TIPH มั่นใจผลงานปีนี้ตามเป้า หลังเน้นรับประกันเฉพาะเจาะจง หวังเพิ่มความสามารถในการทำกำไร และ กำหนดเบี้ยประกันภัยให้เหมาะสมกับความเสี่ยง เชื่อรัฐบาลใหม่เร่งเดินหน้าโครงการเมกะโปรเจกต์ หนุนงานรับประกันภาครัฐพุ่ง คาดน้ำท่วมไม่รุนแรงเท่าปี 54 กระทบยอดเคลมไม่มาก นายสมพร สืบถวิลกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TIPH เปิดเผยในงาน "Opportunity Day" ว่า ภาพรวมอุตสาหกรรมประกันภัยในช่วง 6 เดือนปีนี้ มีเบี้ยประกันภัยรับรวม 141,646 ล้านบาท ใกล้เคียงกับเบี้ยประกันภัยรับรวมในช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน โดยเติบโตขึ้นเพียง 0.04% YoY
ในขณะที่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ TIP มีเบี้ยประกันภัยรับรวม 15,678 ล้านบาท ลดลง -3.6% YoY จากนโยบาย Selective เพื่อเพิ่มความสามารถในการทำกำไร โดยกำหนดเบี้ยประกันภัยให้เหมาะสมกับความเสี่ยง (Risk-Based Pricing) อย่างไรก็ตาม TIP ยังรักษาการเป็นผู้นำในธุรกิจประกันวินาศภัย (Non-Motor) อย่างต่อเนื่อง ด้วยเบี้ยประกันภัยรถยนต์ 3,551 ล้านบาท , ประกันภัยเบ็ดเตล็ด 10,027 ล้านบาท , ประกันอัคคีภัย 1,801 ล้านบาท และ ประกันภัยทางทะเลและขนส่ง 301 ล้านบาท “เราเน้นรักษาอัตรากำไรมากกว่าการเพิ่มเบี้ยประกันภัย โดยเฉพาะการเข้าไปลงแข่งสงครามราคา เราจะไม่ทำ ในขณะที่การรับประกันรถยนต์ไฟฟ้า หรือ EV เราก็ชะลอมาก่อนหน้านี้ หลังอัตราความเสียหายจากการเคลมสินไหม หรือ Loss Ratio เพิ่มสูงขึ้น 100% ไปแล้ว"นายสมพร กล่าว ในขณะที่รัฐบาลชุดใหม่อยู่ระหว่างจัดตั้งทีมเชื่อว่า เมื่อจัดตั้งแล้วเสร็จจะเร่งเดินหน้าลงทุน โดยเฉพาะโครงการเมกะโปรเจกต์ ซึ่งส่งผลให้มีเม็ดเงินที่จะลงไปกระตุ้นเศรษฐกิจเป็นจำนวนมาก และ ส่งผลดีต่อบริษัทที่รับงานประกันของภาครัฐเพิ่มขึ้น โดยทำให้ภาพรวมครึ่งปีหลังของบริษัทปรับตัวดีขึ้นด้วยเช่นกัน และ เชื่อว่าจะดีต่อเนื่องไปถึงปี 2568 สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมในปัจจุบันถือว่าไม่รุนแรงเท่าปี 2554 โดยน้ำท่วมที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดขึ้นในพื้นที่เศรษฐกิจจนส่งให้เกิดการสูญเสียที่ไม่สูง ซึ่ง Non Motor มี 243 เคลม คิดเป็นค่าสินไหมไม่เกิน 10 ล้านบาท และ ประกันรถยนต์ มี 67 เคลม คิดเป็นค่าสินไหม 2.8 ล้านบาท โดยความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่ได้ส่งผลกระทบต่อผลงานบริษัทอย่างมีนัยสำคัญ |