WHAIR ขยายอาณาจักรลงทุนเพิ่มในทรัพย์สิน ครั้งที่ 5 หลังเข้าลงทุนในนิคมอุตสาหกรรม WHA Group ในพื้นที่ EEC มูลค่ารวม 1,064 ล้านบาท ดันมูลค่าทรัพย์สินแตะ 1.4 หมื่นล้านบาท ชูผลตอบแทนสูง 8.33% จ่อเสนอขายหน่วยต่อประชาชนทั่วไป 26 – 28 พ.ย.นี้ คาดโอนทรัพย์สินเสร็จปลายไตรมาส 4/67 นางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริษัท และประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท ดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ WHA เปิดเผยว่า นิคมอุตสาหกรรมของ WHA Group ส่วนใหญ่อยู่ในบริเวณเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งเป็นจุดยุทธ์ศาสตร์ศูนย์กลางการลงทุนของประเทศ และทรัพย์สินที่ขายเข้า กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล ( WHAIR) ทั้งหมดตั้งอยู่ในเขต EEC ทั้งในพื้นที่จังหวัดระยองและชลบุรี ที่มีความโดดเด่นด้านทำเลที่มีศักยภาพสูงที่สามารถดึงดูดนักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติได้เป็นอย่างดี การเติบโตขึ้นของกลุ่มอุตสาหกรรมใหม่ และการย้ายฐานการผลิต ตลอดจนการเติบโตของการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ส่งผลบวกทั้งต่อธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมในทำเลดังกล่าว รวมถึงความต้องการเช่าพื้นที่โรงงานและคลังสินค้าให้เช่าของ WHAIR ซึ่งอยู่ภายใต้การบริหารจัดการของบริษัทฯ เป็นอย่างมาก ทำให้เชื่อมั่นว่ากองทรัสต์ WHAIR จะสร้างโอกาสการลงทุนและผลตอบแทนอย่างมั่นคงให้กับนักลงทุน นางสาวจารุชา สติมานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล รีท แมนเนจเม้นท์ จำกัด ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์ WHAIR เปิดเผยว่า ทรัพย์สินที่กองทรัสต์เข้าลงทุนในครั้งนี้ ตั้งอยู่ในจุดยุทธศาสตร์ศูนย์กลางการลงทุนของอุตสาหกรรมการผลิตที่สําคัญของประเทศไทยซึ่งตั้งอยู่่ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ที่มีระบบโครงสร้างพื้นฐานที่มีศักยภาพ รวมถึงสิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่ภาครัฐให้การสนับสนุน และการลงทุนทั้งของภาครัฐและเอกชน ซึ่งช่วยส่งเสริมความต้องการเช่าพื้นที่โรงงานและคลังสินค้าของ WHAIR สำหรับทรัพย์สินที่กองทรัสต์เข้าลงทุนในปัจจุบัน 91% ตั้งอยู่บนพื้นที่ EEC ซึ่งถือเป็น Magnet ในการดึงดูดนักลงทุนจากทั่วโลกให้เข้ามาลงทุน จนส่งผลให้ภาครัฐบาล ต้องเร่งขับเคลื่อนผลักดันให้พื้นที่ EEC เป็นต้นแบบ “สมาร์ท ซิตี้” และถือเป็นทําเลที่มีศักยภาพสูงในการจัดหาผู้เช่า สะท้อนให้เห็นจากผลการดําเนินงานของกองทรัสต์ โดยมีอัตราการเช่า ณ วันที่ 30 มิ.ย. 2567 สูงถึง 93.5% ขณะเดียวกันทรัพย์สินที่เข้าลงทุนบางส่วนตั้งอยู่ในพื้นที่เขตปลอดอากร (Free Zone) ซึ่งได้รับสิทธิประโยชน์ในการลงทุนจากกรมศุลกากร ดังนั้นจากปัจจัยดังกล่าวจึงส่งผลเชิงบวกต่อกองทรัสต์ WHAIR ที่จะเชื่อมโยงให้กลุ่มนักลงทุนทั้งคนไทย และต่างชาติ ให้ความสนใจเช่าทั้งโรงงาน และคลังสินค้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง 
กองทรัสต์ WHAIR จะเข้าลงทุนเพิ่มเติมในสิทธิการเช่าระยะเวลา 30+30 ปี ในที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างอาคารโรงงาน คลังสินค้าสำเร็จรูป จำนวน 10 ยูนิต ใน 4 โครงการ พื้นที่รวมทั้งหมด 40,172 ตารางเมตร และทรัพย์สินที่จะเข้าลงทุนเพิ่มเติมในครั้งนี้มีอัตราการเช่าพื้นที่เต็ม 100% โดยภายหลังการลงทุนเพิ่มเติมในทรัพย์สินครั้งนี้ จะส่งผลให้กองทรัสต์ WHAIR มีมูลค่าสินทรัพย์รวมสูงกว่า 14,000 ล้านบาท และมีพื้นที่เช่าภายใต้การบริหารเพิ่มขึ้นเป็น 468,990 ตารางเมตร โดยคาดโอนทรัพย์สินเสร็จปลายไตรมาส 4/2567 นายสาวิตร ศรีศรันยพงศ์ ผู้บริหารกลุ่มธุรกิจวาณิชธนกิจ ธนาคารกสิกรไทย ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายหน่วยทรัสต์ WHAIR เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดทุนปรับตัวดีขึ้น รวมถึงแนวโน้มนโยบายการเงินและทิศทางอัตราดอกเบี้ยที่เป็นขาลง โดยคาดการณ์ว่าการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะยังต่อเนื่องไปจนถึงปี 68 ซึ่งถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของดอกเบี้ยขาลงอย่างสมบูรณ์ที่ไม่เกิดขึ้นอย่างยาวนานในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ทำให้ดัชนีราคาของ Property Fund & REIT ทยอยปรับตัวขึ้น จึงถือเป็นจังหวะที่ดีของนักลงทุนในการเลือกลงทุนในกองรีทที่มีผลงานคุณภาพดี ซึ่งผลตอบแทนจากการลงทุนไม่ได้มีเพียงแค่ผลตอบแทนจากเงินปันผลที่่สม่ำเสมอยังมีโอกาสได้รับผลตอบแทนจากการปรับตัวของราคา นางสาวจิตติสา เจริญพานิช ผู้บริหารงานวาณิชธนกิจ ธนาคารกสิกรไทย ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายหน่วยทรัสต์ WHAIR กล่าวว่า การลงทุนเพิ่มเติมของกองทรัสต์ในครั้งนี้ มีประมาณการอัตราเงินจ่ายประโยชน์ตอบแทนปีแรก (Dividend Yield) ภายหลังการเพิ่มทุนครั้งนี้ สูงถึง 8.33% สำหรับการระดมทุนโดยการเสนอขายหน่วยทรัสต์เพิ่มทุนของ WHAIR ในครั้งนี้ เพื่อนำเงินไปลงทุนในทรัพย์สินเพิ่มเติมมูลค่ารวมประมาณ 1,064.75 ล้านบาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้อง) โดยจะมีแหล่งเงินทุนมาจากการออกและเสนอขายหน่วยทรัสต์เพิ่มทุนมูลค่ารวมไม่เกิน 720.65 ล้านบาท ส่วนที่เหลือจะมาจากเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน และเงินสดของกองทรัสต์ โดยสำหรับการเพิ่มทุนครั้งนี้ เปิดโอกาสให้ทั้งผู้ถือหน่วยทรัสต์เดิม และประชาชนทั่วไปเข้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ WHAIR โดยสำหรับผู้ถือหน่วยทรัสต์เดิม สามารถจองซื้อได้ผ่าน ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ระหว่างวันที่ 18 – 22 พฤศจิกายน 2567 และจองซื้อที่ราคาเสนอขายหน่วยทรัสต์เพิ่มเติมสูงสุดที่ 6.60 บาท สำหรับประชาชนทั่วไปสามารถจองซื้อได้ผ่าน ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) และผู้จัดจำหน่ายหน่วยทรัสต์ที่ได้รับการแต่งตั้ง ได้แก่ ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) และ บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด ระหว่างวันที่ 26 – 28 พฤศจิกายน 2567 และจองซื้อที่ราคาเสนอขายสุดท้าย (ซึ่งจะมีการประกาศให้ทราบอีกครั้ง) |