DR ที่อ้างอิงหุ้น Alphabet (Google) ทั้ง 6 หลักทรัพย์ ปรับตัวลดลง 3-4% ตามทิศทางหุ้นแม่ในตลาดสหรัฐ แม้ผลประกอบการ Q2/69 ดีกว่าคาด โบรกฯ มองบวก หลัง Google Cloud โต 82% เพิ่มงบลงทุน AI แตะ 2.05 แสนล้านดอลลาร์ หนุนหุ้นกลุ่ม AI Infrastructure ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของ 6 DR อ้างอิงหุ้น Alphabet (Google) ที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พบว่าราคาปรับตัวลดลงทุกหลักทรัพย์ โดยมีรายละเอียดดังนี้ GOOG06 อยู่ที่ 3.78 บาท ลดลง 0.12 บาท (-3.08%) GOOG23 อยู่ที่ 2.82 บาท ลดลง 0.12 บาท (-4.08%) GOOG80 อยู่ที่ 5.65 ลดลง 0.20 บาท (-3.42%) GOOGL01 อยู่ที่ 33.25 บาท ลดลง 1.50 บาท (-4.32%) GOOGL03 อยู่ที่ 5.70 บาท ลดลง 0.25 บาท (-4.20%) GOOGL19 อยู่ที่ 5.65 ลดลง 0.20 บาท (-3.42%) ทั้งนี้ การเคลื่อนไหวของ DR ดังกล่าวเป็นไปในทิศทางเดียวกับหุ้นอ้างอิง Alphabet ในตลาดหุ้นสหรัฐ ซึ่งเป็นหนึ่งในหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ (Magnificent 7) ที่นักลงทุนไทยให้ความสนใจ โดยผู้ลงทุนยังคงติดตามปัจจัยพื้นฐาน ผลประกอบการ และทิศทางธุรกิจ AI ของบริษัทอย่างใกล้ชิด ซึ่งอาจส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของ DR ในระยะถัดไป โบรกฯ ชู Alphabet งบแกร่ง รับ AI โต ดัน CAPEX แตะ 2.05 แสนล้านดอลล์ หนุนหุ้น AI Infrastructure บล.เอเซีย พลัส ระบุว่า ผลประกอบการไตรมาส 2/69 ของ Alphabet (GOOG US) ออกมาแข็งแกร่งกว่าคาด โดยมีรายได้ 1.19 แสนล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 24% จากปีก่อน และมีกำไรต่อหุ้น (EPS) 9.11 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 294% จากแรงหนุนของ Google Cloud ที่เติบโต 82% ตามความต้องการใช้งาน AI บริษัทจึงปรับเพิ่มงบลงทุน (CAPEX) ปี 2569 เป็น 195,000-205,000 ล้านดอลลาร์ จากเดิม 180,000-190,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อขยาย Data Center และกำลังประมวลผลรองรับธุรกิจ AI ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อหุ้นในกลุ่ม AI Infrastructure ทั่วโลก มองว่า การเร่งลงทุนของ Alphabet ตอกย้ำว่า AI ยังคงเป็นธีมลงทุนหลักของตลาดโลก และจะเป็นแรงหนุนต่อหุ้นในห่วงโซ่ AI Infrastructure รวมถึงผู้ผลิตชิปและ Data Center ในเอเชียต่อไป บล.กรุงศรี ระบุว่า Alphabet มีรายได้และกำไรสูงกว่าตลาดคาด โดยธุรกิจโฆษณาและ Google Cloud ยังเติบโตแข็งแกร่ง แม้ราคาหุ้นหลังปิดตลาดจะอ่อนตัวจากกระแสเงินสดอิสระ (FCF) ที่ติดลบจากการลงทุน แต่ยอดงานในมือ (Backlog) เพิ่มขึ้น สะท้อนอุปสงค์ด้าน AI ที่ยังแข็งแกร่ง และช่วยหนุนการลงทุนในห่วงโซ่ AI ต่อเนื่อง ขณะที่ Tesla (TSLA US) มีรายได้ 2.82 หมื่นล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 26% และยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าฟื้นตัว แต่มีกำไรต่อหุ้นลดลง 18% เหลือ 0.33 ดอลลาร์ เนื่องจากอัตรากำไรขั้นต้นลดลงเหลือ 16.8% จากการแข่งขันด้านราคาในตลาดจีน อ่านข่าวสารของสำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทยเพิ่มเติมได้ที่ : https://url.in.th/w-stock-news |