อารมณ์นักลงทุนเริ่มเกิด "ความกลัว" (Fear) เข้าเสียแล้ว! สอดคล้องราคาบิตคอยน์ร่วงหนักตั้งแต่ปลายเดือน เม.ย. และราคาตอนนี้ห่างจากจุดสูงสุดตลอดกาล 22% ข้อมูลจากเว็บไซต์ alternative.me แสดงให้เห็นว่าดัชนี Crypto Fear & Greed วันนี้อยู่ที่ 43 (Fear) ซึ่งเป็นคะแนนที่บ่งชี้อารมณ์ของนักลงทุนในตลาดคริปโทฯ ว่าได้กลับเข้าสู่ "ความกลัว" อีกครั้ง หลังจากตลอดทั้งปีมานี้อารมณ์นักลงทุนอยู่ในโหมดของความโลภ (Greed) และโลภแบบสุดๆ (Extreme Greed) เริ่มตั้งแต่ปลายเดือนมกราคมเป็นต้นมา คะแนนดังกล่าวต่ำกว่าเมื่อวานนี้ที่ 54 (Neutral) และสัปดาห์ก่อนอยู่ที่ 72 (Greed) และจากเดือนก่อนที่ 79 (Extreme Greed) เรียกได้ว่าแทบจะครบทุกรสชาติแล้วในปีนี้ โดยคะแนน 43 นับว่าทำสถิติต่ำสุดในรอบเกือบ 7 เดือน หากนับจากต่ำสุดครั้งก่อนที่ 44 (Fear) เมื่อวันที่ 13 ต.ค.ปีที่แล้ว ขณะนั้นราคาบิตคอยน์อยู่ที่ประมาณ $26,000-$27,000 ก่อนที่อีกไม่กี่วันต่อมาบิตคอยน์จะบอกลาเลขสองเป็นขาขึ้นทะลุ $30,000 และเดินหน้าแรลลี่จนข้ามมาถึงปีนี้ เมื่อตี 1 ที่ผ่านมา ผลการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ ครั้งที่ 3 ออกมาตามที่ตลาดคาด ด้วยการคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 5.25-5.50% และหลังประกาศราคา Bitcoin พุ่งขึ้นจาก 57,300 ดอลลาร์และใช้เวลาราว 1 ชม.ขึ้นมาเหนือระดับ $59,000 ก่อนที่อีกครึ่งชม.ต่อมาจะพลิกร่วงกลับสู่ช่วงต้น $57,000 และต่อเนื่องมาถึงช่วงเช้าวันนี้ อัลต์คอยน์เหรียญใหญ่ๆ ไม่ได้วิ่งตามบิตคอยน์ไปเสียทั้งหมด แต่มีบวกสวนขึ้นมาอย่างเช่น SOL(+3.46%),XRP(+1.77%), ADA (+1.63%) เว้น ETH และ BNB ที่ร่วงตามพี่ใหญ่ในช่วง 2-3% มูลค่าตลาดคริปโทฯ 2.17 ล้านล้านดอลลาร์ (-2.32%) ปริมาณการซื้อขาย 1.05 แสนล้านดอลลาร์ (+17.74%) ขณะที่มูลค่าตลาดของบิตคอยน์เช้านี้คิดเป็น 52.41% ทั้งนี้ เมื่อใดที่นักลงทุนเกิด "ความกลัว" (Fear) ก็มักจะมีพฤติกรรมขายสินทรัพย์ออกมา แต่นักลงทุนที่มองต่างมุมก็อาจจะใช้จังหวะที่ผู้คนเริ่มกลัวและคายของเข้าเก็บสะสม ต่างจากช่วงโลภที่นักลงทุนมักจะมีพฤติกรรมซื้อสินทรัพย์เพราะกลัวตกรถ ในตลาดการลงทุนมักพูดกันว่ามีอาการ FOMO ขณะที่นักลงทุนผู้มองต่างก็จะใช้จังหวะนี้ออกของ การที่อารมณ์นักลงทุนเริ่มเกิด "ความกลัว" (Fear) ขึ้นอีกครั้ง นับจากที่เคยเกิดอารมณ์แบบนี้เมื่อปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมาสอดคล้องกับการกลับตัวของบิตคอยน์ หลังปิดแท่งแดงมาสองวันติด ก่อนจะปิดเดือนเมษายนมูลค่าลดลงกว่า 14% เรียกได้ว่าให้ผลตอบแทนรายเดือนลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 7 เดือนเช่นกัน นับจากเดือนสิงหาคมปี 2023 |