากนี้ หรือก่อนสิ้นปี สาเหตุที่ต้องการ 60 ล้านบาท เพราะเราประมาณการจากมูลค่าทรัพย์สินของลูกค้าที่เพิ่มขึ้นมา และคำนวณแล้วว่าเงินจำนวนนี้จะเพียงพอรองรับการสำรองเงินทุนทั้ง 1% ของ cold wallet บวกกับ 5% ของ hot wallet ที่จะบังคับใช้จริงปีหน้า” นายปรมินทร์ กล่าว  

          อนึ่ง หลักเกณฑ์เงินกองทุนสำหรับผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่ปรับปรุงใหม่ ผู้ประกอบการจะต้องดำรงเงินกองทุน ด้วยเงินกองทุนสภาพคล่องสุทธิ (NC)ไม่ต่ำกว่า (1) 15 ล้านบาท หรือ (2) 5% ของมูลค่าทรัพย์สินลูกค้าที่เก็บใน hot wallet บวก 1% ของมูลค่าทรัพย์สินลูกค้าที่เก็บใน cold wallet โดยให้เลือกมูลค่าที่สูงกว่าระหว่าง (1) และ (2) พร้อมทั้งจัดส่งข้อมูลการคำนวณ NC ทั้งรายวันและรายเดือนให้ ก.ล.ต. 

          ซีอีโอ สตางค์คอร์ป กล่าวเพิ่มเติมว่า คาดว่าธุรกิจจะถึงจุดคุ้มทุนและเริ่มมีกำไรในปี 2563 โดยรายได้หลักจะยังคงมาจากธุรกิจ Exchange แต่ทั้งนี้ ก็ได้กระจายความเสี่ยงไปยังธุรกิจอื่นเพื่อหารายได้เพิ่มเติม ลดการพึ่งพิงจากเพียงแค่ธุรกิจใดธุรกิจหนึ่ง 

          “ยกตัวอย่างธุรกิจที่เริ่มเห็นรายได้แล้ว เช่น ธุรกิจที่ปรึกษาด้านบล็อกเชน อย่างปีที่แล้วในงบการเงินเราจะเห็นว่ารายได้จาก Exchange ไม่มาก แต่เรามีรายได้อื่นมากกว่ารายได้หลัก อันนั้น มาจากการเป็นที่ปรึกษาด้านบล็อกเชนให้กับบริษัทแห่งหนึ่งในไทย” นายปรมินทร์ กล่าว   

          นอกจากนี้ สตางค์คอร์ป ไม่มีแผนที่จะทำ IPO เข้าตลาดหุ้น แต่สนใจทำ STO มากกว่า ซึ่งเดิมเคยมีแผนจะทำ STO ในต่างประเทศ แต่ขณะนี้ชะลอออกไป ขอรอดูทิศทางในไทยก่อน   

          “เรื่องทำ IPO ผมยังไม่มองไกลขนาดนั้น และปัจจุบันธุรกิจของเราเองก็คล้ายๆ กับตลาดหุ้นอยู่แล้ว แค่สินค้าเราไม่ใช่หุ้น ซึ่งอนาคตสินทรัพย์ดิจิทัลก็จะมา cross กับหุ้นได้ อนาคตเราก็จะสามารถลิสต์หุ้นได้ด้วย” นายปรมินทร์ กล่าว 

 




รายงาน    ชัชชญา อังคุลี 
เรียบเรียง  ชัชชญา อังคุลี 
                อีเมล์. chatchaya@efinancethai.com

อนุมัติ     อนุรักษ์ ลีประเสริฐสุนทร 






ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด