สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมอง ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่ได้ประเมินทิศทางของ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC จากบทวิเคราะห์ที่ออกมาในวันที่ 9 ก.ค.69
ชื่อโบรก | คำแนะนำ | ราคาเป้าหมาย | บล.บัวหลวง | ซื้อ | 42.00 บาท | บล.ทิสโก้ | ถือ | 40.00 บาท | บล.ลิเบอเรเตอร์ | Non-rated | 39.63 บาท | บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส | ถือ | 34.00 บาท |
สรุปปัจจัยบวก + การหยุดเดินเครื่องโรงงานผลิต Polyols ชั่วคราว (Mothball) ของบริษัทย่อย (GCP) เป็นการตัดภาระจากธุรกิจที่ขาดทุนต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยลดผลขาดทุนสุทธิประมาณ 1.2 - 1.5 พันล้านบาทต่อปี และช่วยลดผลขาดทุน EBITDA ประมาณ 200 - 300 ล้านบาทต่อปี ส่งผลดีต่อผลการดำเนินงานหลักในระยะยาว (บล.ทิสโก้, บล.บัวหลวง, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส, บล.ลิเบอเรเตอร์)
+ ปริมาณ Propylene Oxide (PO) ที่เคยส่งให้ GCP จะสามารถเปลี่ยนไปจำหน่ายให้ลูกค้าภายนอกได้ ซึ่งจะช่วยจำกัดผลกระทบเชิงลบต่อธุรกิจ (บล.ทิสโก้)
+ การเข้าซื้อหุ้นที่เหลืออีก 17.9% ใน GCP ทำให้ PTTGC ถือหุ้นเพิ่มเป็น 100% ส่งผลให้มีอิสระและมีความยืดหยุ่นเต็มที่ในการตัดสินใจเกี่ยวกับแผนในอนาคต เช่น การกลับมาเดินเครื่องโรงงาน หรือการขายสินทรัพย์ (Divestment) โดยคาดว่าใช้เงินลงทุนในธุรกรรมนี้ไม่มากเนื่องจากผลประกอบการที่อ่อนแอ (บล.ทิสโก้, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส)
+ อุตสาหกรรมมีทิศทางดีขึ้นหลังการปรับลดกำลังการผลิตในตลาด ซึ่งจะช่วยให้ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ (Spread) ปรับตัวดีขึ้น และจะเริ่มส่งผลต่องบการเงินในงวดไตรมาส 2/2569 (บล.ลิเบอเรเตอร์)
+ ราคาหุ้นมีโอกาสกลับมารับข่าวความไม่สงบในตะวันออกกลาง รวมถึงงบการเงินไตรมาส 2/2569 ที่คาดว่าจะดีขึ้นตามส่วนต่างผลิตภัณฑ์ ขณะที่มูลค่าหุ้น (Valuation) ยังน่าสนใจ โดยซื้อขายบน P/B ปี 2569 เพียง 0.5 เท่า (บล.ลิเบอเรเตอร์)
สรุปปัจจัยลบ - บริษัทคาดว่าจะต้องบันทึกรายการตั้งสำรองค่าใช้จ่ายชั่วคราวพิเศษจากการหยุดเดินเครื่องโรงงาน (Mothballing Provision) จำนวนไม่เกิน 1.8 พันล้านบาท (หลังหักภาษี) ในงบการเงินงวดไตรมาส 2/2569 (บล.ทิสโก้, บล.บัวหลวง, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส, บล.ลิเบอเรเตอร์)
- ธุรกิจ Polyols ยังคงเผชิญแรงกดดันจากภาวะอุปทานล้นตลาดในภูมิภาค และอุปสงค์ที่ยังคงอ่อนแอ (บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส)
- มีค่าใช้จ่ายต่อเนื่องในการดูแลรักษาสภาพโรงงานให้อยู่ในสภาพพร้อมกลับมาดำเนินการผลิตอยู่ที่ประมาณ 50 ล้านบาทต่อปี (บล.ลิเบอเรเตอร์)
- วัฏจักรขาลงของธุรกิจปิโตรเคมี (Petrochemical Downcycle) คาดว่าจะยังคงดำเนินต่อไปจนถึงช่วงปี 2571 - 2572 เนื่องจากมีกำลังการผลิตใหม่ของอุตสาหกรรมโรงกลั่นทยอยเข้าสู่ตลาดต่อเนื่องจนถึงปี 2571 ซึ่งปัจจัยเชิงโครงสร้างนี้จะจำกัดการฟื้นตัวของผลประกอบการ (บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส)
- กำไรสุทธิในงวดไตรมาส 2/2569 คาดว่าจะยังถูกกดดันจากผลขาดทุนจากสต๊อกน้ำมัน (Inventory Loss) เนื่องจากราคาน้ำมันปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็วในเดือน มิ.ย. 2569 หลังความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์เริ่มคลี่คลาย (บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส)
- ราคาหุ้น PTTGC ปรับตัวขึ้นมาค่อนข้างมาก โดยบวกมากกว่า 50% ตั้งแต่ต้นปี (YTD) ซึ่งสะท้อนปัจจัยบวกจากประโยชน์การขยายตัวของส่วนต่างกำไรที่ได้รับแรงหนุนจากสงคราม และการฟื้นตัวของกำไรในระยะสั้นไปเรียบร้อยแล้ว (บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส)
ให้ efinAI ช่วยสรุปข่าวและสัญญาณหุ้นก่อนใคร ได้ที่ : https://url.in.th/w-efin-stocknews
|