ข่าวหุ้นล่าสุด

SMPC บอร์ดใจดีปันผลระหว่างกาล 0.24 บ./หุ้น

Public Relations
 
 

                                       
             “SMPC” คาดผลงานครึ่งปีหลังเติบโตดีกว่าครึ่งปีแรกที่ผ่านมา ตามความต้องการใช้ถังแก๊สทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียใต้ และทวีปแอฟริกา ที่เปลี่ยนมาใช้ LPG แทนฟืนและเชื้อเพลิงแบบดั้งเดิม  พร้อมลุยเปิดตลาดใหม่ๆ ผลิตสินค้าที่เป็น High Value เพิ่มมากขึ้น  แม้ผลงาน  6 เดือนแรกปีนี้กำไรลดลง 26.2% สาเหตุหลักจากยอดขายที่ลดลงและค่าเงินบาทแข็งค่า ขณะที่ยอดขายไตรมาส 2/62  อยู่ที่  904.58 ล้านบาท ลดลง 26.5% จากงวดเดียวกันของปีก่อน  แต่บอร์ดใจดีเอาใจผู้ถือหุ้น ประกาศจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.24 บ./หุ้น  กำหนดวันปิดสมุดทะเบียน 22 ส.ค. และจ่ายเงินปันผลวันที่ 6  ก.ย. 2562 นี้
 นายสุรศักดิ์ เอิบสิริสุข กรรมการผู้จัดการ บริษัท สหมิตรถังแก๊ส จำกัด (มหาชน) หรือ SMPC ผู้ประกอบธุรกิจผลิตถังทนความดันแบบต่าง ๆ โดยผลิตภัณฑ์หลักเป็นถังสำหรับบรรจุแก๊สปิโตรเลียมเหลว (LPG) เพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงหุงต้ม และสำหรับใช้เป็นแหล่ง พลังงานรถยนต์ โดยจำหน่ายภายในและต่างประเทศ ภายใต้เครื่องหมายการค้า “SMPC” รวมทั้งรับจ้างผลิตภายใต้เครื่องหมายการค้าต่างๆ  เปิดเผยว่าผลประกอบการของบริษัทฯงวดไตรมาส 2/2562  มียอดขายรวมอยู่ที่ 904.58 ล้านบาท ลดลง 325.63 ล้านบาท หรือลดลง 26.5% เปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มียอดขาย 1,230.21 ล้านบาท  เนื่องจากงวดนี้ปริมาณขายลดลง 24% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน  จากภาวะค่าเงินบาทแข็งและสภาวะเศรษฐกิจโลกที่ตกต่ำ ส่งผลต่ออัตราการบริโภคที่ลดลงโดยทั่วไป
  นอกจากนี้ ยังเป็นผลจากการชะลอการสั่งซื้อของลูกค้าในแถบเอเชียใต้ เนื่องจากอัตราแลกเปลี่ยนของสกุลเงินท้องถิ่นของลูกค้าต่อดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลง และธนาคารพาณิชย์ท้องถิ่นเข้มงวดด้านการปล่อยสินเชื่อให้ลูกค้ามากขึ้น อย่างไรก็ตาม ด้วยถังแก๊สหุงต้มเป็นปัจจัยพื้นฐานที่ประชาชนทุกครัวเรือนต่างต้องใช้เพื่อดำรงชีวิตประจำวัน อีกทั้งสถานการณ์สงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีนซึ่งส่งผลในทางที่ดีกับบริษัทฯ ทำให้บริษัทได้รับคำสั่งซื้อจากลูกค้าในสหรัฐอเมริกาเพิ่มมากขึ้น โดยยอดขายในไตรมาส 2/2562 เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน 16.2%
  โดยมีกำไรสุทธิในงวดไตรมาส 2/2562 จำนวน 122 ล้านบาท ลดลง 41.87  ล้านบาท หรือลดลง 25.6 % จากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 163.87 ล้านบาท เนื่องจากยอดขายที่ลดลงสุทธิต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการขายที่ลดลงตามสัดส่วน โดยถึงแม้ยอดขายจะลดลง แต่ด้วยการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ ทำให้บริษัทยังสามารถรักษาระดับอัตราการทำกำไร โดยในไตรมาส 2/2562 อัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 12.71% จาก 12.57% ในไตรมาส 2/2561 และเพิ่มขึ้นจาก 10.98% เป็น 11.60%  เมื่อเทียบกับงวด 6 เดือนแรกของปีก่อน
สำหรับผลประกอบการงวด 6 เดือนแรกของปี 2562 บริษัทฯ มียอดขายอยู่ที่  1,683.06 ล้านบาท ลดลง 753.91 ล้านบาท หรือลดลง 30.9 % จากงวดเดียวกันของปีก่อนที่ 2,436.97 ล้านบาท ด้านกำไรสุทธิอยู่ที่ 206.91  ล้านบาท ลดลง 73.55  ล้านบาท หรือลดลง 26.2% จากงวดเดียวกันของปีก่อนที่  280.46 ล้านบาท
  อย่างไรก็ตาม แม้ผลประกอบการจะลดลง แต่เพื่อตอบแทนผู้ถือหุ้นที่ไว้วางใจเสมอมา ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯมีอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล ในอัตราหุ้นละ 0.24  บาทต่อหุ้น จากผลการดำเนินงานของบริษัทฯสำหรับงวด 6 เดือน สิ้นสุด ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2562 โดยกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิ์ได้รับเงินปันผล (Record date) วันที่ 22 สิงหาคม  2562  และกำหนดวันจ่ายปันผลในวันที่ 6 กันยายน 2562 โดยเป็นการจ่ายปันผลจากกำไรที่ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตราร้อยละ 20 ทั้งนี้ ผู้รับเงินปันผลจะต้องถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในประมวลรัษฎากร
  สำหรับแนวโน้มผลประกอบการในช่วงครึ่งปีหลัง คาดว่ายอดขายจะเติบโตดีกว่าครึ่งปีแรก เนื่องจากความต้องการถังแก๊ส LPG ในภูมิภาคเอเชียใต้ ที่มีการปรับเปลี่ยนเชื้อเพลิงหุงต้มมาเป็น LPG รวมถึงประเทศในทวีปแอฟริกา ที่มีการเปลี่ยนมาใช้ LPG แทนฟืนและเชื้อเพลิงแบบดั้งเดิม ซึ่งทั้ง 2 ภูมิภาคนี้ เป็นกลุ่มลูกค้าหลักของ SMPC  ถึงแม้ปัจจุบันจะเกิดสภาวะสงครามทางการค้าระหว่างจีนและสหรัฐอเมริกา แต่เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลที่ดีต่อบริษัท ทำให้บริษัทได้รับคำสั่งซื้อจากลูกค้าในประเทศสหรัฐอเมริกาเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม  บริษัทฯได้รุกขยายตลาดภูมิภาคใหม่ๆ เช่นละตินอเมริกา  รวมถึงผลิตสินค้าที่เป็น High Value  เพื่อให้ยอดขายเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยในปีที่ผ่านมา บริษัทได้ผ่านการรับรองมาตรฐานที่หลากหลาย เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดได้มากขึ้น
    ถึงแม้ค่าเงินบาทที่แข็งขึ้นจะส่งผลกระทบต่อบริษัทบ้างในฐานะผู้ส่งออก แต่บริษัทได้มีการป้องกันความเสี่ยงด้วยการ Natural Hedging หรือพิจารณาซื้อ Forward ตามความจำเป็นและเหมาะสม และด้วยการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพอย่างสม่ำเสมอ ทำให้ต้นทุนการผลิตลดลง โดยบริษัทยังคงรักษาอัตราการทำกำไรไว้ได้ในระดับปกติ

 

 

 

 


เรียบเรียง  อรนุช ภัทรกุล 
                อีเมล์. reporter@efinancethai.com






ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด