สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมอง ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่ได้ประเมินทิศทางของ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จํากัด (มหาชน) หรือ AWC จากบทวิเคราะห์ที่ออกมาในวันที่ 28 ก.ย. 69 ชื่อโบรกเกอร์ | คำแนะนำ | ราคาเป้าหมาย (บาท) | บล.กรุงศรี | ซื้อ (Buy) | 3.90 | บล.เคจีไอ | Outperform | 3.60 | บล.ทิสโก้ | ถือ | 3.20 |
สรุปปัจจัยบวก+ + การเปิดตัวและการจัดตั้งกองทุน AWR REITs (AWR) ด้วยสินทรัพย์ 5 รายการ ช่วยปลดล็อกมูลค่าสินทรัพย์ที่ซ่อนอยู่ (Unlock Asset Value) และลดภาระหนี้สิน โดยมีมูลค่าการขายสินทรัพย์ขั้นต่ำรวมประมาณ 48,000 - 48,449 ล้านบาท (บล.กรุงศรี, บล.ทิสโก้, บล.เคจีไอ) + คาดการณ์ว่าจะมีการรับรู้กำไรพิเศษจากการขายสินทรัพย์เข้ากองทรัสต์ประมาณ 14,000 - 14,900 ล้านบาท (ก่อนหักภาษีและค่าใช้จ่ายอื่นๆ) ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงต้นปี 2570 (บล.กรุงศรี, บล.ทิสโก้, บล.เคจีไอ) + เงินที่ได้รับจากการขายจะถูกนำไปใช้ชำระหนี้เป็นลำดับแรก ช่วยเสริมความแข็งแกร่งของงบดุล และจะเพิ่มความสามารถในการก่อหนี้เพิ่มเติมได้อีกประมาณ 1.15 แสนล้านบาท เพื่อรองรับแผนการลงทุน 1 แสนล้านบาท ในช่วง 5 ปีข้างหน้า (บล.ทิสโก้, บล.เคจีไอ) + คาดว่าอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (IBD/E) จะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จากระดับ 0.89 - 1.0 เท่า เหลือ 0.46 เท่า ภายหลังจากการรับรู้กำไรขายสินทรัพย์ (บล.กรุงศรี, บล.ทิสโก้) + ราคาขายสินทรัพย์ล็อตแรก 5 แห่ง มีมูลค่าสูงกว่ามูลค่าทางบัญชี (Book Value) โดยคิดเป็น 1.44 เท่าของ P/BV และมีส่วนต่างจาก Book Value ประมาณ 1.48 หมื่นล้านบาท (บล.เคจีไอ) + แนวโน้มผลการดำเนินงานระยะสั้นแข็งแกร่ง จากฐานรายได้ในประเทศที่เติบโตโดดเด่น โดยคาดว่า RevPAR ในไตรมาส 3/69 จะเติบโต 20% YoY และยอดจองล่วงหน้า (On-the-Book) สำหรับไตรมาส 4/69 ถึง ไตรมาส 1/70 จะเพิ่มขึ้น 20% YoY ส่งผลให้กำไรครึ่งปีหลัง 69 โตแกร่งทั้ง YoY และ QoQ (บล.กรุงศรี, บล.เคจีไอ) + บริษัทจะได้รับค่าธรรมเนียมในฐานะผู้บริหารการพัฒนาโครงการ 3.5% ของต้นทุนการพัฒนารวม สำหรับโครงการในอนาคตของกองทรัสต์ (บล.เคจีไอ) สรุปปัจจัยลบ - มีความกังวลและรอดูความชัดเจนเกี่ยวกับเงื่อนไขการเช่าสินทรัพย์กลับมาใช้งาน (Leaseback) ซึ่งผลกระทบต่อกำไรในระยะยาวอาจเป็นลบ หากมีการกำหนดค่าเช่าไว้สูงกว่าอัตราผลตอบแทนของสินทรัพย์ในปัจจุบัน (Current Yield) ที่ประเมินไว้ประมาณ 3.4% โดยอิง EBITDA ปี 2568 (บล.ทิสโก้) - ต้นทุนค่าเช่าโดยนัยของสินทรัพย์ประเมินว่าจะสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง ซึ่งประเมินไว้ที่ระดับ 2.5% (บล.ทิสโก้) - ธุรกรรมการขายสินทรัพย์ทั้ง 5 แห่ง มีมูลค่าโดยนัย (Implied Valuation) สูงถึง 29.5 เท่า ของ EV/EBITDA (อิงปี 2568) ซึ่งเป็นระดับที่สูงกว่าช่วง 15-18 เท่า ที่พบได้ในสินทรัพย์กลุ่มโรงแรมอย่างมีนัยสำคัญ และยังสูงกว่าสินทรัพย์สำนักงานเกรด Prime (บล.ทิสโก้) - มีความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ และปัญหาค่าครองชีพที่สูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อความต้องการในการเดินทางท่องเที่ยว (บล.เคจีไอ) |