Wall Street Journal รายงานว่า ธนาคารยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ กำลังพิจารณาโปรเจกต์ Stablecoin ร่วมกัน เพื่อแข่งขันกับแพลตฟอร์มสินทรัพย์ดิจิทัลที่กำลังแย่งส่วนแบ่งตลาดอย่างรวดเร็ว แหล่งข่าวเปิดเผยเรื่องนี้กับ The Wall Street Journal ว่าขณะนี้โปรเจกต์ดังกล่าวยังอยู่ในขั้นเริ่มต้น โดยเป็นความร่วมมือระหว่างองค์กรที่ถือหุ้นร่วมกันโดย JPMorgan Chase, Bank of America, Citigroup, Wells Fargo และธนาคารรายใหญ่รายอื่นของสหรัฐฯ องค์กรที่เกี่ยวข้องกับโปรเจกต์นี้ ได้แก่ Early Warning Services (EWS) ซึ่งเป็นผู้ให้บริการเครือข่ายชำระเงินแบบเพียร์ทูเพียร์ชื่อ Zelle และ The Clearing House (TCH) ซึ่งดูแลระบบชำระเงินแบบเรียลไทม์ระหว่างธนาคาร EWS เป็นองค์กรที่ถือหุ้นร่วมกันโดยธนาคารใหญ่ 7 แห่งของสหรัฐฯ ซึ่งรวมถึง JPMorgan Chase, Bank of America และ Wells Fargo ขณะที่ TCH มีธนาคารระดับโลกกว่า 20 แห่งเป็นผู้ถือหุ้นซึ่งก็รวมถึง 3 ธนาคารดังกล่าวเช่นกัน อนาคตของโปรเจกต์ Stablecoin ร่วมนี้ขึ้นอยู่กับความชัดเจนด้านกฎระเบียบและความต้องการของตลาด โดยเฉพาะร่างกฎหมาย GENIUS Act ซึ่งมีเป้าหมายในการวางกรอบการออก Stablecoin สำหรับทั้งธนาคารและองค์กรที่ไม่ใช่ธนาคาร ขณะนี้ร่างกฎหมาย GENIUS Act เพิ่งผ่านขั้นตอนสำคัญในวุฒิสภา และกำลังรอการโหวตเต็มสภาในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า หากร่างกฎหมาย GENIUS Act ถูกบังคับใช้จริง จะเป็นการวางกรอบกฎหมายที่ชัดเจนสำหรับการออก Stablecoin ในสหรัฐฯ ซึ่งจะเปิดทางให้นักลงทุนวอลสตรีท สามารถเข้ามาลงทุนในภาคสินทรัพย์ดิจิทัลได้มากขึ้น ธนาคารอย่าง JPMorgan เคยเปิดตัว JPM Coin ซึ่งใช้ภายในเครือข่ายของตัวเอง เพื่อโอนเงินระหว่างสาขา ขณะที่ Wells Fargo ก็มีการทดลองสเตเบิลคอยน์ชื่อ "Wells Fargo Digital Cash Digital Cash" สำหรับการโอนเงินภายในองค์กร ส่วน Bank of America ยังไม่มีเหรียญเป็นของตัวเอง แต่ซีอีโอก็ยืนยันว่าธนาคาร “พร้อมเดินหน้าเต็มที่” หากกฎหมายเปิดไฟเขียว ฝั่งคริปโทฯ เองก็ไม่ยอมแพ้ บริษัทคริปโทฯ โดยตรงอย่าง Circle, BitGo, Coinbase และ Paxos เดินหน้าเต็มสูบในการขอใบอนุญาตให้สามารถดำเนินงานในสถานะ "คล้ายธนาคาร" ตามที่ The Wall Street Journal รายงานเมื่อเดือนเมษายน ที่มา : cryptobriefing
|