TTB ออกตราสารด้อยสิทธิไม่มีหลักประกัน นับเป็นเงินกองทุนประเภทที่ 2 อายุ 10 ปี 3 เดือน ประมาณการอัตราดอกเบี้ย [2.60% – 2.80%] ต่อปี พร้อมสิทธิไถ่ถอนก่อนกำหนด หลังครบ 5 ปี 3 เดือน เสนอขายผู้ลงทุนรายใหญ่และสถาบัน เปิดให้จองซื้อ 17-23 พฤศจิกายน 2569 ตามแผนบริหารเงินกองทุนของธนาคารภายใต้หลักเกณฑ์ Basel III พร้อมเพิ่มทางเลือกการบริหารพอร์ตระยะยาว นางสาวสมคิด ปรีชาสัมมกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน ธนาคารทหารไทยธนชาต หรือ TTB กล่าวว่า ธนาคารเตรียมเสนอขายตราสารด้อยสิทธิไม่มีหลักประกัน และมีคุณสมบัติรองรับผลขาดทุนตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดสำหรับตราสารด้อยสิทธิเพื่อนับเป็นเงินกองทุนประเภทที่ 2 ครั้งที่ 1/2569 แก่ผู้ลงทุนรายใหญ่และสถาบัน (HNW&II) ทั้งประเภทบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล โดยเป็นตราสารด้อยสิทธิระยะยาว อายุ 10 ปี 3 เดือน ประมาณการอัตราดอกเบี้ยระหว่าง [2.60% – 2.80%] ต่อปี และรับดอกเบี้ยคงที่ทุก 3 เดือนตลอดอายุตราสาร โดยเปิดให้จองซื้อและชำระเงินระหว่างวันที่ 17-23 พฤศจิกายน 2569 ปัจจุบันผู้ลงทุนให้ความสำคัญกับการกระจายความเสี่ยงและการจัดสรรพอร์ตการลงทุนให้สอดคล้องกับเป้าหมายทางการเงินมากขึ้น โดยเฉพาะในภาวะที่อัตราดอกเบี้ยอยู่ในช่วงทรงตัว ผู้ลงทุนมองหาการลงทุนที่สามารถสร้างกระแสเงินสดได้อย่างสม่ำเสมอ ตราสารด้อยสิทธิ จึงเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ผู้ลงทุนรายใหญ่และสถาบัน (HNW & II) ที่ต้องการกระจายการลงทุน พร้อมโอกาสรับผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ยตามเงื่อนไขของตราสาร เพื่อช่วยสร้างความสมดุลให้พอร์ตและสนับสนุนการวางแผนการเงินในระยะยาว ทั้งนี้ควรพิจารณาการจัดสรรพอร์ตให้เหมาะสมกับเป้าหมาย ผลตอบแทนที่คาดหวัง และระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ โดยอยู่บนพื้นฐานของความเข้าใจในลักษณะ ผลตอบแทน และความเสี่ยงของผลิตภัณฑ์อย่างรอบด้าน ปัจจุบัน ทีทีบีดำเนินธุรกิจภายใต้การกำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย พร้อมมีระบบบริหารความเสี่ยง การบริหารเงินกองทุน และการกำกับดูแลกิจการตามมาตรฐานของสถาบันการเงินขนาดใหญ่ โดยสามารถบริหารโครงสร้างเงินกองทุนให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ Basel III ได้อย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงความแข็งแกร่งทางการเงินและแนวทางการบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบในระยะยาว ความแข็งแกร่งดังกล่าวสะท้อนผ่านการได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือองค์กรที่ระดับ AA+(tha) ขณะที่ตราสารด้อยสิทธิชุดนี้ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ A(tha) แนวโน้มอันดับเครดิต “เสถียรภาพ” จากบริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2569 ซึ่งสะท้อนฐานะทางการเงินที่มั่นคง ความสามารถในการดำเนินธุรกิจ และศักยภาพในการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ทีทีบียังดำเนินธุรกิจตามแนวทาง ESG (Environmental, Social and Governance) โดยให้ความสำคัญกับการกำกับดูแลกิจการที่ดี การบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างมีความรับผิดชอบ และการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนควบคู่กับการสร้างคุณค่า ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยเสริมความเชื่อมั่นของผู้ลงทุนและผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มในระยะยาว ตราสาร Tier 2 ตามแผนบริการเงินกองทุนระยะยาว การเสนอขายตราสารในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนบริหารเงินกองทุนระยะยาวของธนาคาร เพื่อรักษาความแข็งแกร่งของฐานเงินกองทุนให้สอดคล้องกับการดำเนินธุรกิจและการกำกับดูแลตามมาตรฐานสากล โดยเงินกองทุนถือเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยเสริมความมั่นคงและความสามารถในการรองรับความเสี่ยงของระบบธนาคารในระยะยาว ตราสารดังกล่าวจัดอยู่ในกลุ่มตราสารเงินกองทุนประเภทที่ 2 (Tier 2 Capital Instruments) ของธนาคารพาณิชย์ ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทด้อยสิทธิ ไม่มีประกันและไม่มีผู้ค้ำประกัน มีผู้แทนผู้ถือตราสาร อายุ 10 ปี 3 เดือน ครบกำหนดไถ่ถอนในปี พ.ศ. 2580 โดยธนาคารมีสิทธิขอไถ่ถอนก่อนครบกำหนดภายหลังครบ 5 ปี 3 เดือนนับจากวันออกตราสาร ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนดไว้ในข้อกำหนดสิทธิ การออก Tier 2 มักเป็นส่วนหนึ่งของแผนบริหารเงินกองทุนล่วงหน้า เพื่อรักษาระดับความเพียงพอของเงินกองทุนให้สอดคล้องกับการเติบโตของธุรกิจและข้อกำหนดด้านกฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้นอย่างต่อเนื่อง TTB เป็นหนึ่งในธนาคารที่มีโครงสร้างเงินกองทุนที่แข็งแกร่งอยู่แล้ว โดยข้อมูล ณ วันที่ 30 กันยายน 2569* มีเงินกองทุนชั้นที่ 1 จำนวน 186,245 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราส่วนเงินกองทุน 16.8% สูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดไว้ที่ร้อยละ 9.5 อย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่เงินกองทุนชั้นที่ 2 มีจำนวน 22,184 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราส่วนเงินกองทุน 2.0% ดังนั้น การออกตราสารครั้งใหม่จึงไม่ใช่การแก้ปัญหาสภาพคล่อง แต่เป็นการบริหารเงินกองทุนให้มีประสิทธิภาพและเหมาะสมกับแผนธุรกิจในระยะยาว จุดเด่นของตราสารด้อยสิทธิเพื่อนับเป็นเงินกองทุน · อัตราดอกเบี้ยโดยประมาณ [2.60% – 2.80%] ต่อปี และรับดอกเบี้ยคงที่ทุก 3 เดือนตลอดอายุตราสาร ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยสุดท้ายจะกำหนดภายหลัง · อายุตราสาร 10 ปี 3 เดือน โดยธนาคารมีสิทธิไถ่ถอนก่อนกำหนดเมื่อตราสารอายุพ้น 5 ปี 3 เดือน ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด · ตราสารได้รับอันดับความน่าเชื่อถือ A(tha) และธนาคารได้รับอันดับเครดิตองค์กร AA+(tha) แนวโน้ม “เสถียรภาพ” · ผู้ออกตราสารมีฐานะการเงินแข็งแกร่ง อัตราเงินกองทุนรวม 8.8% สูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำของธนาคารแห่งประเทศไทย ข้อมูล ณ วันที่ 30 กันยายน 2569* · เป็นทางเลือกกระจายการลงทุนระยะยาว เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการเพิ่มความหลากหลายให้กับพอร์ตการลงทุน . 
|
. |