GUNKUL เผยงบ Q2/69 กำไร 575 ลบ. โต 19% โชว์รายได้พุ่ง 41.5% มั่นใจรายได้ปีนี้โต 1 หมื่นลบ.ตามเป้า ชูมีโรงไฟฟ้ารอรับรู้รายช่วงปี 69-73 มากถึง 1,502 เมกะวัตต์ พร้อมเดินหน้าชิงโครงการทุกมาตรการที่สอดคล้องกับ PDP 2026 นางสาวนฤชล ดำรงปิยวุฒิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ GUNKUL เปิดเผยว่า ผลประกอบการในช่วงไตรมาส 2/69 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 574.9 ล้านบาท สร้างการเติบโต 18.7% เทียบกับช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน
ไตรมาสนี้ บริษัทฯ มีรายได้รวมอยู่ที่ 2,822.5 ล้านบาท เติบโตจากช่วงเดียวกันของปีก่อนถึง 41.5% โดยรายได้จากฝั่งธุรกิจก่อสร้างเติบโตเกือบ 2 เท่าตัว จากการส่งมอบงานโครงการรับเหมาก่อสร้างทั้งทางภาครัฐและเอกชนหลายโครงการที่ทยอยรับรู้รายได้อย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา รวมถึงรายได้ในฝั่งธุรกิจผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้าที่เติบโตเพิ่มขึ้น 22.0% ในส่วนของธุรกิจผลิตไฟฟ้าเพื่อจำหน่ายจากโรงไฟฟ้าพลังงานสะอาดสามารถสร้างรายได้ตามเป้าหมาย และมีโครงการที่จะเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) เพิ่มเติมในปีนี้อีก 88.3 เมกะวัตต์ (Equity MW) ภาพรวมครึ่งปีแรก บริษัทฯ สามารถสร้างรายได้รวมกว่า 5,400 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากงวดเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากธุรกิจก่อสร้างและธุรกิจผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้าเติบโตได้ดี ในส่วนธุรกิจผลิตไฟฟ้าเพื่อจำหน่ายจากโรงไฟฟ้าพลังงานสะอาดยังคงสร้างรายได้อย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ ส่งผลให้ภาพรวมผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีแรกเติบโตตามเป้าหมาย
โดยเมื่อรวมกับ Backlog ที่รอรับรู้รายได้ภายในปีนี้ มั่นใจรายได้ปี 69 เป็นไปตามเป้าหมาย 10,000 ล้านบาท นอกจากนี้ ปัจจัยหนุนจากแผนในการปรับปรุงโครงสร้างไฟฟ้าของประเทศไทยที่ทาง ภาครัฐได้มีการวางงบการลงทุนไว้เกือบ 100,000 ล้านบาท ครอบคลุมการลงทุนสายส่งในพื้นที่ EEC การลงทุนขยายระบบสายส่ง และการลงทุนในการเปลี่ยนผ่านสู่ Smart Grid เชื่อมั่นจะเป็นปัจจัยหนุนให้ Backlog บริษัทฯ เติบโตอย่างต่อเนื่อง ในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา GUNKUL ประสบความสำเร็จในกลุ่มธุรกิจพลังงานสะอาด บรรลุเป้าเมกะวัตต์สะสม 2,000 เมกะวัตต์ได้ก่อนกำหนด จากการคว้าเมกะโปรเจกต์โซลาร์ลอยน้ำขนาดใหญ่ที่สุดในอาเซียนขนาด 784 เมกะวัตต์ที่ประเทศฟิลิปปินส์มาได้สำเร็จ ทำให้ปัจจุบันมีกำลังการผลิตติดตั้งตามสัดส่วนการถือหุ้น (Equity Installed Capacity) รวม 2,121 เมกะวัตต์ จากพอร์ตโฟลิโอพลังงานสะอาดทั้งหมด 2,121 เมกะวัตต์ ชูมีโรงไฟฟ้ารอรับรู้รายช่วงปี 69-73 มากถึง 1,502 เมกะวัตต์ บริษัทฯ มีโครงการโรงไฟฟ้าที่อยู่ในระหว่างพัฒนาและรอรับรู้รายได้ในช่วงปี 2569-2573 มากถึง 1,502 เมกะวัตต์ โดยจะเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) ภายในสิ้นปี 69 และปี 70 เป็นจำนวน 88 เมกะวัตต์ และ 801 เมกะวัตต์ ตามลำดับ ไม่เพียงเท่านั้น บริษัทฯ มีแผนในการประมูลโครงการเพื่อเพิ่มเมกะวัตต์สะสมอย่างต่อเนื่องและพร้อมเข้าร่วมในทุกมาตรการสอดคล้องกับ PDP 2026 ฉบับใหม่ที่มีแนวโน้มการขยายตัวโครงการโซลาร์ฟาร์มในประเทศเพิ่มเติมสูงถึง 20,000-30,000 เมกะวัตต์ ไม่รวมกับกำลังการผลิตที่จะเพิ่มขึ้นจากมาตรการโซลาร์ภาคชุมชน และโครงการพลังงานสะอาดอื่นๆ อาทิ Direct PPA และการพัฒนาระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ระดับโครงข่ายที่วางไว้กว่า 10,485 เมกะวัตต์ ภายใต้แผนการสร้างโครงข่ายไฟฟ้าของประเทศไทยที่มีเสถียรภาพมากขึ้นรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมใหม่อย่าง Data Center และ EV นอกเหนือไปจากโครงการในสเกลระดับประเทศ ในส่วนของแผนการดำเนินงานครึ่งปีหลัง บริษัทฯ พร้อมเดินหน้ายกระดับบริการโซลูชั่นด้านพลังงานสะอาดโดยมุ่งเน้นการปลดล็อกศักยภาพการใช้พลังงานสะอาดในกลุ่มภาคอุตสาหกรรม ภาคธุรกิจ หรือแม้แต่ภาคครัวเรือน ผ่านโมเดล Solar + Battery ที่ช่วยลดต้นทุนค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้าได้อย่างมีนัยสำคัญมากกว่าการติดระบบโซลาร์อย่างเดียว พร้อมรับอานิสงส์ มาตรการโซลาร์รูฟท็อปของรัฐบาล ทั้งนี้ จากมาตรการสนับสนุนการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปล่าสุดที่ออกมา ซึ่งภาครัฐมีแผนจะออกงบสนับสนุน 50,000 บาทต่อหลังคาเรือนร่วมกับระบบ Net-billing ที่ผู้ใช้ไฟสามารถขายไฟฟ้าส่วนเกินคืนเข้าระบบการไฟฟ้า โดยมีเป้าหมาย 1 ล้านหลังคาเรือนคาดการณ์มูลค่าตลาดราวๆ 200,000 ล้านบาท จะเป็นอีกเป็นแรงกระเพื่อมให้เกิดการตัดสินใจติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปในกลุ่มลูกค้าครัวเรือนต่อจากนโยบายลดหย่อนภาษี 200,000 บาทที่ได้ประกาศออกมาช่วงเดือนมีนาคม ซึ่งทาง GUNKUL ได้มีธุรกิจให้บริการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อประดับบ้านอยู่อาศัยที่ดูแลแบบครบวงจรตั้งแต่ออกแบบ ติดตั้งและดูแลหลังการขาย GUNKUL พร้อมสร้างการเติบโตในทุกมิติจากจุดแข็งในด้านรูปแบบการทำธุรกิจที่ครบวงจรและครอบคลุมทั้ง Energy Value Chain ช่วยสร้างความแตกต่างให้กับบริษัทฯ ในการรองรับมาตรการภาครัฐทั้งหมดที่มุ่งเน้นผลักดันให้เกิดการใช้พลังงานสะอาดเพิ่มขึ้นในทุกสเกล สามารถดูแลลูกค้าตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำในทุกแรงดันไฟฟ้า และพร้อมต่อยอดความเชี่ยวชาญเข้าไปในอุตสาหกรรมใหม่ ที่โครงสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐานด้านพลังงานสีเขียวเป็นฐานในการเติบโต ในขณะเดียวกันบริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการบริหารโครงสร้างการเงินเพื่อให้เกิดการลงทุนที่มีประสิทธิภาพเพื่อประโยชน์ต่อผู้ถือหุ้น พร้อมสร้างมูลค่าที่จับต้องได้ต่อผู้ใช้พลังงานในทุกบทบาทและนำไปสู่การพัฒนาโครงสร้างตลาดไฟฟ้าเสรีที่ไม่เพียงช่วยปลดล็อกจากกติกาใหม่ทางด้านสิ่งแวดล้อม แต่ยังยกระดับศักยภาพของตลาดพลังงานไทยให้พร้อมต่อการเติบโตของเศรษฐกิจใหม่ของประเทศในระยะยาว บนวิสัยทัศน์ในการเป็นพาร์ตเนอร์ด้านพลังงานสีเขียวที่ขับเคลื่อนโซลูชั่นโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานสะอาดและ AI (Energy & AI Infrastructure) กำไรดีกว่าโบรกฯ คาดที่ 500 ลบ. บล.หยวนต้า(ประเทศไทย) คาดกำไรปกติ Q2/69 ที่ 500 ลบ. (+16.7% QoQ, +4.4% YoY) สูงสุดในรอบ 7 ไตรมาส จากการเติบโตของธุรกิจ EPC และ Trading แม้มีโครงการลม 1 แห่งสิ้นสุด Adder ส่งผลให้กำไรครึ่งปีหลัง คิดเป็น 45% ของประมาณการทั้งปี ส่วนแนวโน้มครึ่งปีหลังยังแข็งแกร่ง จาก Backlog 3-4 พันลบ. และงานที่รอผลอีก 7-8 พันลบ. หนุนรายได้ EPC ขณะที่ธุรกิจโรงไฟฟ้าเข้าสู่ High season ของพลังงานลม คาดกำไร Q3/69 - Q4/69 ยืนเหนือ 500 ลบ. ต่อไตรมาส แม้ราคาหุ้น YTD ปรับขึ้นแรง แต่ผลประกอบการยังอยู่ในช่วงขยายตัว โดยมีการเติบโตของงาน EPC ในประเทศ และ Upside จากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านสายส่งและ Smart Grid ของภาครัฐ คงคำแนะนำ "ซื้อ" จาก Valuation ที่ยังน่าสนใจ โดยซื้อขายที่ PER ปี 2026-27 เพียง 22 เท่า และ 18 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่ม พร้อม Dividend Yield ราว 3% ต่อปี ให้ efinAI ช่วยสรุปข่าวและสัญญาณหุ้นก่อนใคร ได้ที่ : https://url.in.th/w-efin-stocknews |