TISCO แจงผลประกอบการครึ่งปีหลังอาจเจอแรงกดดันจากสงครามตะวันออกกลางและราคาน้ำมันพุ่ง ส่งผลให้กลับมาเข้มงวดการปล่อยสินเชื่อ หวังลดความเสี่ยงหนี้เสีย รับสินเชื่อปีนี้ไม่โต หรือ อยู่ที่ 0% พร้อมเดินหน้าบุกธุรกิจตลาดทุนและประกัน หวังช่วยหนุนกำไร มั่นใจสินทรัพย์ยังแกร่ง NPL ลดต่อเนื่อง นายชาตรี จันทรงาม รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายควบคุมการเงินและบริหารความเสี่ยง บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TISCO เปิดเผยในงาน "Earnings Call" โดยมีประเด็นที่สำคัญดังนี้ ภาพรวมธนาคารตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา มีปัจจัยบวกจากเสถียรภาพทางการเมือง แต่ปลายไตรมาส 1/69 เผชิญความท้าทายจากสงครามตะวันออกกลาง ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น กดดันเงินเฟ้อ และ ความเปราะบางของหนี้ครัวเรือน ส่งผลให้ธนาคารต้องปรับนโยบายจากเดิมที่จะขยายสินเชื่อเชิงรุก โดยเฉพาะกลุ่ม High Yield กลับมาเพิ่มความเข้มงวด ส่งผลให้สินเชื่อในครึ่งปีแรกเติบโตเกือบเป็น 0% เพื่อเป็นมาตรการป้องกันหนี้เสีย อย่างไรก็ตาม รายได้ยังเติบโตแข็งแกร่ง โดยเฉพาะ Net Interest Income (NII) รายได้ดอกเบี้ยเติบโตถึง 45% แม้ยอดสินเชื่อไม่โต ผลจากกลยุทธ์เน้น High Yield ในอดีต และ อานิสงส์ดอกเบี้ยขาลง ช่วยลดต้นทุนทางการเงินส่งผลให้ NIM อยู่ที่ 5% ในขณะที่ Non-Interest Income (Non-NII) เติบโตโดดเด่นถึง 18% จากเงินทุนไหลเข้าตลาดทุนไทย Valuation ที่ยังถูก ตลาดหุ้นต่างประเทศทำ New High รวมถึงธุรกิจประกันที่ฟื้นตัวดีขึ้นต่อเนื่อง ทางด้านคุณภาพสินทรัพย์มีความแข็งแกร่ง โดย NPL Ratio ลดลงจากสิ้นปีที่แล้ว 400 ล้านบาท ทำให้ NPL Ratio ลงมาอยู่ที่ 2% และ Coverage Ratio เพิ่มขึ้นเป็น 190% ส่วนการตั้งสำรอง (ECL) เพิ่ม 40% โดยเป็นการตั้งสำรองเชิงระมัดระวังเพื่อรองรับความเสี่ยงและความไม่แน่นอนจากภาวะสงคราม หากสถานการณ์คลี่คลาย ค่าใช้จ่ายส่วนนี้มีแนวโน้มปรับลดลง สำหรับมุมมองแนวโน้มครึ่งปีหลัง ธนาคารยังต้องติดตามสถานการณ์ตะวันออกกลาง โดยมองหากสงครามบานปลาย น้ำมันเกิน 100 เหรียญ/บาร์เรล กระทบผลประกอบการ และ ทำให้ ECL ไม่ลดลงตามคาด ซึ่งจะส่งให้ผลประกอบการอาจอ่อนตัวลงได้ แต่หากสงครามยังไม่จบ แต่บริหารจัดการ supply chain ได้ ราคาน้ำมันอยู่ช่วง 70–90 เหรียญ/บาร์เรล ผลประกอบการครึ่งปีหลังจะใกล้เคียงกับครึ่งปีแรก "เดิมเราคาดสินเชื่อจะเติบโตในกรอบ 0-5% แต่ตอนนี้คงได้แค่ 0% หรือ ไม่ขยายตัวเลย เพราะความเสี่ยง ความผันผวนยังมีอยู่ แต่เราก็หันไปรุกรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยมากขึ้น ทั้งมากจากประกัน และ ค่าฟีตลาดทุน ซึ่งครึ่งปียังเติบโตได้ถึง 16.4%" สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมองจากบทวิเคราะห์ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่เผยแพร่ล่าสุด ที่เกี่ยวกับหุ้น บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TISCO จาก efin.finance ดังนี้ ที่มา : บล.บัวหลวง, บล.กรุงศรี, บล.ทรีนีตี้, บล.เอเซียพลัส, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส, บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย), บล.ยูโอบีเคย์เฮียน, บล.เคจีไอ, บล.ฟิลลิป, บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย), บล.พาย **ปัจจัยบวก** ***กำไรเติบโตต่อเนื่อง:** TISCO รายงานกำไรสุทธิ Q2/69 ที่ 1.76 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% YoY และ 2% QoQ ซึ่งเป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ และคาดว่ากำไรปี 2569 จะเติบโต 5% YoY และปี 2570 จะเติบโต 3% YoY (บล.บัวหลวง, บล.ทรีนีตี้, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส, บล.พาย) ***NIM ปรับตัวดีขึ้น:** NIM (Net Interest Margin) ของ TISCO ดีกว่าคาด จากต้นทุนทางการเงินที่ลดลงมากกว่าคาด และคาดว่า NIM จะปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องใน Q3/69-Q4/69 (บล.บัวหลวง, บล.ทรีนีตี้, บล.เอเซียพลัส, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส, บล.ฟิลลิป, บล.เมย์แบงก์, บล.พาย) ***รายได้ค่าธรรมเนียมเติบโตแข็งแกร่ง:** รายได้ค่าธรรมเนียมยังเติบโตได้ดี YoY โดยเฉพาะจากธุรกิจนายหน้าประกันภัย ตลาดทุน และ Wealth Management ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนผลประกอบการ (บล.บัวหลวง, บล.เอเซียพลัส, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส, บล.ฟิลลิป, บล.เมย์แบงก์, บล.พาย) ***คุณภาพสินทรัพย์ดีขึ้นและควบคุมได้:** คุณภาพสินทรัพย์ยังคงทรงตัวดี โดย NPL ลดลง และ Credit Cost อยู่ในระดับต่ำ สะท้อนการบริหารจัดการสินเชื่อที่มีประสิทธิภาพ (บล.ทรีนีตี้, บล.เอเซียพลัส, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส, บล.เคจีไอ, บล.ฟิลลิป, บล.เมย์แบงก์) ***สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ EV หนุนการเติบโต:** TISCO มุ่งเน้นสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ EV ซึ่งมีคุณภาพสินเชื่อดีกว่ารถยนต์ ICE และยังหนุนรายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจประกัน (Bancassurance) เนื่องจากเบี้ยประกันรถยนต์ EV สูงกว่า (บล.เมย์แบงก์) ***เงินปันผลสูงและสม่ำเสมอ:** TISCO มีนโยบายการจ่ายเงินปันผลที่สม่ำเสมอ โดยคาดการณ์ Dividend Yield ประมาณ 6.2%-6.4% ซึ่งเป็นจุดเด่นที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุน (บล.กรุงศรี, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส, บล.ฟิลลิป, บล.เมย์แบงก์, บล.พาย) ***เงินกองทุนแข็งแกร่ง:** TISCO มีเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงที่แข็งแกร่ง และมีระดับสำรองหนี้เพียงพอรองรับความไม่แน่นอน (บล.พาย) **ปัจจัยลบ** ***Valuation สูงกว่ากลุ่มธนาคาร:** ราคาหุ้น TISCO มี Valuation ที่แพงกว่ากลุ่มธนาคารมาก โดยซื้อขายที่ PBV Forward 2.3x (บล.บัวหลวง, บล.กรุงศรี, บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล, บล.เคจีไอ, บล.พาย) ***Upside ค่อนข้างจำกัด:** แม้จะรวมผลตอบแทนจากเงินปันผลแล้ว แต่ Upside ของราคาหุ้นยังค่อนข้างจำกัด (บล.ทรีนีตี้, บล.เอเซียพลัส, บล.เมย์แบงก์) ***การเติบโตของสินเชื่อชะลอตัว:** ผู้บริหารยังคงนโยบายปล่อยสินเชื่ออย่างระมัดระวัง และการเติบโตของสินเชื่อยังค่อนข้างช้า โดยเฉพาะในกลุ่มสินเชื่อ High Yield (บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล, บล.เคจีไอ, บล.พาย) ***Cost/income ratio สูงกว่าคาด:** ใน Q2/69 Cost/income ratio สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ (บล.บัวหลวง) ***รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยอ่อนตัวลง:** รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยลดลง QoQ เนื่องจากในไตรมาสก่อนมีรายการ One-time ที่เกิดจากการชำระหนี้ล่วงหน้าของลูกหนี้ธุรกิจขนาดใหญ่ (บล.ทรีนีตี้) ***ความเสี่ยงด้านภาวะเศรษฐกิจและหนี้ครัวเรือน:** ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจมหภาค และหนี้ครัวเรือนที่ยังคงเป็นความเสี่ยงต่อคุณภาพสินทรัพย์และผลประกอบการ (บล.ทรีนีตี้, บล.เมย์แบงก์) ต้องการ คำแนะนำ / ราคาเป้าหมาย หรือ ข้อมูลอื่นๆ ของหุ้น TISCO เพิ่มเติม เข้าไปที่ https://url.in.th/w-efin-stocknews |