ศาสดา Ethereum มอง Elon Musk “เอาแน่เอานอนไม่ได้” หลังเข้าคุมกิจการของทวิตเตอร์ ไม่ออกมา “ดีสุด”ก็คือ “แย่สุด” กรณีทำออกมาแล้วแย่ก็จะถือเป็นการเปิดโอกาสให้คนอื่นได้เข้ามาพัฒนาสิ่งใหม่ ๆ แต่เขาก็หวังว่าอีก 5-10 ปีจะเห็นแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ที่ดีกว่าปัจจุบัน ไม่แน่ว่า “อาจเป็นทวิตเตอร์เองก็ได้” เป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์แล้วหลังจากที่ Elon Musk เข้ามากุมอำนาจในบริษัททวิตเตอร์ และได้เดินหน้าปรับเปลี่ยนหลายสิ่งหลายอย่างในสื่อสังคมออนไลน์ที่กำลังระส่ำระสายแห่งนี้อย่างไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมใด ๆ โดยเฉพาะการไล่ปลดพนักงานครั้งใหญ่จนทำให้หลายฝ่ายตั้งตัวกันแทบไม่ทัน ในประเด็นนี้ ผู้ร่วมก่อตั้งของ Ethereum อย่าง Vitalik Buterin ก็เป็นคนหนึ่งที่เชื่อว่าหัวเรือใหญ่แห่ง Tesla รายนี้จะเป็นคนที่นำพาให้ทวิตเตอร์มุ่งไปสู่ “ความเป็นสุดยอด” หรือไม่ก็ “ถอยหลังลงคลอง” ไปเลย ซึ่งในกรณีที่ทวิตเตอร์ไปไม่รอดก็จะถือเป็น “การเปิดโอกาสให้คนอื่นได้เข้ามาพัฒนาสิ่งใหม่ ๆ บ้าง” โดย Buterin ยังกล่าวเสริมอีกว่า มีความเป็นไปได้ที่ทวิตเตอร์ซึ่งอยู่ภายใต้การกุมบังเหียนของ Musk นั้นจะกลายเป็นแพลตฟอร์มที่ “พอใช้ได้” คือไม่ถึงกับดีเยี่ยม แต่ก็ไม่แย่อะไรมากมาย ***มุมมองของ Buterin แห่ง Ethereum ที่มีต่อการเข้าซื้อกิจการทวิตเตอร์ของ Elon Musk เมื่อวันพฤหัสบดีที่แล้ว Elon Musk มหาเศรษฐีพันล้านผู้โด่งดังได้เข้าควบคุมอำนาจในการบริหารทวิตเตอร์อย่างสมบูรณ์ หลังจากที่มีกระแสคาดการณ์ไปต่าง ๆ นานามาตลอดระยะเวลาหลายเดือน โดย Musk ประเดิมงานแรกในฐานะประธานคนใหม่ของแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ชื่อดังระดับโลก ด้วยการสั่งปลดประธานเจ้าหน้าที่บริหารของทวิตเตอร์อย่าง Parag Agrawal ตามมาด้วยประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน Ned Segal ไล่มาจนถึงประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมายและนโยบาย Vijaya Gadde ด้วยเช่นกัน ซึ่ง Musk ยังส่งสัญญาณว่าจะมีการปรับเปลี่ยนบุคลากรของทวิตเตอร์ครั้งใหญ่ตามมาอีกในอนาคต ทั้งนี้ Buterin ได้แสดงมุมมองต่อการเข้าครอบครองกิจการครั้งใหญ่ที่สุดในแวดวงเทคโนโลยีว่า “Elon เป็นคนที่เอาแน่เอานอนอะไรไม่ได้เลย” โดยผู้ร่วมก่อตั้งของ Ethereum ได้ขึ้นปราศรัยในงานเทศกาลเทคโนโลยีระบบการเงินของสิงคโปร์ (Singapore FinTech Festival 2022 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 2-4 พ.ย.) พร้อมกับเปิดเผยความในใจไว้ว่า “ผมหวังใจให้มีแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ที่ดีกว่านี้เกิดขึ้นในอีก 5 ถึง 10 ปีข้างหน้า” Buterin ยังฉายภาพให้เห็นด้วยว่า “แพลตฟอร์มนั้นอาจเป็นทวิตเตอร์เองก็ได้ หรือไม่เช่นนั้นเราก็จะเห็นคู่แข่งของทวิตเตอร์เกิดขึ้นจนนับไม่ถ้วน แล้วก็เป็นไปได้เหมือนกันว่า ทวิตเตอร์จะเป็นสื่อสังคมออนไลน์ที่ดีเยี่ยม จนดึงดูดคู่แข่งให้เข้ามาแย่งตลาดเป็นจำนวนมาก ” ***กระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการรื้อกติกาของระบบเครื่องหมายถูกสีฟ้าบนทวิตเตอร์ เรียกได้ว่ามีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เกิดขึ้นเป็นรายวันนับตั้งแต่ที่ Musk เข้ามากุมบังเหียนของทวิตเตอร์ แล้วก็ยังเกิดกระแสร้อนแรงขึ้นมาอีกเมื่อบิ๊กบอสคนใหม่ประกาศลั่นว่าผู้ใช้งานทวิตเตอร์ที่ได้รับการพิสูจน์ยืนยันตัวตนแล้วจะถูกเรียกเก็บค่าบริการแลกกับการคงสถานะของการมีเครื่องหมายถูกสีฟ้ากำกับอยู่ที่ด้านหลังชื่อผู้ใช้งาน Musk ยังเสนอให้มีการขึ้นค่าบริการรายเดือนสำหรับสมาชิกของ “Twitter Blue” ซึ่งเป็นบริการเสริมของทางทวิตเตอร์ที่มีค่าบริการ 4.99 ดอลลาร์ต่อเดือน เพื่อรับสิทธิ์ในการใช้งานฟีเจอร์พิเศษต่าง ๆ ให้ขึ้นราคามาเป็น 20 ดอลลาร์ต่อเดือน ซึ่ง Musk มองว่าวิธีนี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการพิสูจน์ยืนยันตัวตนของผู้ใช้งานรวมไปถึงช่วยลดปริมาณของบัญชีที่ใช้โปรแกรมอัตโนมัติและบัญชีโฆษณาที่กำลังระบาดอยู่เต็มเครือข่ายของทวิตเตอร์ แต่หลังจากนั้น Musk ก็ขอปรับลดราคาค่าบริการให้ลงมาอยู่ที่ 8 ดอลลาร์ต่อเดือนเพื่อให้ “เหมาะสมกับกับกำลังซื้อของคนในประเทศ” ซึ่งท่าทีกลับไปกลับมาของซีอีโอป้ายแดงแห่งทวิตเตอร์รายนี้ได้ก่อให้เกิดกระแสทัวร์ลงเป็นจำนวนมาจากบรรดาผู้ใช้งานของทวิตเตอร์รวมไปถึง Buterin ด้วย โดยศาสดาแห่ง Ethereum กล่าวว่ากติกาใหม่ที่ Musk ตั้งขึ้นนี้จะประสบความสำเร็จหรือล้มเหลวได้นั้นย่อมขึ้นอยู่กับ “ความเข้มงวดและเอาจริงเอาจังในกระบวนการพิสูจน์ยืนยันตัวตนของผู้ใช้งานที่ได้รับเครื่องหมายถูกสีฟ้า” และ Buterin ยังขยายความอีกว่า “ถ้ามีกระบวนการพิสูจน์ยืนยันตัวตนที่เข้มงวดและจริงจัง ผลลัพธ์ที่ได้ก็จะเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ” พร้อมกับตั้งคำถามว่ากระบวนการในลักษณะนี้จะก่อให้เกิด “การแบ่งชนชั้นตามฐานะทางการเงิน” ขึ้นมาในสังคมของทวิตเตอร์หรือไม่ และยังกล่าวเสริมอีกว่าบริการเสริมของทวิตเตอร์ที่ใช้งานกันอยู่ในปัจจุบันนั้น “ให้สิทธิพิเศษมากกว่าแพ็กเกจราคา 20 ดอลลาร์ต่อเดือนที่เสนอมาก่อนหน้านี้เสียอีก” ที่มา : cryptopotato *คริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ |