สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทปิดแดนบวก ในวันจันทร์ (22 ก.ค.) โดยดาวโจนส์ปิดเพิ่มขึ้น 127.91 จุด โดยได้แรงหนุนจากการช้อนซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ซึ่งช่วยให้ดัชนี S&P 500 และดัชนีแนสแดคฟื้นตัว หลังทำสถิติร่วงลงรายสัปดาห์มากที่สุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย. ด้านนักลงทุนยังคงประเมินสถานการณ์การเมืองในสหรัฐฯ หลังจากที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ประกาศถอนตัวออกจากการเลือกตั้ง ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดเพิ่มขึ้น 127.91 จุด หรือ 0.32% ปิดที่ 40,415.44 จุด ดัชนี S&P 500 ปิดเพิ่มขึ้น 59.41 จุด หรือ 1.08% ปิดที่ 5,564.41 จุด ดัชนีแนสแดค ปิดเพิ่มขึ้น 280.63 จุด หรือ 1.58% ปิดที่ 18,007.57 จุด ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ กลับมาปิดในแดนบวกอีกครั้ง หลังจากที่ปรับตัวลดลง 2 วันติดต่อกัน นับตั้งแต่แตะระดับสูงสุดตลอดกาลเมื่อวันพุธที่ผ่านมา โดยหุ้นกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่อย่าง Alphabet, Meta Platforms และ Tesla ต่างปรับตัวเพิ่มขึ้นระหว่าง 2.2-5.1% หลังจากเป็นปัจจัยหลักที่ฉุดตลาดให้ร่วงลงในสัปดาห์ที่แล้ว ด้านหุ้น Nvidia ปิดพุ่งขึ้น 4.8% หลังสำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่าบริษัทกำลังพัฒนาชิป AI เรือธงรุ่นใหม่สำหรับตลาดจีนโดยเฉพาะ ซึ่งสอดคล้องกับมาตรการควบคุมการส่งออกชิปขั้นสูงในปัจจุบันของสหรัฐฯ ขณะที่หุ้น 11 กลุ่มที่คำนวนในดัชนี S&P 500 พบว่า หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศปรับตัวเพิ่มขึ้น 2% นำหน้าหุ้นกลุ่มอื่น ๆ หลังจากปิดแดนลบติดต่อกัน 4 วัน ปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนจับตามองเพื่อประเมินการซื้อขาย คือการลงแข่งขันชิงตำแหน่งประธานาธิบดี หลังจากที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ประกาศถอนตัวและสนับสนุนให้รองประธานาธิบดีคามาลา แฮร์ริส ขึ้นเป็นตัวแทนพรรคเดโมแครตแทนตนในการเลือกตั้งสหรัฐฯ ซึ่งจะมีขึ้นในเดือนพ.ย.นี้ การถอนตัวของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ทำให้นักลงทุนต้องกลับมาทบทวนพิจารณาถึงกลยุทธ์การซื้อขายอีกครั้ง เพราะก่อนหน้านี้มีการคาดการณ์ว่า โดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีและตัวแทนจากพรรครีพับลิกันจะเป็นผู้ชนะคว้าชัยในการเลือกตั้ง ซึ่งอาจเพิ่มแรงกดดันด้านการคลังของสหรัฐฯ และทำให้เงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้น ขณะที่นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่า ตลาดอาจได้ประโยชน์จากโอกาสที่เพิ่มขึ้นว่า รัฐบาลชุดใหม่อาจขาดเอกภาพในสภา เว็บไซต์พนันออนไลน์ PredictIt ปรับลดโอกาสคว้าชัยชนะของโดนัลด์ ทรัมป์ ลง 4% เหลือ 60% ขณะที่นางคามาลา แฮร์ริสเพิ่มขึ้น 12% สู่ระดับ 39% ด้านหุ้นที่เกี่ยวข้องกับโดนัลด์ ทรัมป์ ปิดผันผวน โดย Trump Media & Technology Group ลดลง 0.8% ในขณะที่บริษัทซอฟต์แวร์ Phunware เพิ่มขึ้น 4% ความไม่แน่นอนดังกล่าว ปรากฏขึ้นพร้อมกับความวิตกกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับผลประกอบการรายไตรมาส รวมถึงผลประกอบการของ 2 บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ ในกลุ่ม Magnificent Seven อย่าง Alphabet และ Tesla ซึ่งมีกำหนดรายงานผลประกอบการรายไตรมาส 2 ในสัปดาห์นี้ ด้านหุ้นรายตัว พบว่าหุ้นบริษัทรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ CrowdStrike ร่วงลง 13.5% หลังบริษัทอัปเดตซอฟต์แวร์ล่าสุด ซึ่งก่อให้เกิดการขัดข้องทางอินเทอร์เน็ตทั่วโลกเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ขณะที่หุ้น Delta Air Lines ลดลง 3.5% หลังสั่งยกเลิกเที่ยวบินกว่า 600 เที่ยว เนื่องจากประสบปัญหาจาก CrowdStrike ด้านหุ้น Verizon Communications ลดลง 6.1% หลังเผยรายรับในไตรมาส 2 ต่ำกว่าคาดการณ์ และหุ้น Mattel Inc ทะยาน 15.1% หลังสำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ผู้ผลิตของเล่นรายนี้ ได้รับข้อเสนอเทคโอเวอร์กิจการจากบริษัท L Catterton ที่มา Reuters |