"เมย์แบงก์" ชี้ตลาดอสังหาฯ ผ่านจุดต่ำสุด มองปี 69 ฟื้นตัว คาดกำไรรวมกลุ่มโต 6% จากแรงหนุนตลาดคอนโด ชู SPALI หุ้นเด่นจากกำไรโต ฐานะการเงินแกร่ง ปันผลสูง คาดครึ่งปีหลังแนวโน้มผลประกอบการกลุ่มสดใสจากการทยอยโอนโครงการใหม่ของผู้ประกอบการรายใหญ่ คงมุมมอง "เป็นกลาง" บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) ออกบทวิเคราะห์กลุ่มอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัยของไทย โดยยังคงคำแนะนำ "เป็นกลาง" (Neutral) พร้อมมองว่ากำไรน่าจะผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในปี 2568 และมีแนวโน้มทยอยฟื้นตัวในปี 2569 จากแรงหนุนของตลาดคอนโดมิเนียมที่กลับมาคึกคัก ขณะที่เลือก บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) หรือ SPALI เป็นหุ้นเด่นของกลุ่ม ฝ่ายวิจัยคาดว่ากำไรสุทธิรวมของกลุ่มอสังหาริมทรัพย์จะเติบโต 6% เมื่อเทียบกับปีก่อน แม้ยังต้องเผชิญความเสี่ยงจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูง และเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ซึ่งอาจกระทบกำลังซื้อและความเชื่อมั่นผู้บริโภค แต่ผลกระทบโดยตรงต่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยังอยู่ในวงจำกัด สำหรับ SPALI ได้รับการยกให้เป็นหุ้นเด่น เนื่องจากคาดว่ากำไรสุทธิปี 2569 จะเติบโต 12% จากปีก่อน มีฐานะการเงินแข็งแกร่งด้วยอัตราหนี้สินสุทธิต่อทุน (Net Gearing) เพียง 0.63 เท่า มีมูลค่างานในมือ (Backlog) สูงถึง 8.1 พันล้านบาท รองรับรายได้ในช่วงที่เหลือของปี และมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่น่าสนใจราว 7.4% ตลาดคอนโดฟื้นตัวชัดเจน ขณะที่แนวราบเริ่มทรงตัว ตลาดคอนโดมิเนียมกำลังเข้าสู่ภาวะสมดุล หลังอุปทานคงค้างลดลง 34% จากสิ้นปี 2562 เหลือประมาณ 161,500 ยูนิต ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2569 จากอุปสงค์ที่แข็งแกร่งและการชะลอเปิดโครงการใหม่ต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2563 ส่งผลดีต่อผู้ประกอบการที่มีแผนเปิดตัวโครงการใหม่ในช่วงครึ่งหลังของปี ในทางกลับกัน ตลาดที่อยู่อาศัยแนวราบยังมีสินค้าคงเหลืออยู่ในระดับสูงจากการเปิดตัวโครงการจำนวนมากในช่วงปี 2565-2568 แม้จำนวนยูนิตเหลือขายจะเริ่มลดลงเล็กน้อยในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 กำไรไตรมาส 2 อ่อนตัว แต่ฟื้นแรงจากไตรมาสแรก ฝ่ายวิจัยประเมินว่ากำไรหลักรวมของกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ในไตรมาส 2/2569 จะอยู่ที่ประมาณ 4.3 พันล้านบาท ลดลง 4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่เพิ่มขึ้นถึง 452% จากไตรมาสแรก การลดลงเมื่อเทียบรายปีเป็นผลจากรายได้โอนที่อยู่อาศัยที่ชะลอตัว รวมถึงแรงกดดันด้านอัตรากำไรของโครงการแนวราบระดับไฮเอนด์จากการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรง โดยเฉพาะ SIRI ขณะที่การฟื้นตัวเมื่อเทียบรายไตรมาสได้รับแรงหนุนจากการทยอยโอนโครงการคอนโดมิเนียมขนาดใหญ่ เช่น โครงการ COBE รัชดา–พระราม 9 ของ SC ด้าน AP คาดว่าจะเป็นผู้ประกอบการที่มีผลประกอบการโดดเด่นที่สุดในไตรมาสนี้ ครึ่งปีหลังแนวโน้มสดใส SPALI และ AP นำเติบโต เมย์แบงก์คาดว่าผลประกอบการของกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ในไตรมาส 3/2569 จะเติบโตทั้งเมื่อเทียบกับปีก่อนและไตรมาสก่อน โดย SPALI และ AP จะเป็นผู้ได้รับประโยชน์สูงสุด SPALI จะเริ่มโอนโครงการ "ศุภาลัย ปาร์ค เอกมัย–พัฒนาการ" มูลค่า 4.6 พันล้านบาท ซึ่งมียอดขายแล้ว 54% ขณะที่ AP จะเริ่มโอนโครงการ "ริธึม เจริญกรุง ไอคอนิค" มูลค่า 5 พันล้านบาท ที่มียอดขายแล้ว 88% ส่วน SIRI ยังคงมีแรงหนุนจากการโอนคอนโดมิเนียมรวม 4 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 10,700 ล้านบาท ขณะที่ SC แม้กำไรอาจชะลอลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน หลังการโอนโครงการ COBE รัชดา–พระราม 9 ผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว แต่ยังมีแนวโน้มเติบโตเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อ่านข่าวสารของสำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทยเพิ่มเติมได้ที่ : https://url.in.th/w-stock-news |