ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดผสมผสานในวันพุธ (7 ม.ค.) โดยดัชนีดาวโจนส์และ S&P 500 ปิดแดนลบ หลังถูกกดดันจากหุ้น JPMorgan, Blackstone และหุ้นกลุ่มการเงินอื่น ๆ ที่ปรับตัวลดลง ขณะที่ดัชนีแนสแดคปิดเพิ่มขึ้น โดยได้แรงหนุนจากหุ้นที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยเฉพาะหุ้น Nvidia และ Alphabet หลังนักลงทุนกลับเข้าซื้อหุ้น AI ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ลดลง 466 จุด หรือ 0.94% ปิดที่ 48,996.08 จุด, ดัชนี S&P 500 ลดลง 23.89 จุด หรือ 0.34% ปิดที่ 6,920.93 จุด และดัชนีแนสแดค เพิ่มขึ้น 37.10 จุด หรือ 0.16% ปิดที่ 23,584.28 จุด หุ้นของบริษัทที่เข้าซื้อกิจการบ้านพักอาศัยร่วงลง หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวถึงแผนที่ตนเองพยายามลดราคาที่อยู่อาศัย ด้วยการผลักดันมาตรการห้ามไม่ให้มีการซื้อบ้านเดี่ยว หุ้น Blackstone และ Apollo Global Management ปรับตัวลงมากกว่า 5% ส่งผลให้ดัชนีหุ้นกลุ่มการเงินของ S&P 500 ลดลง 1.4% ขณะที่หุ้น American Homes 4 ร่วงลง 4.3% ขณะที่หุ้น Zillow ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มด้านอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้นกว่า 2% หุ้น JPMorgan Chase ลดลง 2.3% หลัง Wolfe Research ปรับลดคำแนะนำหุ้นธนาคารดังกล่าวเป็น “Peer perform” หรือหุ้นที่ให้ผลตอบแทนใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยในกลุ่มเดียวกัน จากเดิม “Outperform” 
หุ้น Northrop Grumman ร่วงลง 5.5% และ Lockheed Martin ลดลง 4.8% หลังประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวว่าจะไม่อนุญาตให้บริษัทด้านการผลิตอาวุธจ่ายเงินปันผลหรือซื้อหุ้นคืน จนกว่าจะแก้ไขปัญหาการผลิตอุปกรณ์ทางทหารได้ ทั้งนี้ ทรัมป์โพสต์บนสื่อออนไลน์โดยไม่ได้เจาะจงชื่อบริษัทใด หุ้น Nvidia และหุ้น Microsoft เพิ่มขึ้นราว 1% ขณะที่หุ้น Alphabet เพิ่มขึ้นมากกว่า 2% หลังนักลงทุนกลับมาซื้อหุ้น AI หลังจากที่ก่อนหน้านี้ กังวลว่ามูลค่าหุ้นกลุ่มนี้อาจสูงเกินไป นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่า Anthropic เตรียมระดมทุนมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งตอกย้ำความต้องการลงทุนในผู้เล่น AI รายใหญ่ โดยคาดว่า มูลค่าตามราคาประเมินของบริษัทจะอยู่ที่ 350,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งจะสูงกว่าบริษัทจดทะเบียนหลายแห่ง อาทิ Advanced Micro Devices, Chevron และ Wells Fargo หุ้นบริษัทเทคโนโลยีด้านหน่วยความจำและการจัดเก็บข้อมูลร่วงลง หลังจากบวกแรงในการซื้อขายเมื่อวันก่อน โดยหุ้น Western Digital ดิ่งเกือบ 9% และหุ้น Seagate Technology ลดลง 6.7% ส่วนหุ้น First Solar ดิ่งลง 10% หลัง Jefferies ปรับลดคำแนะนำหุ้นเป็น “ถือ” จากเดิม “ซื้อ” ตลาดยังจับตาฤดูกาลประกาศผลประกอบการไตรมาส 4 ซึ่งจะเริ่มในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า โดยมูลค่าหุ้นในวอลล์สตรีทยังคงอยู่ในระดับที่ถือว่าแพง โดย S&P 500 ซื้อขายที่ Forward P/E ราว 22 เท่า ลดลงจาก 23 เท่าในเดือนพ.ย. แต่ยังสูงกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปี ที่ 19 เท่า ตามข้อมูลจาก LSEG ขณะที่ข้อมูลเศรษฐกิจเมื่อคืนที่ผ่านมา เผยว่า อัตราการเปิดรับสมัครงานในสหรัฐฯ ลดลงมากกว่าที่คาดไว้ในเดือนพ.ย. หลังจากเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในเดือนต.ค ขณะที่การจ้างงานภาคเอกชนเพิ่มขึ้นต่ำกว่าที่คาดในเดือนธ.ค. โดยทั้งนี้ Automatic Data Processing (ADP) เปิดเผยตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชนของสหรัฐฯ เดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 41,000 ตำแหน่ง ต่ำกว่าผลสำรวจนักเศรษฐศาสตร์ซึ่งคาดว่า จะเพิ่มขึ้น 47,000 ตำแหน่ง แม้ว่าข้อมูลตลาดแรงงานชุดล่าสุดจะกลับมาเผยแพร่ตามปกติหลังถูกกระทบจากภาวะชัตดาวน์ แต่แทบไม่เปลี่ยนแปลงความคาดหวังต่อการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) โดยตลาดยังจับตารายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนธ.ค. ในวันศุกร์นี้ นักลงทุนยังจับตาความเคลื่อนไหวด้านภูมิรัฐศาสตร์ หลังสหรัฐฯ ระบุว่าได้ยึดเรือบรรทุกน้ำมันติดธงรัสเซียและมีความเชื่อมโยงกับเวเนซุเอลา ซึ่งเป็นแผนที่ผู้นำสหรัฐฯ พยายามรุกคืบกำหนดทิศทางน้ำมันในทวีปอเมริกา และกดดันให้รัฐบาลเวเนซุเอลามาเป็นพันธมิตรกับสหรัฐฯ โดยทำเนียบขาวระบุเมื่อวันอังคารว่า ทรัมป์กำลังหารือทางเลือกต่าง ๆ เพื่อให้ได้มาซึ่งกรีนแลนด์ รวมถึงความเป็นไปได้ในการใช้กองทัพ ที่มา Reuters 
|