AIRA Group เดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก หนุนรายได้ประจำและการเติบโตระยะยาว เตรียม Spin-off "ไอร่า พร็อพเพอร์ตี้" เข้าตลาดหลักทรัพย์ช่วงไตรมาส 3/70 ก่อนตั้งกอง REIT มูลค่า 8,000 ลบ. เข้าเทรดปี 72 พร้อมตั้งเป้ารายได้ปี 69 เติบโต 20% หลังผลงานไตรมาส 1 พลิกมีกำไร รุกลงทุนครึ่งปีหลัง 69 ผ่านการขับเคลื่อน 2 กลุ่มธุรกิจหลัก
นางนลินี งามเศรษฐมาศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไอร่า แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ AIRA Group เปิดเผยว่า ในช่วงครึ่งปีหลัง 69 บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าลงทุนตามนโยบาย Investment Holding Company โดยมุ่งสร้างการเติบโต อย่างมั่นคงและยั่งยืน ผ่านการขับเคลื่อน 2 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ กลุ่มธุรกิจการเงินและการลงทุนครบวงจร (ธุรกิจหลักทรัพย์, สินเชื่อ, วาณิชธนกิจ)
และกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ภายใต้ บริษัท ไอร่าพร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็น Flagship สำคัญในการสร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) จากการพัฒนาและบริหารอาคารสำนักงานรวมถึงโรงแรมระดับพรีเมียม เพื่อยกระดับสู่การเป็นกลุ่มธุรกิจชั้นนำทางการเงินและอสังหาริมทรัพย์ที่ครบวงจร
นอกจากนี้ยังประเมินเศรษฐกิจในช่วง 6 เดือนข้างหน้าอยู่ในช่วง Survival หรือการเน้นเอาตัวรอด โดยทุกบริษัทต้องทำงานด้วยความรอบคอบ ไม่ประมาท และไม่คาดการณ์ทุกอย่างในแง่ดีจนเกินไป เนื่อง ภาวะเศรษฐกิจโลกมีความผันผวนสูงจากการเมืองระหว่างประเทศ เช่น นโยบายของสหรัฐฯ รวมถึงปัจจัยเรื่องราคาน้ำมันและปัญหาเส้นทางคมนาคม
เตรียมดัน "ไอร่า พร็อพเพอร์ตี้" ระดมทุน IPO ช่วง Q3/70
ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ถือเป็นธุรกิจเด่นของบริษัท โดยปัจจุบันธุรกิจอสังหาริมทรัพย์กลายเป็นแหล่งรายได้หลัก (Income) ที่สร้างกระแสเงินสดให้บริษัทได้ประมาณกว่า 100 ล้านบาทต่อปี โดยคิดสัดส่วนรายได้ประมาณ 30%
ซึ่งความโดดเด่นของธุรกิจนี้เห็นได้จากตึก Spring Tower มีอัตราการเช่า (Occupancy rate) สูงถึง 94-95% ซึ่งถือว่าสูงมากในสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน โดยฐานลูกค้าส่วนใหญ่เป็นรายใหญ่จากต่างประเทศที่มาจากสายสัมพันธ์ระดับสากล
สำหรับการขับเคลื่อนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในอนาคต บริษัทฯ ได้วาง 3 กลยุทธ์หลักเพื่อสร้างผลตอบแทนระยะยาวให้แก่ผู้ถือหุ้น เริ่มจากกลยุทธ์ Strategic Recurring Income เน้นสร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) จากอาคารสำนักงานเกรด A และโปรเจกต์โรงแรม "DoubleTree by Hilton Bangkok Silom" มูลค่า 2,300 ล้านบาท กำหนดการเริ่มโครงการคาดว่าจะเริ่มลงเสาเข็มก่อสร้างได้ในช่วงต้นปี 2570 ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2572
โดยสาเหตุสำคัญที่เลือกใช้แบรนด์ DoubleTree by Hilton เพราะเป็นโรงแรมแรกของกลุ่ม จึงต้องการแบรนด์ที่เป็นสากลเพื่อสร้างการรับรู้ไปทั่วโลก เนื่องจากพาร์ทเนอร์ส่วนใหญ่ของบริษัทเป็นชาวต่างชาติ นอกจากนี้ที่ดินในย่านสีลมยังเป็นทำเลที่มีศักยภาพ
ทั้งนี้บริษัทฯ มีแผนนำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ Spin-off เข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (IPO) เนื่องจากรอให้กำไรสะสม (Retained Earnings) กลับมาเป็นบวก ซึ่งคาดว่าการเข้าระดมทุน IPO จะเกิดขึ้นในช่วงไตรมาส 3/2570 นอกจากนี้ยังมีความเป็นไปได้ที่จะพิจารณารูปแบบการเข้าจดทะเบียนแบบ Dual Listing ในตลาดหุ้นโตเกียว (Tokyo Stock Exchange) เช่นกัน หากได้รับข้อเสนอพิเศษที่เหมาะสม
ลุยตั้งกอง REIT มูลค่า 8,000 ลบ.เข้าเทรดปี 72 นอกจากนี้บริษัทฯ จะดำเนินกลยุทธ์ Asset Light & Synergy ที่จะผสานความเชี่ยวชาญทางการเงินร่วมกับพันธมิตรเพื่อเตรียมจัดตั้งกองทรัสต์ (REITs) เพิ่มศักยภาพการลงทุน โดยคาดว่าจะนำสินทรัพย์เข้าเทรดในปี 2572 หลังจากนำ ไอร่า พร็อพเพอร์ตี้ เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แล้ว
ทั้งนี้มูลค่ากอง REITs ที่พิจารณานำเข้าคาดมีมูลค่าประมาณ 8,000 ล้านบาท โดยพิจารณาสินทรัพย์ใน 3 กลุ่มธุรกิจ ทั้ง โรงแรม, อพาร์ทเม้นท์ และโรงพยาบาล โดยในกลุ่มสินทรัพย์โรงพยาบาล จะเป็นสินทรัพย์ที่มาจากกลุ่มลงทุนประเทศญี่ปุ่นที่สนใจจะขยายธุรกิจโรงพยาบาล
หวังรายได้ปี 69 โต 20% หลังผลงานช่วง Q1/69 พลิกกำไร
สำหรับแผนการเติบโตและเป้าหมายรายได้ปี 69 ของกลุ่มคาดเติบโตประมาณ 20% โดยในไตรมาสที่ 1 ของปีนี้ ผลการดำเนินงานดีขึ้นมากกว่า 50% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยการตั้งเป้าโต 20% จะทำให้รายได้กลับไปใกล้เคียงกับระดับในปี 2567 หลังจากที่ในปี 2568 รายได้อาจมีการหดตัวลงบ้างจากปัจจัยภายนอกที่ไม่สามารถควบคุมได้ ซึ่งสถานะทางการเงิน บริษัทตั้งเป้าจะทำให้กำไรสะสม (Retained Earnings) กลับมาเป็นบวกในอนาคต โดยแผนการเติบโตจะมาจาก ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์, ธุรกิจหลักทรัพย์, ธุรกิจประกัน เป็นต้น
ทั้งนี้ AIRA Group เป็น Holding Company ที่มีฐานะทางการเงินที่มั่นคง และพันธมิตรทางธุรกิจระดับโลก ทั้งจากประเทศญี่ปุ่น เกาหลี และอังกฤษ สะท้อนความแข็งแกร่งได้เป็นอย่างดี พร้อมกันนี้บริษัท ยังเปิดกว้างในการเจรจากับ Strategic Partner ที่มีวิสัยทัศน์ร่วมกัน เพื่อผนึกกำลังเสริมศักยภาพการเติบโตและขยายฐานลูกค้าอย่างต่อเนื่อง
โดยล่าสุด AIRA มีลการดำเนินงานงวดไตรมาส 1/2569 ที่พลิกฟื้นกลับมามีกำไรสุทธิที่ 21 ล้านบาท โดยมีรายได้รวมเติบโตขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ ซึ่งเป็นผลมาจากการขยายตัว ของ 3 กลุ่มธุรกิจหลักที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ได้แก่
ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์: ยังคงเป็น Flagship สำคัญในการสร้างรายได้ โดยอาคารสำนักงาน ‘Spring Tower’ ได้รับความไว้วางใจจากผู้เช่าอย่างต่อเนื่อง สามารถรักษาระดับอัตราการเช่าพื้นที่ (Occupancy Rate) ไว้ได้สูงถึง 93%
ธุรกิจเช่าซื้อและลีสซิ่ง: มีการขยายตัวของพอร์ตสินเชื่อแตะระดับ 1,522 ล้านบาท เติบโตขึ้นถึง 18% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ธุรกิจหลักทรัพย์: รายได้ค่านายหน้า (Brokerage Fee) ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่นจาก 46 ล้านบาท ในปี 2568 เป็น 68 ล้านบาทในปี 2569 รับแรงหนุนจากปริมาณการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่คึกคักขึ้น
นอกจากนี้ การรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมอย่าง ‘ไอร่า แอนด์ ไอฟุล (A&A)’ ยังช่วยหนุนผลประกอบการกลุ่มให้โดดเด่นยิ่งขึ้น โดย A&A สามารถพลิกกลับมามีกำไรสุทธิ ในไตรมาส 1/2569 ถึง 89 ล้านบาท
“AIRA Group พร้อมเดินหน้าต่อยอดการลงทุนได้อย่างมั่นใจ แม้ในสภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย แต่ด้วยพอร์ตธุรกิจที่หลากหลาย พันธมิตรที่แข็งแกร่ง และการดำเนินงานที่โปร่งใส บริษัทฯ มั่นใจว่าโครงการโรงแรมระดับโลกที่อยู่ระหว่างการพัฒนานี้ จะเป็น Engine สำคัญในการสร้างรายได้ประจำ และสร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่าให้แก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาวได้อย่างแน่นอน” นางนลินีกล่าว
อ่านข่าวสารของสำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทยเพิ่มเติมได้ที่ : https://url.in.th/w-stock-news |